Technical SEO ถือเป็นอีกหนึ่งเทคนิคในการ[ทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/) ที่สำคัญไม่แพ้กับการทำ [On Page SEO](https://nerdoptimize.com/seo/on-page-seo/) หรือ [Off Page](https://nerdoptimize.com/seo/off-page-seo/) โดยการทำ Technical SEO คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ Google Bot สามารถเข้าไปเก็บข้อมูลและเข้าใจคอนเทนต์บนเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการทำอันดับให้กับเว็บไซต์ของคุณในหน้าแสดงผลการค้นหา (SERP) บน Search Engine ในบทความนี้เราเลยขอมาอธิบายให้ทุกคนได้เข้าใจถึง Technical SEO ว่ามีวิธีในการทำอย่างไรบ้าง และสามารถใช้เครื่องมือไหนที่เข้ามาช่วยให้การทำ Technical SEO ทรงพลังมากยิ่งขึ้น Table of Contents - [Technical SEO คืออะไร ? ](#h-technical-seo-ค-ออะไร) - [ทำไมต้องทำ Technical SEO ?](#h-ทำไมต-องทำ-technical-seo) - [ขั้นตอนการเช็ก Technical SEO มีอะไรบ้าง ](#h-ข-นตอนการเช-ก-technical-seo-ม-อะไรบ-าง) [การใช้ HTTPs เพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ ](#h-การใช-https-เพ-มความปลอดภ-ยให-ก-บเว-บไซต) - [วาง Site Structure เพื่อให้ Bot เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น](#h-วาง-site-structure-เพ-อให-bot-เข-าถ-งข-อม-ลได-ง-ายข-น) - [Robots.txt ช่วยบอกทาง Bot ให้เข้าไปเก็บข้อมูล](#h-robots-txt-ช-วยบอกทาง-bot-ให-เข-าไปเก-บข-อม-ล) - [วางโครงสร้างของ Sitemap บนเว็บไซต์](#h-วางโครงสร-างของ-sitemap-บนเว-บไซต) - [ปรับปรุงเรื่อง Page Speed ของเว็บไซต์](#h-ปร-บปร-งเร-อง-page-speed-ของเว-บไซต) - [แก้ไข Core Web Vitals](#h-แก-ไข-core-web-vitals) - [Mobile Friendly](#h-mobile-friendly) - [แนะนำเครื่องมือตรวจสอบ Technical SEO ](#h-แนะนำเคร-องม-อตรวจสอบ-technical-seo) [Google Search Console](#h-google-search-console) - [Ahrefs' SEO Toolbar](#h-ahrefs-seo-toolbar) - [PageSpeed Insights](#h-pagespeed-insights) - [สรุป Technical SEO ](#h-สร-ป-technical-seo) ## Technical SEO คืออะไร ? Technical [SEO คือ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/)กระบวนการเชิงเทคนิคในการปรับแต่งและพัฒนาเว็บไซต์เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้วิธีต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ Google Bot สามารถเข้ามาเก็บข้อมูล เนื้อหาบนเว็บไซต์ (Crawler) ได้โดยง่าย และนำข้อมูลเหล่านั้นไปทำการจัดอันดับ (Index) เพื่อแสดงผลบนหน้าแสดงผลการค้นหา (SERP) เช่นการทำ Sitemap, Site Structure, Robots.txt ฯลฯ ซึ่งการทำ Technical SEO ที่ดีและถูกต้องนั้น สามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของเราปรากฏในผลการค้นหาและติดอันดับหน้าแรกของ Search Engine อย่าง Google อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของ Users ได้อีกด้วย โดยมีหลายกรณีที่ลูกค้าของ NerdOptimize ที่ใช้บริการรับทำเว็บไซต์จากที่อื่น ที่ไม่มีความรู้เรื่อง SEO ทำให้เกิด Technical issue เป็นจำนวนมาก เราเลยอยากแนะนำให้ใช้บริการ[รับทำเว็บไซต์ WordPress](https://nerdoptimize.com/wordpress/) จากบริษัทที่มีความรู้เรื่อง SEO ด้วยเพื่อลดปัญหา Technical ที่อาจส่งผลกระทบต่อ SEO นั่นเอง ## ทำไมต้องทำ Technical SEO ? เพราะการทำ Technical SEO เป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณถูกค้นพบและรวบรวมข้อมูลโดย Search Engine ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการทำ Technical SEO นั้นสามารถช่วยยกระดับการทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้ เช่น - เพิ่มโอกาสในการติดอันดับบนหน้าแรกของ Google การทำ Technical SEO