Home - SEO - คอนเทนต์ คืออะไร? วิธีสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

คอนเทนต์ คืออะไร? วิธีสร้างคอนเทนต์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

คอนเทนต์ คืออะไร ดูตัวอย่างการทำคอนเทนต์ให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย
เคยได้ยินประโยคที่ว่า Content is King กันไหมครับ? 

หากพูดประโยคนี้ในบริบทของการทำ Digital Marketing ในยุคนี้ดูเหมือนจะไม่เกินจริงเลย เพราะทุกแพลตฟอร์มที่มีอยู่ตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยคอนเทนต์ (Content) ทั้งนั้น แล้วคอนเทนต์ คืออะไร มีกี่ประเภท จะใช้คอนเทนต์ในการสร้างผลลัพธ์ทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ได้อย่างไร บทความนี้ [NerdOptimize ](https://nerdoptimize.com/)จะมาสรุปองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำคอนเทนต์ให้ได้ทราบกัน สายทำโฆษณา คอนเทนต์ นักเขียน นักการตลาด หรือแม้แต่เจ้าของธุรกิจที่กำลังจะปั้นแบรนด์ห้ามพลาดเลยนะครับ

เลือกอ่านตามหัวข้อ
- [คอนเทนต์ คืออะไร](#h-คอนเทนต-ค-ออะไร)
- [คอนเทนต์ มีกี่ประเภท](#h-คอนเทนต-ม-ก-ประเภท)
- [วิธีการสร้างคอนเทนต์ (Content) ให้ได้คุณภาพ](#h-ว-ธ-การสร-างคอนเทนต-content-ให-ได-ค-ณภาพ)
- [คอนเทนต์ (Content) และการทำการตลาดด้วยเนื้อหา (Content Marketing) แตกต่างกันอย่างไร](#h-คอนเทนต-content-และการทำการตลาดด-วยเน-อหา-content-marketing-แตกต-างก-นอย-างไร)
- [ตัวอย่างการทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจ](#h-ต-วอย-างการทำคอนเทนต-ท-น-าสนใจ)

## คอนเทนต์ คืออะไร

![คอนเทนต์ คืออะไร](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/คอนเทนต์-คืออะไร.png)

ที่มาภาพ: www.entrepreneur.com

หากพูดถึงคอนเทนต์ในแง่ของการทำการตลาด Content หรือ คอนเทนต์ คือ ข้อมูลที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้ถึงเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น  เว็บไซต์ เว็บบล็อก โซเชียลมีเดีย ฯลฯ โดยทำออกมาได้ในหลายรูปแบบ เช่น  วิดีโอ ภาพถ่าย ภาพประกอบ โปสเตอร์ การเขียนบทความ เขียนแคปชั่น ฯลฯ 

ซึ่งการทำคอนเทนต์ในปัจจุบันมีหลายวัตถุประสงค์อย่างการโพสต์คอนเทนต์เพื่อสร้างความบันเทิง, เพื่อให้ความรู้ เพื่อทำให้คนจดจำ หรือเพื่อการขายของก็มี คอนเทนต์จึงเป็นเหมือนอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ธุรกิจต้องให้ความสำคัญเพราะนี่คือสิ่งที่ช่วยให้เกิดความสนใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการ ไปจนถึงสร้างความรู้ ความเข้าใจ หรือการตัดสินใจที่ถูกต้องให้กับกลุ่มเป้าหมายได้เลยทีเดียว

## คอนเทนต์ มีกี่ประเภท

ในที่นี้จะขอแบ่งคอนเทนต์ออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ

### คอนเทนต์ตามลักษณะด้านการผลิต

ถ้าแบ่งประเภทของคอนเทนต์ตามลักษณะด้านการผลิตอาจแบ่งคอนเทนต์ได้ออกเป็นหลายกลุ่ม ดังนี้

- **คอนเทนต์ประเภทงานเขียน (Content Writing)** จะเป็นคอนเทนต์ที่ผลิตด้วยการเขียนในรูปแบบข้อความ เช่น E-book รีวิว รายงาน บทความบนเว็บไซต์ เป็นต้น

- **คอนเทนต์ประเภทภาพถ่าย (Photographic Content)** เป็นคอนเทนต์ที่ใช้ภาพถ่ายในการสื่อสาร สามารถใช้ในการแสดงผลงานศิลปะ ถ่ายภาพทางธรรมชาติ รูปสินค้า ภาพถ่ายสถานที่ ภาพอีเวนต์ และอื่นๆ และยังใช้ประกอบกับคอนเทนต์งานเขียนอื่นๆ ได้ด้วย

