ทุกวันนี้ถ้าพูดถึงการโปรโมตสินค้าและบริการแบบที่รวดเร็วแถมยังเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนที่สุดก็คงหนีไม่พ้น ‘การทำโฆษณาสินค้า’ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหมู่มากได้ แถมยังนำไปสู่การสร้าง Conversion ที่วัดผลได้ด้วย แต่การทำโฆษณาสินค้าในปัจจุบันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะไม่ใช่แค่มีเงินแล้วจะทำให้ Performance ของการทำโฆษณาดีได้ แต่ธุรกิจยังต้องเข้าใจการใช้แพลตฟอร์มต่างๆ และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย ถึงจะทำโฆษณาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น บทความนี้เรามาทำความรู้จักกับการทำโฆษณาสินค้าให้มากขึ้น พร้อมดูตัวอย่างการทำโฆษณาสินค้าไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ เลือกอ่านตามหัวข้อ - [วิธีการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ](#h-ว-ธ-การโฆษณาท-ม-ประส-ทธ-ภาพ) - [เหตุผลที่การโฆษณาสำคัญสำหรับธุรกิจ](#h-เหต-ผลท-การโฆษณาสำค-ญสำหร-บธ-รก-จ) - [กลยุทธ์โฆษณาที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจ](#h-กลย-ทธ-โฆษณาท-เหมาะสมสำหร-บธ-รก-จ) - [ตั้ง Goal ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย](#h-ต-ง-goal-ท-สอดคล-องก-บกล-มเป-าหมาย) - [เทคนิคการเขียนโฆษณา](#h-เทคน-คการเข-ยนโฆษณา) - [สามารถโฆษณาในช่องทางไหนบ้าง](#h-สามารถโฆษณาในช-องทางไหนบ-าง) - [ตัวอย่างการเขียนโฆษณา](#h-ต-วอย-างการเข-ยนโฆษณา) - [สรุปโฆษณาหรือโฆษณาสินค้าคืออะไร](#h-สร-ปโฆษณาหร-อโฆษณาส-นค-าค-ออะไร) ## วิธีการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ  ที่มาภาพ: unbounce.com สำหรับวิธีการโฆษณาสินค้าที่มีประสิทธิภาพก็ต้องเป็นโฆษณาที่สามารถดึงดูดผู้บริโภคให้กระทำการบางอย่าง (Action) ตามที่ธุรกิจต้องการได้ เช่น ทำให้ผู้บริโภคคลิกเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมหรือเข้าสู่ร้านค้า, ทำให้กลุ่มเป้าหมายใช้โค้ดส่วนลดเพื่อซื้อสินค้า เป็นต้น ซึ่งวิธีการทำโฆษณาที่ดีจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ขั้นตอนหลักๆ คือ - ### โฆษณาต้องสร้างสรรค์ โฆษณาที่มีประสิทธิภาพจะต้องสื่อสารความเป็นแบรนด์ต่อกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน และควรมีการกำหนดวัตถุประสงค์ในการโฆษณาและการส่งเสริมการตลาดโดยใช้หลัก AIDA MODEL ดังนี้ - **ต้องทำให้คนรู้จักแบรนด์ (Attention)** เช่น บอกว่าสิ่งนี้คืออะไร สิ่งนี้น่าสนใจยังไง เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาทำความรู้จักแบรนด์มากขึ้น - **ต้องทำให้คนสนใจ (Interest)** เช่น ทำให้กลุ่มเป้าหมายพิจารณาสินค้าหรือบริการว่าสามารถสร้างประโยชน์อะไรให้กับพวกเขาได้บ้างด้วยการบอกว่า สินค้าหรือบริการแก้ไขปัญหาที่กลุ่มเป้าหมายเจอได้ยังไง - **ต้องทำให้เกิดความต้องการ (Desire) **เช่น ทำโฆษณาให้คนอยากตัดสินใจ ลงมือทำ ซื้อ ลงทะเบียน จอง ฯลฯ - **ต้องทำให้เกิดการตัดสินใจ (Action) **เช่น การใช้ Call-to-Action, การบอกคุณค่าหรือสิ่งที่เขาจะได้รับให้ชัดเจน ฯลฯ - ### ข้อความในโฆษณาต้องโน้มน้าวใจกลุ่มเป้าหมาย ข้อความในโฆษณา (Copywriting) เป็นส่วนสำคัญของการทำ[ Content Marketing](https://nerdoptimize.com/seo/content-marketing/) เพราะเป็นสิ่งที่แบรนด์ใช้ในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งรูปแบบการเขียนคำโฆษณามีได้หลายแบบ เช่น เขียนโดยใช้ปัญหาของลูกค้าเพื่อ Lead เข้าสู่สินค้าหรือบริการที่ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าได้, เขียนถึง Offer ที่ตรงกับความสนใจของลูกค้า โดยดูจาก Customer Insight ที่เก็บได้ เป็นต้น - ### ต้องทำข้อเสนอที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ข้อเสนอ (Offer) คือ เทคนิคหนึ่งในการส่งเสริมการขายด้วยการใช้ข้อเสนอพิเศษ เพื่อโน้มน้าวใจลูกค้า และกระตุ้นให้เกิดการซื้อมากยิ่งขึ้น ซึ่งธุรกิจต้องทำร่วมกับการวางแผน Marketing Strategy Campaign เพื่อส่งต่อข้อเสนอให้ถึงเป้าหมายได้อย่างน่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น คุณทำธุรกิจเกี่ยวกับขนส่ง คุณอาจจะทำแคมเปญกระตุ้นให้เกิดการใช้บริการขนส่งของคุณมากยิ่งขึ้นด้วยการส่งมอบข้อเสนอที่น่าสนใจให้กับกลุ่มเป้าหมายอย่าง ส่วนลดในการใช้บริการ, คูปองทดลองใช้ฟรี ฯลฯ หากข้อเสนอของคุณน่าสนใจและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายก็มีโอกาสทำให้พวกเขาตัดสินใจซื้อหรือทำอะไรบางอย่างที่คุณอยากให้ทำมากขึ้น  ที่มาภาพ: www.getmoda.io ## เหตุผลที่การโฆษณาสำคัญสำหรับธุรกิจ ### สร้างการรับรู้แบรนด์ (Brands Awareness) สำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจการใช้โฆษณาในการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brands Awareness) คือสิ่งที่จำเป็น เพราะเป็นวิธีที่ทำให้ลูกค้ารู้ได้ว่าคุณกำลังธุรกิจอะไรอยู่ คุณเชี่ยวชาญด้านไหน ไปจนถึงช่วยบอกด้วยว่าธุรกิจของคุณช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร เช่น การยิง Google Ads ใน[ Keyword ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-keyword/)ที่กลุ่มเป้าหมายมักค้นหา หรือการจ้าง[บริษัทรับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/advertising-techniques/) เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนรู้จักแบรนด์ได้มากขึ้น ### ช่วยในการพิจารณาและเปรียบเทียบ (Consideration) คุณสามารถทำโฆษณาเพื่อทำให้คนพิจารณาและเปรียบเทียบสินค้าของคุณกับคู่แข่งเพิ่มเติมได้ เช่น คุณอาจจะทำโฆษณาผ่านการทำ Influencer Marketing ที่มักจะรีวิวสินค้าและบริการให้กับแบรนด์ต่างๆ ทำให้คนพิจารณาว่า สินค้าหรือบริการของธุรกิจไหนที่ตนเองต้องการ และการใช้อิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์ในการโฆษณายังอาจทำให้เกิดการ Convert มาเป็นลูกค้าจากการที่ซื้อสินค้าหรือบริการตามๆ กันได้ด้วย ### ช่วยในการตัดสินใจซื้อ (Decision) โฆษณามีส่วนช่วยในการตัดสินใจซื้อได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการทำ Retargeting ที่จะช่วยกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้า ที่เคยเข้ามาในเว็บไซต์ของเราแต่ยังไม่ได้ซื้อสินค้าได้มีโอกาสเห็นโฆษณาที่ช่วยทำให้ตัดสินใจซื้อสินค้าได้มากขึ้น เช่น การยิงโฆษณาผ่าน Social Media