## Keyword density คืออะไร Keyword density คือ เป็นศัพท์ทางเทคนิค ที่ถูกนักทำ SEO ตั้งขึ้นมาครับ ซึ่งความหมายของมัน ก็คือ การกระจายตัวของ [Keyword](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-keyword/) บนหน้าเว็บไซต์ นั่นเองครับ การวางแผนการกระจายตัวของ Keyword อย่างเหมาะสมเริ่มต้นจากกระบวนการ [Keyword research คือ](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-research-strategy/) การค้นหาและวิเคราะห์คำที่ผู้ใช้งานค้นหาเพื่อใช้ในการปรับแต่งเนื้อหาให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายครับ ## Keyword density มีผลต่อ SEO อย่างไร ปัจจุบันนี้ กระบวนการทำงานของ Google จะแบ่งเป็นแบบนี้ครับ - **Code Html** - **User Signals** ### Code Html Google จะมองภาพรวมผ่าน Tags Code ของเราครับ ว่าโครงสร้างของเนื้อหานั้น ๆ เกี่ยวข้องกับอะไร โดยผมจะยกตัวอย่างโครงสร้างให้ดูดังนี้ครับ เช่น [Title tag คือ](https://nerdoptimize.com/seo/title-tag/) ส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่สำคัญใน Code Html ซึ่งช่วยให้ Google เข้าใจได้ว่า หน้าเว็บของเรามีหัวข้อหรือเนื้อหาเกี่ยวข้องกับอะไร การใช้ title tag ให้เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มความแม่นยำในการจัดอันดับบน Search Engine ได้ครับ การปรับ Keyword density ให้เหมาะสมใน [บทความ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/seo-writing/) จะช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับการใช้ [long tail keyword คือ](https://nerdoptimize.com/seo/long-tail-keywords/)เทคนิคที่เพิ่มโอกาสการเข้าถึงผู้ค้นหาที่ใช้คำเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เพราะว่าถ้าใส่เยอะเกินไป Google ก็จะมองว่าเนื้อหาเป็นสแปม แต่ถ้าใส่น้อยเกินไป ก็จะทำให้ น้ำหนักใน Keyword นั้นไม่พอ นั่นเองครับ ดังนั้น การใส่ Keyword density แบบมาตรฐาน ควรใส่ประมาณ 1-2 % ของเนื้อหาโดยรวมทั้งหมดครับ หรือ ใส่กระจาย ให้อ่านได้แบบธรรมชาติมากที่สุด **ตัวอย่าง**: - ถ้าหน้าเว็บมีคำทั้งหมด 500 คำ - keyword (เช่น “SEO”) ปรากฏ 10 ครั้ง จะคำนวณได้ว่า : Keyword Density = (10/500)×100 = 2% ## User Signals หลังจากที่ Google รู้โครงสร้างบทความแล้ว ก็จะ เอามาให้ User มาตัดสินใจครับ โดยจะวัดจากค่าดังนี้ - **Ctr** : หัวข้อบทความน่าสนใจ น่าดึงดูดหรือไม่ - **Time on Page**: จำนวน คนอยู่ในหน้าเว็บ นานหรือไม่ ยิ่งอยู่นาน ก็แสดงว่า เนื้อหามีประโยชน์ ใช้งานได้จริง แต่ถ้าเข้าแล้วออกเลย แสดงว่า เนื้อหาเขียนไม่ดี หรือ ไม่มีประโยชน์เลย **อ่านเนื้อหาเกี่ยวกับ CTR เพิ่มเติมได้ที่นี่** : [CTR คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ และจะเพิ่ม CTR ได้อย่างไร](https://nerdoptimize.com/marketing/how-to-increase-ctr/) ซึ่งถ้าเราทำให้ Google เข้าใจว่า เนื้อหาเราเกี่ยวข้องกับอะไร และทำให้ User ได้ประโยชน์สูงสุด เท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้คุณติดอันดับสูง ๆ บน Search Engine ได้แล้วล่ะครับ ในกรณีไหนที่ทำแล้วไม่ขึ้น หรือ เจอ Keyword ที่มีการแข่งขันสูง ก็อาจจะต้องใช้ เทคนิคทางด้าน Backlink หรือการทำ PBN เข้ามาช่วย หากใครสงสัย หรือหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ คลิ๊กลิ้งก์ข้างล่างได้เลยครับ - [เรียนรู้วิธีการสร้าง Backlink ที่นักทำ SEO นิยมทำกันมากที่สุด](https://nerdoptimize.com/seo/how-to-build-backlinks/) - [PBN คืออะไร ทำอย่างไร มีข้อดี ข้อควรระวังอะไรบ้าง แนะนำให้อ่านบทความนี้](https://nerdoptimize.com/seo/private-blog-networks/) ## เครื่องมือใดบ้างที่ใช้วัด keyword density การคำนวณ Keyword Density สามารถใช้เครื่องมือช่วยได้หลายตัว โดยมี Plug-in เช่น Yoast SEO สำหรับ WordPress ที่จะคำนวณ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้คำหลักในหน้าเว็บ SEMrush และเครื่องมืออย่าง Ahrefs ที่สามารถวิเคราะห์ และให้ข้อมูลเกี่ยวกับความถี่ของ Keyword ในเนื้อหาได้ ส่วนโปรแกรมที่เอาไว้ใช้สำหรับนับค่า Keyword Density ที่แนะนำจะมีชื่อว่า SEO Quake ซึ่งเป็น addon extension บนเว็บเบราเซอร์ หรือหากใครต้องการติดตั้งสามารถกดคลิ๊กได้จากตรงนี้ครับ [SEO Quake](https://chrome.google.com/webstore/detail/seoquake/akdgnmcogleenhbclghghlkkdndkjdjc?hl=en) หลังจากนั้น หลังจากที่ Google ทราบโครงสร้างโดยรวมแล้ว ซึ่งรู้แล้วแน่ ๆ ว่า บทความนี้เกี่ยวกับอะไร แต่ ก็ยังมีอีกส่วนนึง ที่ Google อยากรู้ว่า บทความนี้มีประโยชน์กับผู้ใช้งานหรือไม่ นั่นก็คือ การนำบทความไปให้ User ทดสอบนั่นเองครับ จะเป็น ฝั่งของ **User Signals** นั่นเอง ### สรุป เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ Keyword density และการทำ SEO หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจว่า [SEO คือ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/)อะไร และสำคัญต่อการสร้างอันดับใน Search Engine อย่างไร การใช้แนวคิด lsi ซึ่ง[ lsi คือ](https://nerdoptimize.com/seo/lsi-keywords/) เทคนิคที่ช่วยขยายคำความหมายใกล้เคียงของ Keyword ในบทความ ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถเพิ่มความเกี่ยวข้องและช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้นด้วยครับ ก็หวังว่าบทความนี้คงจะทำให้ใครหลายคนหายสงสัยได้นะครับ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ ไว้พบกันบทความหน้าครับ สำหรับท่านไหนที่สนใจปรึกษาบริการ [รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) สามารถปรึกษาได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับ สำหรับใครที่สนใจเรียน SEO ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคการทำ และคุมงาน SEO ด้วยตัวเองได้ คลิกดูรายละเอียดคอร์สได้เลยนะครับ. - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fkeyword-density%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fkeyword-density%2F)