- **คอนเทนต์ประเภทวิดีโอ (Video Content)** เป็นคอนเทนต์ที่ใช้ภาพเคลื่อนไหวและเสียงในการสื่อสาร เช่น วิดีโอบนโซเชียลมีเดีย คลิปวิดีโอบนเว็บไซต์ หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ 

- **คอนเทนต์ประเภทเสียง (Audio Content) **เป็นคอนเทนต์ที่ใช้เสียงเป็นสื่อสาร เช่น Postcast รายการวิทยุ บทสนทนาเสียง เพลง และอื่นๆ

- **คอนเทนต์ประเภท**ภาพเคลื่อนไหวแบบกราฟิก (Motion Graphics) เป็นคอนเทนต์ที่ใช้กราฟิกเคลื่อนไหว เพื่อสร้างเป็นวิดีโอ เช่น งานอนิเมชัน เป็นต้น

### คอนเทนต์ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

นอกจากนี้ คอนเทนต์ยังสามารถแบ่งตามประเภทของวัตถุประสงค์ของการใช้งานได้เช่นเดียวกัน โดยประเภทคอนเทนต์ในรูปแบบนี้จะเรียกว่า Content Metrix ซึ่งจะแบ่งคอนเทนต์ออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

![คอนเทนต์ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/คอนเทนต์ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน.png)

ที่มาภาพ: www.smartinsights.com

- **คอนเทนต์ให้ความบันเทิง (Entertain)** จะเป็นคอนเทนต์ที่เน้นให้ความสนุกสนานกับผู้อ่าน พบได้มากในโซเชียลมีเดีย เช่น คอนเทนต์เล่นเกมชิงรางวัล, คอนเทนต์มีม ฯลฯ หากทำคอนเทนต์เหล่านี้ให้กับแบรนด์มักจะได้ยอด Engagement ที่สูงจากการที่คนจะเข้ามาคอมเมนต์และแชร์ต่อๆ กัน

- **คอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจ (Inspire)** จะเป็นคอนเทนต์ที่เน้นกระตุ้นให้เกิดไอเดีย หรือความรู้สึกบางอย่าง เช่น ความอยากได้ อยากทำตาม ฯลฯ อย่างการใช้อินฟลูเอนเซอร์รีวิวสินค้า คอนเทนต์แนวบอกเล่าไอเดียที่เอาไปทำตามได้

- **คอนเทนต์ให้ความรู้ (Educate) **จะเป็นคอนเทนต์ที่เน้นเนื้อหาสาระและให้ความรู้กับผู้อ่าน เช่น คอนเทนต์แนว How-to, การทำ Infographic, การทำรีพอร์ต เป็นต้น คอนเทนต์ประเภทนี้จะเหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์เป็นหลัก

- **คอนเทนต์โน้มน้าวใจ (Conversion)** จะเป็นคอนเทนต์ที่ช่วยส่งเสริมด้านการขายได้ดี เช่น โฆษณา, ตารางสินค้า, คุณสมบัติสินค้า, กรณีศึกษา เป็นต้น

## วิธีการสร้างคอนเทนต์ (Content) ให้ได้คุณภาพ

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจจะอยากรู้แล้วว่า หากต้องการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพนั้นต้องทำอะไรบ้าง เราลองมาดูกันดีกว่าว่า กว่าจะได้คอนเทนต์ออกมาสักชิ้นนั้นมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องโฟกัสในจุดไหน ดังนี้

### เลือกว่าจะทำ Content แนวไหน 

เรื่องแรกที่จะทำให้คุณได้คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ ไม่ใช่แค่ในด้านเนื้อหา แต่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของธุรกิจ และแพลตฟอร์มที่ใช้ในการทำการตลาด ก็คือการรู้ว่าจะต้องผลิตคอนเทนต์แนวไหนออกมานั่นเอง โดยรูปแบบคอนเทนต์ทั่วไปจะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ

![เลือกว่าจะทำ Content แนวไหน](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/เลือกว่าจะทำ-Content-แนวไหน.png)