เพื่อให้คนเห็นข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม เป็นต้น ## กลยุทธ์โฆษณาที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจ ### ทำความรู้จักกลุ่มเป้าหมายของคุณ ก่อนอื่นคุณควรรู้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณเป็นใคร ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีพื้นฐานข้อมูลด้านประชากรอย่างไร ไปจนถึงมีพฤติกรรมการซื้อสินค้าอย่างไร ด้วยการทำ Buyer Persona ที่ช่วยทำให้คุณเข้าใจและมองเห็นกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้น  ที่มาภาพ: www.brainkraft.com ตัวอย่าง Buyer Persona ## ตั้ง Goal ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย หลังจากที่ทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายของคุณดีพอแล้ว ก็ให้ทำการวางแผนแคมเปญการตลาดที่เหมาะสม ซึ่งคุณควรจะตั้ง Goal เอาไว้ด้วยว่า การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยการทำโฆษณานี้ คุณต้องการผลลัพธ์อะไร เช่น ต้องการให้คนคลิกเข้าเว็บไซต์, ต้องการให้คนทักข้อความ ฯลฯ โดยคิดจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายด้วยว่าเขามีพฤติกรรมหรือความสนใจ จนสามารถ Lead สู่เป้าหมายที่ต้องการได้หรือไม่ ยกตัวอย่างการตั้ง Goal เช่น การใช้ SMART GOAL ในการตั้งเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายระยะสั้น หรือระยะยาวให้มีประสิทธิภาพ และเอื้ออำนวยต่อการวัดผล  ที่มาภาพ: www.wnccumc.org S – Specific หมายถึง เป็นเป้าที่มีขอบเขตที่แน่ชัด M – Measurable หมายถึง เป้าหมายที่สามารถวัดผลได้ A – Achievable หมายถึง เป้าที่เป็นไปได้ ภายใต้ระยะเวลาและทรัพยากรที่มี R – Relevant หมายถึง เป็นเป้าที่สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่ต้องการในระยะยาว T – Time-based หมายถึง เป็นเป้าที่มีระยะเวลาที่จำกัด ### วางแผนแคมเปญการตลาด หลังจากได้เป้าหมายที่สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงแล้ว ก็นำมาวางแผนแคมเปญการตลาดต่อด้วยการวางรูปแบบ[คอนเทนต์](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-content/)ที่จะนำมาใช้ในการทำโฆษณาให้เหมาะสม โดยการใช้หลัก Sales Funnel เข้าช่วย นั่นคือหลัก TOFU (Top of the funnel), MOFU (Middle of the funnel) และ BOFU (Bottom of the funnel)  ที่มาภาพ: www.lucidchart.com - **TOFU (Top of the funnel)** คอนเทนต์ที่ทำให้คนรู้จักแบรนด์ เช่น [Content](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-content/), Videos, Infographics เป็นต้น - **MOFU (Middle of the funnel)** คอนเทนต์ที่ช่วยมอบข้อมูลในการเปรียบเทียบ เช่น White papers, Webinars, Educate Content เป็นต้น - **BOFU (Bottom of the funnel)** คอนเทนต์ที่ทำให้เกิดการตัดสินใจที่สามารถชักจูงให้เกิดการตัดสินใจในการซื้อ เช่น Case study, Demo Video เป็นต้น ### เลือกช่องทางโฆษณาที่เหมาะสม ต่อมาคือการเลือกช่องทางการโฆษณาที่เหมาะสมกับธุรกิจ โดยในปัจจุบันนี้นอกจากการโฆษณาแบบ Offline อย่างพวกการขึ้นโฆษณาบนป้ายบิลบอร์ด การแจกใบปลิว การออกอีเวนต์แล้ว ยังนิยมทำโฆษณาบนโลกออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ อย่าง Search Engine และโซเชียลมีเดียอีกด้วย ส่วนวิธีการเลือกช่องทางโฆษณาให้เหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางธุรกิจ และรูปแบบธุรกิจ เช่น คุณทำธุรกิจ E-Commearce มีเว็บไซต์และ Facebook แน่นอนว่าการทำการตลาดบน Google ด้วยการ[ยิง Google Ads](https://nerdoptimize.com/google-ads/) และ Facebook Ads คือช่องทางที่เหมาะสมสำหรับคุณ ฯลฯ ## เทคนิคการเขียนโฆษณา - **ให้ความสำคัญกับการทำหัวข้อที่น่าสนใจ** องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการเขียนคำโฆษณา (Copywriting) ทุกประเภทคือส่วนนำหรือพาดหัว เพราะคุณมีเวลาเพียงไม่กี่วินาทีในการดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน โดยอาจจะเขียนออกมาในรูปแบบสโลแกนที่จดจำง่าย เขียนโดยใช้ Pain Point ของลูกค้าในการทำให้ลูกค้าสนใจและรับรู้ว่าคุณมีเซอร์วิสที่ช่วยแก้ปัญหา แต่ทั้งนี้ ควรระวังในการใช้คำโฆษณาที่เกินจริงเอาไว้ด้วย - **รู้จักใช้จุดแข็งของธุรกิจให้เป็นประโยชน์** ด้วยการเขียนว่าสินค้าหรือบริการของคุณดีอย่างไร ช่วยแก้ปัญหาให้กลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร หรือการซื้อสินค้าหรือบริการนี้จะได้อะไรเพิ่มเติมบ้าง เพื่อกระตุ้นให้เกิดความอยากได้มากกว่าการเขียนบรรยายถึงคุณสมบัติของสินค้าแบบทั่วๆ ไป - **เลือกใช้สื่อที่หลากหลายและตรงกับสิ่งที่เป้าหมายเสพ** การเขียนโฆษณาไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเขียนแบบข้อความ แต่ยังรวมถึงการใช้ภาพ หรือวิดีโอเข้ามามีส่วนช่วยให้การกระตุ้นความสนใจได้ โดยรูปแบบของการใช้สื่อเหล่านี้ควรเลือกให้เหมาะสมกับแพลตฟอร์มและกลุ่มเป้าหมายด้วย เช่น หากคุณต้องการทำโฆษณาบน Instagram ก็ต้องให้ความสำคัญกับรูปภาพ เพราะกลุ่มคนที่เล่นแพลตฟอร์มนี้เน้นเสพภาพเป็นหลัก เป็นต้น - **เร้าอารมณ์ด้วยการทำ Scarcity Marketing** Scarcity Marketing คือ กลยุทธ์การทำการตลาดแบบขาดแคลน หมายถึง เร่งเร้าให้กลุ่มเป้าหมายต้องรีบทำอะไรบางอย่างไม่อย่างนั้นจะเกิดความเสียดายขึ้น โดยการทำโฆษณาในกลยุทธ์นี้มักใช้วิธีการเขียนที่ทำให้รู้สึกว่าไม่อยากพลาดที่จะซื้อหรือทำตามสิ่งที่ธุรกิจบอก เช่น ห้ามพลาด ช้าหมดอดแน่ โปรวันสุดท้าย ฯลฯ - **ปิดท้ายด้วยการทำ Call-to-Action** Call-to-Action หรือ CTA คือ สิ่งที่กระตุ้นให้คนทำการคลิก เช่น คลิกอ่านเพิ่มเติม คลิกลงทะเบียน ฯลฯ หากคุณทำโฆษณาบนเว็บไซต์ก็จะต้องทำปุ่มคลิกที่กระตุ้นให้คนอยากกด หากเป็นการยิงแอดในแพลตฟอร์มต่างๆ ก็จะมีให้กดเลือกรูปแบบ CTA ที่เหมาะสมกับเนื้อหาเพิ่มเติมด้วย  ที่มาภาพ: thedigiterati.com ตัวอย่าง CTA บน Facebook Ads ## สามารถโฆษณาในช่องทางไหนบ้าง ### โฆษณาผ่านช่องทาง Online โฆษณาผ่านช่องทาง Online สามารถทำได้หลายแพลตฟอร์ม เช่น - **Facebook ** ข้อดี: [ยิงแอด Facebook](https://nerdoptimize.com/facebook-ads/) สามารถควบคุมโฆษณาให้แสดงผ่านหลายแพลตฟอร์มได้ เช่น Facebook, Instagram, Messenger ฯลฯ มีระบบ Automation ช่วยสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นยิงแอดโฆษณาใหม่ๆ ไปจนถึงช่วยเจาะกลุ่มเป้าหมายให้แคบลงโดยการลงรายละเอียดได้ยิบย่อยเพื่อยิงให้ตรงเป้าหมายยิ่งขึ้น - ข้อจำกัด: มีนโยบายในการลงโฆษณาที่เข้มงวด หากทำผิดกฎเสี่ยงถูกแบนได้ และยังมีการอัปเดตเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดจึงต้องตามระบบการทำงานให้ทัน จึงจะใช้ทำโฆษณาสินค้าแล้วมีประสิทธิภาพ - **Instagram** ข้อดี: ใช้สร้างแคมเปญผ่าน Facebook manager ได้, สามารถนำเสนอสินค้าและบริการผ่านรูปภาพและวิดีโอได้หลายแบบ, มีลูกเล่นเยอะ เช่น เปิดโอกาสให้แบรนด์ร่วมเป็น Partner กับเหล่าคนดัง เป็นต้น - ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับการโฆษณาที่เน้นใช้ข้อความหรือตัวอักษรที่เยอะ และอาจจะเหมาะกับอุตสาหกรรมบางอุตสาหกรรม - **Google** ข้อดี: เจาะกลุ่มลูกค้าได้อย่างชัดเจน แสดงผลได้ในหลายแพลตฟอร์ม และแสดงผลได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงรูปแบบการจ่ายเงินยังแฟร์กับผู้ใช้งาน เพราะแบรนด์จะจ่ายเงินต่อเมื่อมีคนคลิกเข้าเว็บไซต์ - ข้อจำกัด: มีการใช้งานที่ค่อนข้างซับซ้อนต้องเรียนรู้มาก - **LINE** ข้อดี: มีผู้พบเห็นหรือเข้าชมโฆษณาสูง เพราะมีผู้ใช้งานจำนวนมาก และมีทีมซัพพอร์ตเป็นคนไทย สื่อสารภาษาไทยได้ - ข้อจำกัด: หากทำการโฆษณาเองอาจไม่สามารถเลือกวัตถุประสงค์บางข้อได้จำเป็นต้องพึ่งพาเอเจนซี่ - **Tiktok** ข้อดี: [TikTok Ads](https://nerdoptimize.com/tiktok/how-to-advertise-on-tiktok/) มีโอกาสสูงที่จะมีคนมารู้จักหรือเลือกซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางนี้สูง เพราะเป็น Short Video ที่คนชอบเสพและกำลังมาแรง คนทำคอนเทนต์วิดีโอสามารถใช้พื้นที่นี้ในการสร้างตัวตนหรือแบรนด์ได้ง่าย - ข้อจำกัด: ไม่เหมาะกับโฆษณาที่ต้องใช้ Text หรือรูปภาพที่เยอะเกินไป และมีราคาค่อนข้างแพง (โดยเฉพาะโฆษณารูปแบบ Takeover) ### โฆษณาผ่านช่องทาง Offline การทำโฆษณาผ่านช่องทาง Offline จะมีหลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น การโฆษณาบนวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ป้ายประกาศ ใบปลิว โบรชัวร์ บิลบอร์ด การออกอีเวนต์ ฯลฯ จะเหมาะกับธุรกิจที่มีสถานที่ตั้งแน่นอน มีเงินทุนหนา เป็นที่รู้จักในพื้นที่นั้นๆ อยู่แล้ว หรือเป็นธุรกิจระดับ Mass Market หรือตลาดมวลชน ## ตัวอย่างการเขียนโฆษณา ยกตัวอย่างการเขียนโฆษณาที่น่าสนใจของแบรนด์ต่างๆ เช่น - **APPLE** APPLE เป็นแบรนด์ที่ทำการเขียนโฆษณาได้ดี และโดนใจในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น…  ใช้ความขัดแย้งและความแตกต่างมาเป็นจุดเด่น อย่างตัวอย่างในภาพที่ใช้เรื่องขนาดและความบางเข้ามาอธิบายตัว Product ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพของสินค้าไปจนถึงรู้สึกสนใจสินค้ามากขึ้นด้วย  ใช้ทริคตัวเลขในการเล่าเรื่อง แถมยังใช้เทคนิคการเล่าด้วยตัวเลขที่เข้าใจง่ายและทำให้เห็นภาพอย่างชัดเจน อย่างการบอกว่าแบตเตอรี่อึด โดยปกติอาจจะเขียนว่าจุแบตเตอรี่ได้ทั้งหมดเท่าไหร่ แต่ APPLE จะใช้วิธีเขียนในด้านการใช้งาน เช่น ใช้งานได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมง เป็นต้น - **WorkVenture**  หลายปีก่อนมีการใช้วิธีการเขียนโฆษณาที่เรียกเสียงฮือฮาและสร้างภาพจำให้กับบริษัทหางานอย่าง WorkVenture ได้ค่อนข้างมาก