ที่ดีและถูกต้องนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณสามารถติดอันดับบนหน้าแรกของ Google ได้มากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการได้รับการคลิกและ Traffic ของเว็บไซต์คุณได้มากขึ้น - ช่วยการทำงานของ Crawlers เข้ามาเก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้น Crawlers หรือ Bot ของ Search Engine ที่มีหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งการทำ Technical SEO ช่วยให้ Crawlers สามารถเข้าถึงและรวบรวมข้อมูลจากทุกหน้าของเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ข้อมูลถูกต้องและครบถ้วน ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดอันดับของเว็บไซต์ให้ดีขึ้น - ปรับปรุงกระบวนการ Indexing Indexing คือกระบวนการที่ Search Engine จัดเก็บข้อมูลที่รวบรวมมาในฐานข้อมูลเพื่อส่งให้เว็บไซต์มีการทำอันดับบนหน้าแสดงผลการค้นหา (SERP) ซึ่งการทำ Technical SEO ช่วยให้ Bot ที่มีหน้าที่มาเก็บข้อมูลของเว็บไซต์สามารถทำการ indexing ข้อมูลจากเว็บไซต์ของคุณได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏในผลการค้นหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ - เพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน Technical SEO ที่ดีช่วยปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ เช่น การโหลดหน้าเว็บที่รวดเร็ว, การใช้งานบนมือถือที่สะดวก, และการเข้าถึงข้อมูลในหน้าต่าง ๆ ของเว็บไซต์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีเมื่ออยู่ในเว็บไซต์ของคุณ - เพิ่ม Click Through Rate (CTR) เมื่อเว็บไซต์ของคุณมีการจัดการ Technical SEO อย่างดี จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏในตำแหน่งที่ดึงดูดสายตาในหน้าผลการค้นหา หรืออันดับต้น ๆ ของหน้า SERP ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการคลิกเข้าสู่เว็บไซต์ หรือ [Click Through Rate (CTR)](https://nerdoptimize.com/marketing/how-to-increase-ctr/) ได้ และแน่นอนว่าสิ่งนี้จะช่วยให้การทำธุรกิจของคุณบนเว็บไซต์ประสบความสำเร็จได้มากขึ้น ## ขั้นตอนการเช็ก Technical SEO มีอะไรบ้าง มาถึงขั้นตอนของการตรวจสอบและปรับปรุง Technical SEO กันบ้าง ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นกระบวนการที่สำคัญเพื่อให้เว็บไซต์ของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและติดอันดับที่ดีที่สุดในหน้าแสดงผลการค้นหาผ่านการ[รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) โดยการเช็ก Technical SEO มีขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ ### การใช้ HTTPs เพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ การใช้ Hypertext Transfer Protocol Secure หรือ [https คือ](https://nerdoptimize.com/seo/https/)การใช้ SSL Certificate เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์ของคุณ HTTPs ช่วยให้ข้อมูลที่ส่งระหว่างผู้ใช้งานและเว็บไซต์ถูกเข้ารหัส ทำให้ไม่ถูก Hack ข้อมูล หรือแก้ไขโดยผู้ที่ไม่ประสงค์ดี นอกจากนี้ Google ยังให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่ใช้ HTTPs โดยให้คะแนน SEO เพิ่มขึ้นสำหรับเว็บไซต์ที่ใช้ HTTPs ซึ่งการเริ่มใช้ HTTPs ทำได้โดยการติดตั้ง SSL Certificate หรือใบรับรองความปลอดภัย บนเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ของคุณ ### วาง Site Structure เพื่อให้ Bot เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น การจัดโครงสร้างเว็บไซต์ ([Site Structure](https://nerdoptimize.com/seo/site-structure/)) ที่ดีช่วยให้ Crawler ของ Search Engine สามารถเข้าถึงและรวบรวมข้อมูลได้ง่ายขึ้น การจัดโครงสร้างที่ดีประกอบด้วยการใช้ URL ที่ชัดเจน, การใช้ Breadcrumb