#### การทำคอนเทนต์จากกระแส (Topical Content)

Topical Content คือ คอนเทนต์ที่เน้นเขียนเพื่อเกาะกระแส ติดตามเทรนด์ และใช้สถานการณ์ช่วงใดช่วงหนึ่งทำให้มีคนสนใจเนื้อหาในคอนเทนต์ ยกตัวอย่างคอนเทนต์ประเภทนี้ได้แก่ คอนเทนต์ข่าว, คอนเทนต์อัปเดตเทรนด์, คอนเทนต์ไวรัล ฯลฯ คอนเทนต์ประเภทนี้เหมาะสำหรับทำลงบนโซเชียลมีเดีย เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ผู้คนเน้นเสพคอนเทนต์ตามกระแสเป็นหลัก

**ข้อดีของการทำ Topical Content**

- **ทำได้เร็ว **เพราะไม่จำเป็นต้องค้นคว้าหรือวิเคราะห์อะไร เน้นทำเร็ว ผลิตจำนวนมาก และทำให้ทันกระแสเป็นหลัก

- **สร้าง Engagement ได้ดี** เนื่องจากเป็นคอนเทนต์ที่มักเล่นกับกระแสที่คนสนใจ หากใส่ความครีเอทีฟลงไปก็จะช่วยทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในคอนเทนต์นั้นๆ มากขึ้น

**ข้อจำกัดของการทำ Topical Content**

- **ต้องเน้นเกาะกระแส** มีเทรนด์อะไรมาต้องสามารถนำมาผลิตเป็นคอนเทนต์ได้ หากช้าก็จะทำให้คอนเทนต์ไม่ได้สร้างผลลัพธ์ที่ดีเท่าที่ต้องการ

- **มาไว ไปไว **ถึงแม้จะทำได้เร็วและทำได้จำนวนมาก แต่ผลลัพธ์มักอยู่ได้ไม่นาน หากประเด็นนั้นผู้คนเลิกสนใจไป คอนเทนต์นั้นก็อาจจะไม่มีคนเข้าชมหรือแชร์อีกเลย

หากคุณต้องการสร้างคอนเทนต์แบบ Topical Content ก็จำเป็นต้องดูด้วยว่า กระแสไหนเหมาะที่จะหยิบมาเล่นบ้าง และถ้าทำแล้วจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วยหรือไม่ โดยคุณสามารถติดตามเทรนด์ รวมถึงดูไอเดียของการทำคอนเทนต์ได้จากโซเชียลมีเดียต่างๆ หรือใช้ Tools เข้าช่วย เช่น trend.wisesight

#### การทำคอนเทนต์จากผลการค้นหา (Evergreen Content) 

[Evergreen Content คือ](https://nerdoptimize.com/seo/evergreen-content/) วิธีทำคอนเทนต์ที่เน้นผลลัพธ์แบบยั่งยืน อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ทำคอนเทนต์ครั้งเดียวคนก็จะยังเข้ามาอ่านอยู่อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเนื้อหาไม่ล้าสมัยหรือตกยุค และเป็นเนื้อหาที่เป็นข้อเท็จจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ซึ่งคอนเทนต์ที่จัดอยู่ในรูปแบบ Evergreen Content ที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ [บทความ SEO ](https://nerdoptimize.com/seo/seo-writing/)นั่นเอง

**ข้อดีของการทำ Evergreen Content**

- **ช่วยในการทำ**[** SEO**](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/) โดยการทำ[ Keyword Research](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-research-strategy/) ที่ช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ใช้งาน Google ให้เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณจากการทำอันดับบน Search Engine

-  **ไม่ต้องผลิตถี่ ไม่เน้นตามกระแส **จึงเหมาะสำหรับธุรกิจที่ไม่ได้มีทีมคอนเทนต์ที่สามารถปั่นบทความหรือคอนเทนต์จำนวนมากๆ ได้ โดยสามารถเลือกใช้บริการ[รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) แทนได้

- **ถูกมองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญ** เพราะคอนเทนต์ของคุณจะถูกหาเจอบน Google และถ้าคุณเขียนเนื้อหา [off page seo](https://nerdoptimize.com/seo/off-page-seo/) ได้ดีก็จะได้รับความน่าเชื่อจากทั้งผู้อ่านและ Google เองด้วย

**ข้อจำกัดของการทำ Evergreen Content**

- **ใช้เวลาในการทำ** เพราะส่วนใหญ่จะต้องเน้นการเขียนเนื้อหาในเชิงให้ความรู้เป็นหลัก จึงต้องใช้เวลาในการผลิต

- **ทำได้ยากกว่า Topical Content** จากการต้องสำรวจ รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลก่อนจะนำมาเขียน

- **Engagement ไม่ได้หวือหวา **เพราะไม่ได้เน้นเล่นกับกระแส แต่มักจะได้ Traffic มาแบบสม่ำเสมอแทน

สำหรับการวางแผนทำ Evergreen Content โดยเฉพาะการทำ SEO Content จะต้องพึ่งพาเครื่องมือที่ใช้ในการหาคีย์เวิร์ด เพื่อนำมาทำ [On-Page SEO ](https://nerdoptimize.com/seo/on-page-seo/)รวมถึงใช้สำหรับสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่ตรงกับ [Search Intent ](https://nerdoptimize.com/seo/search-intent/)ของกลุ่มเป้าหมาย โดยเครื่องมือที่ว่านี้มีอยู่ด้วยการหลายตัว เช่น [Google Keyword Planner](https://nerdoptimize.com/seo/google-keyword-planner/), [Ubersuggest](https://nerdoptimize.com/seo/ubersuggest/) เป็นต้น

### ควรทำ Content Plan อย่างไร

Content Plan คือ การวางแผนทำคอนเทนต์ ประกอบขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

- **การตั้งเป้าหมาย (Goal) **

โดยคุณควรรู้ว่าจะทำคอนเทนต์นี้ไปเพื่ออะไร เช่น ให้ความรู้, สร้างยอดขาย ฯลฯ โดยอาจจะใช้หลักการที่เรียกว่า Smart Goal ในการตั้งโจทย์เพื่อทำให้คอนเทนต์ที่ผลิตออกมาสามารถวัดผลลัพธ์ได้

![ควรทำ Content Plan อย่างไร การตั้งเป้าหมาย (Goal)](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/ควรทำ-Content-Plan-อย่างไร-การตั้งเป้าหมาย-Goal.png)

ที่มาภาพ: www.breeze.pm

- **ทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมาย**

หัวใจของคอนเทนต์คือ ผู้อ่าน ดังนั้น จึงควรทำความรู้จักกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการจะให้คอนเทนต์สื่อสารเนื้อหาไปยังพวกเขา โดยอาจจะเริ่มจากการหา Customer Insight หรือ ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย เช่น พวกเขามีข้อมูลประชากร (Demographic) อย่างไร, ชอบอะไร, ไม่ชอบอะไร, มีพฤติกรรมอะไรที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับการทำคอนเทนต์ได้บ้าง, ดูหรือติดตามคอนเทนต์จากที่ไหนบ้าง เป็นต้น หลังจากนั้นจึงนำมาทำเป็น Persona ที่ทำให้คุณเห็นกลุ่มเป้าหมายตัวอย่างได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

![ทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมาย](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/ทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมาย.png)

ที่มาภาพ: www.freepik.com
ตัวอย่างการทำ Persona

- **สร้างความโดดเด่นให้กับคอนเทนต์**

โดยควรที่จะกำหนดว่าคอนเทนต์จะมีน้ำเสียง (Voice) อย่างไร มีคาแรกเตอร์ของแบรนด์เป็นอย่างไร ไปจนถึงควรที่จะกำหนดสี ฟอนต์ รูปแบบการจัดวาง Layout ต่างๆ ที่ช่วยสร้างภาพจำเพิ่มเติมให้กับคอนเทนต์ของคุณลงไปด้วย 

![สร้างความโดดเด่นให้กับคอนเทนต์](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/สร้างความโดดเด่นให้กับคอนเทนต์.png)

ที่มาภาพ: https://www.blockdit.com/jonessalad

ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์ Jones’ Salad ที่มักจะนำเสนอคอนเทนต์ออกมาในรูปแบบของ Infographic ที่เข้าใจง่าย มีคาแรกเตอร์ลุงโจนส์ที่ทำให้คนจดจำ ซึ่งวาดออกมาเป็นลายเส้นง่ายๆ พร้อมกับกำหนดคู่สีอย่าง เขียว เหลืองที่เห็นใช้บ่อยๆ มาด้วย ทำให้คอนเทนต์ของ Jones’ Salad เป็นที่น่าจดจำสำหรับกลุ่มเป้าหมาย