กับการจับอินไซต์ของมนุษย์เงินเดือนมาเล่น ด้วยการเอาชื่อคนที่คิดว่าซ้ำกันมากที่สุดขึ้นบิลบอร์ด บนจอดิจิตอลที่ติดตามอาคารสำนักงานชั้นนำต่างๆ ไปจนถึงบนรถสาธารณะ แล้วถามคำถามที่ชวนเจ็บจี๊ด เช่น ต้นเบื่อหัวหน้าใช่มั้ย? หางานใหม่ที่ WorkVenture.com ฯลฯ ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ได้เป็นจำนวนมากทั้งบนออฟไลน์และออนไลน์ - **GQ**  แคมเปญโฆษณาของ GQ เรียกได้ว่าเด็ดโดนใจหลายตัวด้วยกัน โดยเฉพาะแคมเปญที่โฆษณากางเกงชั้นในชายที่มีการเขียนคำโฆษณาในรูปแบบที่หลายแบรนด์อาจจะไม่ได้กล้านำเสนอในรูปแบบนี้ เพราะมีการเขียนถึงปัญหาเรื่องไข่ที่ผู้ชายต้องเคยเจอแบบตรงไปตรงมา และนำเสนอผลิตภัณฑ์ในออกมาน่าสนใจและทำให้จดจำได้ง่าย เช่น ไข่ร้อนอับชื้น เปลี่ยนกางเกงในมั้ย?, พอดีทุกไข่ไซส์ไหนก็ใส่ได้ เป็นต้น ด้วยความแปลกและแหวกแนวของการนำเสนอโฆษณาจึงทำให้คนจดจำแคมเปญนี้ของ GQ ได้เป็นอย่างดี - **DOVE**  แคมเปญของ DOVE อย่าง #LetHerGrow เป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ใช้การเขียนโฆษณาที่ทรงพลังโดยการหยิบประเด็นของการที่เด็กผู้หญิงไทยต้องโดนบังคับตัดผมในรั้วโรงเรียนด้วยการบอกเล่าที่ว่า ผู้หญิง 7 ใน 10 คนเคยสูญเสียความมั่นใจจากการถูกบังคับตัดผม ซึ่งช่วยสะท้อนประเด็นคำถามที่คนรุ่นใหม่มักจะสงสัยว่า ‘ทำไมโรงเรียนต้องบังคับให้ตัดผมสั้น’ แน่นอนว่า การเขียนคำโฆษณาแบบนี้ไม่ได้ทำเพื่อขายสินค้า แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมจุดยืนของแบรนด์ และ Vision ของแบรนด์ที่แบรนด์เชื่อว่า ‘ความสวยงามควรเป็นที่มาของความมั่นใจ ไม่ใช่ความวิตกกังวล’ ให้เด่นชัดมากขึ้น - **Netflix**  ใครที่ขึ้นทางด่วนบ่อยๆ ช่วงหนึ่งก่อนหน้าเทศกาลและในช่วงเทศกาลคงจะได้เห็นคำโฆษณาเด็ดๆ ไอเดียปังๆ ของ Netflix กับแคมเปญ #ไม่ไปไหนไป NETFLIX ที่ทำการขึ้นป้ายบิลบอร์ดที่ช่วยบอกระยะทางของสถานที่ต่างๆ แล้ว ยังบอกจุดกลับรถ พร้อมประโยคสั้นๆ ว่า “ปีใหม่ เปลี่ยนใจยังทัน” #ไม่ไปไหนไปNETFLIX ที่เข้ากับทั้งสถานที่และสถานการณ์ของคนเดินทางในช่วงหน้าเทศกาลได้อย่างไม่น่าเชื่อ ## สรุปโฆษณาหรือโฆษณาสินค้าคืออะไร โฆษณาสินค้า คือ กลยุทธ์การทำการตลาดโดยการใช้สื่อต่างๆ ทั้งในรูปแบบ Offline และ Online ในการประชาสัมพันธ์สารไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายกระทำการบางอย่างตาม Goal ที่ตั้งไว้ ซึ่งการทำโฆษณาไม่ได้หมายความว่าจะต้องเสียเงินเพียงอย่างเดียวเสมอไป แต่ยังมีวิธีการทำโฆษณาอีกหลายรูปแบบ เช่น การทำ PR, การทำ Guest posting, การจ้างรีวิวด้วยการให้สินค้าหรือบริการตอบแทน เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะทำโฆษณาสินค้าออกมาในรูปแบบใดก็แล้วแต่ควรทำให้ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ พร้อมวางกลยุทธ์ให้ผู้คนที่พบเห็นเกิดภาพจำ ช่วยให้เขาพิจารณา ไปจนถึงตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของธุรกิจได้ และควรที่จะวัดผลแคมเปญเหล่านั้นออกมาเป็นตัวเลขตามที่ต้องการให้ได้ด้วยจึงจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fadvertising-techniques%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fadvertising-techniques%2F)