navigation, การทำ [content hub](https://nerdoptimize.com/seo/content-hub/) และการสร้างลิงก์ภายใน ([Internal Links)](https://nerdoptimize.com/seo/internal-links/) รวมถึง [link juice](https://nerdoptimize.com/seo/link-juice/) คือ ส่วนหนึ่งที่ได้รับจากการทำ Technical SEO ช่วยให้ผู้ใช้งานและ Google Bot สามารถเข้าถึงเนื้อหาต่าง ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ### Robots.txt ช่วยบอกทาง Bot ให้เข้าไปเก็บข้อมูล ไฟล์ [Robots.txt](https://nerdoptimize.com/seo/robots-dot-txt/) ใช้ในการบอกให้ Google Bot รู้ว่าหน้าไหนของเว็บไซต์ที่สามารถรวบรวมข้อมูลได้และหน้าไหนที่ไม่ควรรวบรวม การตั้งค่า robots.txt อย่างถูกต้องถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการช่วยควบคุมการ Crawling ของ Search Engine บนเว็บไซต์ของคุณ เพื่อให้ Bot สามารถเข้าไปยังหน้าที่สำคัญต่อการทำอันดับได้โดยไม่เสียเวลา ### วางโครงสร้างของ Sitemap บนเว็บไซต์ [Sitemap](https://nerdoptimize.com/seo/sitemap/) คือสิ่งที่เปรียบเสมือนแผนผังของเว็บไซต์ที่จะคอยบอกทางให้ Search Engine เข้าใจโครงสร้างและเนื้อหาของเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การจัดอันดับผลการค้นหาดีขึ้น การมี sitemap ช่วยให้ Search Engine เข้าใจ[โครงสร้างเว็บไซต์](https://nerdoptimize.com/seo/site-structure/)ของคุณและสามารถจัดเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การสร้าง Sitemap และส่งให้กับ Search Engine (เช่น Google Search Console) เป็นขั้นตอนสำคัญในการทำ Technical SEO ### ปรับปรุงเรื่อง Page Speed ของเว็บไซต์ ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์ ([Page Speed](https://nerdoptimize.com/seo/pagespeed/)) เป็นปัจจัยสำคัญในการจัดอันดับของ Search Engine และประสบการณ์ของผู้ใช้งาน เว็บไซต์ที่โหลดเร็วจะมีโอกาสติดอันดับสูงขึ้นในผลการค้นหา การตรวจสอบและปรับปรุงความเร็วของเว็บไซต์สามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือเช่น Google PageSpeed Insights ซึ่งจะทำให้คุณได้รู้ว่าปัจจุบันเว็บไซต์ของคุณมี PageSpeed Score อยู่ที่เท่าไร และต้องปรับแต่งเว็บไซต์ส่วนไหนบ้าง ถึงจะได้ทำให้เว็บไซต์มี PageSpeed Score ที่ดีขึ้น ### แก้ไข Core Web Vitals [Core Web Vitals](https://nerdoptimize.com/seo/core-web-vitals/) เป็นเกณฑ์ที่ Google ใช้ในการประเมินประสบการณ์ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ ประกอบด้วย - Largest Contentful Paint (LCP): วัดเวลาที่ใช้ในการโหลดเนื้อหาหลักของหน้าเว็บ - First Input Delay (FID): วัดเวลาที่ผู้ใช้งานต้องรอก่อนที่หน้าเว็บจะตอบสนองต่อการคลิกหรือการโต้ตอบครั้งแรก - Cumulative Layout Shift (CLS): วัดความเสถียรของการจัดวางหน้าเว็บ โดยการปรับปรุง Core Web Vitals นั้นก็ถือเป็นการทำ Technical SEO อีกวิธีที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณโหลดเร็วและมีประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น โดยคุณสามารถเข้าไปเช็ก Core Web Vitals ได้ในเว็บไซต์ [Page Speed Insights](https://pagespeed.web.dev/) ของ Google ### Mobile Friendly การออกแบบเว็บไซต์ให้แสดงผลได้บนโทรศัพท์มือถือ (Mobile Friendly) หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เช่น แท็บเลต เป็นสิ่งสำคัญอีกปัจจัยของการทำ Technical SEO เนื่องจากผู้ใช้งานส่วนใหญ่ใช้อุปกรณ์มือถือในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ที่มีดีไซน์ที่รองรับ กับมือถือจะได้รับคะแนน SEO ที่สูงขึ้นจาก Google การทดสอบความเป็นมิตรกับมือถือสามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือเช่น Google Mobile-Friendly Test ## แนะนำเครื่องมือตรวจสอบ Technical SEO ### Google Search Console [Google Search Console](https://nerdoptimize.com/seo/google-search-console/) เป็นเครื่องมือ SEO ฟรีจาก Google ที่ช่วยในการตรวจสอบ [seo audit](https://nerdoptimize.com/seo/seo-audit/) และรายงานผลการทำ Technical SEO ของเว็บไซต์ ช่วยให้คุณสามารถติดตามการทำ Technical SEO ได้แบบครบลูปทั้งการเช็ก Crawling, Indexing, การส่ง Sitemap ให้ทาง Google ตรวจสอบ รวมถึงเช็กปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ได้แบบ Real Time นอกจากนั้น Google Search Console ยังมีประโยชน์ในการติดตาม Performance ของการทำ SEO ทั้งเว็บไซต์ที่คุณสามารถดูได้ใน Performance Dashboard เช็กผลลัพธ์ของการทำ SEP และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา ### Ahrefs’ SEO Toolbar Ahrefs’ SEO Toolbar เป็นส่วนขยายของเบราว์เซอร์ (Extension) จาก Ahrefs ที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับการทำ Technical SEO โดยให้ข้อมูลและเครื่องมือที่ช่วยในการวิเคราะห์ [seo analytics](https://nerdoptimize.com/seo/seo-analytics/) และปรับปรุงเว็บไซต์ได้อย่างรอบด้าน โดย Ahrefs’ SEO Toolbar มีฟีเจอร์สำหรับการเช็ก Technical SEO เช่น Broken Link Checker (ตรวจสอบลิงก์เสียในโดเมน), Redirect tracer with HTTP Headers (เครื่องมือตรวจสอบการ Redirect ของเว็บไซต์) และฟีเจอร์อื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำ SEO ทั้ง Techinical SEO และ On Page SEO โดย Ahrefs SEO Tools Bar สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งได้ฟรี ### PageSpeed Insights PageSpeed Insights เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือฟรีของ Google ที่จะเข้ามาช่วยในการเช็ก Technical SEO ในฝั่งของความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ (Page Speed) ที่สามารถวิเคราะห์ความเร็วของเว็บไซต์คุณได้อย่างละเอียดและสามารถวิเคราะห์แบบละเอียด (Diagnostics) ได้เลยว่าสิ่งที่คุณต้องปรับปรุงถ้าอยากเพิ่ม Speed ให้กับเว็บไซต์นั้นมีอะไรบ้าง รวมถึงยังสามารถแสดงผลในส่วนของค่า [Core Web Vitals](https://nerdoptimize.com/seo/core-web-vitals/) ได้ด้วย เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเช็ก Technical SEO ที่ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อน เพียงแค่กรอก URL ของเว็บไซต์ลงไป ก็สามารถใช้งานได้ทันที ไม่ต้องสร้าง Account อะไรทั้งสิ้น ## สรุป Technical SEO การทำ Technical SEO นั้นหากมีการทำอย่างถูกต้องและครบถ้วน นั้นสามารถเข้ามายกระดับการทำ SEO ของเว็บไซต์คุณสามารถติดอันดับในหน้าแรกของ Google อย่างยั่งยืน นอกจากนั้นการทำ Technical SEO ไม่เพียงแค่ช่วยเรื่องอันดับอย่างเดียว แต่ยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้ด้วย เว็บไซต์ที่โหลดเร็ว, ใช้งานง่ายบนทุกอุปกรณ์, และมีโครงสร้างที่เป็นระเบียบ โดยสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดีในการเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยให้การทำธุรกิจออนไลน์โดยใช้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากการทำ SEO ยุ่งยากแนะนำให้จ้างบริษัทรับทำ SEO โดยเฉพาะในการเข้ามาจัดดการปัญหา Technical SEO เนื่องจาก หากเราไม่มีความรู้เชิงลึกแล้วปรับแบบมั่วๆ อาจทำให้เว็บไซต์พังได้ โดย[วิธีการเลือกบริษัทรับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/seo-agency-thailand/) มีหลายปัจจัย จำเป็นต้องเลือกบริษัทที่มีความรู้ และความสามารถในการแก้ปัญหาอย่าง NerdOptimize - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Ftechnical-seo%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Ftechnical-seo%2F)