- **จัดตารางการผลิตคอนเทนต์**

หากต้องการทำคอนเทนต์ให้มีคนติดตามก็ควรที่จะมีการวางแผนลงคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ โดยอาจจะทำชีตหรือใช้ Project Management Tools หรือ Content Calendar มาใช้ในการจัด Task ต่างๆ ทั้งหัวข้อ ไอเดีย วันที่จะต้องส่งงาน วันที่จะต้องเผยแพร่งาน ไปจนถึงระบุช่องทางที่เผยแพร่ เช่น เว็บไซต์, อีเมล, Social Media, YouTube เอาไว้ด้วย ยกตัวอย่าง Tools ที่ช่วยจัดการในเรื่องนี้ได้ เช่น Asana, Clickup เป็นต้น

![จัดตารางการผลิตคอนเทนต์](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/จัดตารางการผลิตคอนเทนต์.png)

ที่มาภาพ: https://clickup.com/features

## คอนเทนต์ (Content) และการทำการตลาดด้วยเนื้อหา (Content Marketing) แตกต่างกันอย่างไร

หากจะบอกว่า คอนเทนต์เป็นส่วนหนึ่งของ Content Marketing ก็คงจะไม่ผิด เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่าคอนเทนต์เป็นเหมือนกับ ‘สาร’ ที่เราต้องการจะส่งไปให้ถึงกลุ่มเป้าหมาย ส่วน Content Marketing คือ กลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบหนึ่งที่ใช้สารอย่างคอนเทนต์เป็นสื่อการในการพูดคุยและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มต่างๆ ที่แบรนด์มี ซึ่งการวาง Content Marketing Strategy ที่ดีต้องเริ่มจากการมีเป้าหมายในการทำคอนเทนต์ที่แน่ชัด มีน้ำเสียงของแบรนด์ที่ทำให้เกิดภาพจำ ไปจนถึงมีแผนการจัดการคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพด้วย

## ตัวอย่างการทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจ

ยกตัวอย่างการทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เช่น

**เรียลชีสเบอร์เกอร์ จากเบอร์เกอร์คิง**

![ตัวอย่างการทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เรียลชีสเบอร์เกอร์ จากเบอร์เกอร์คิง](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/ตัวอย่างการทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจ-เรียลชีสเบอร์เกอร์-จากเบอร์เกอร์คิง.png)

ที่มาภาพ: facebook.com

เป็นตัวอย่างการทำคอนเทนต์แบบ Topical Content ที่เน้นสร้างกระแสให้เป็นไวรัล จนได้รับการพูดถึงในวงกว้าง อย่างการออกสินค้าใหม่ของ Burger King ในชื่อ “เรียลชีสเบอร์เกอร์” ที่ใส่อเมริกันชีส ถึง 20 แผ่นในเบอร์เกอร์ชิ้นเดียว ทำให้ได้รับความสนใจทั้งในและต่างประเทศ ผู้คนจึงทำคอนเทนต์แบบ Topical Content ในการพูดถึงเรียลชีสเบอร์เกอร์ในรูปแบบต่างๆ เช่น

![การทำเป็น Breaking News ของสำนักงานข่าว](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/การทำเป็น-Breaking-News-ของสำนักงานข่าว.png)

ที่มาภาพ: edition.cnn.com
การทำเป็น Breaking News ของสำนักงานข่าว

![การเขียนเป็นบทความลงเว็บไซต์](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/การเขียนเป็นบทความลงเว็บไซต์.png)

ที่มาภาพ: thestandard.co
การเขียนเป็นบทความลงเว็บไซต์

![ทำเป็นคลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/ทำเป็นคลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย.png)

ที่มาภาพ: www.tiktok.com/
ทำเป็นคลิปวิดีโอลงบนโซเชียลมีเดีย

**SEO Guide จาก backlinko**

Backlinko เป็นเว็บไซต์ให้ความรู้ด้าน SEO ที่เน้นทำ Evergreen Content และเน้นการทำ [Pillar Page](https://nerdoptimize.com/seo/pillar-page/) ซึ่งจัดทำเนื้อหาขึ้นมาเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่อรวบรวมบทความหรือเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกันไว้ในที่เดียว ทำให้ติดอันดับบนหน้า Google ได้ง่าย และยังช่วยให้คนใช้งานเว็บไซต์สามารถอ่านบทความที่สนใจได้อย่างต่อเนื่องและครบถ้วน เพราะมีการทำ Internal Link ในบทความถึงกันอย่างเป็นระบบ

![SEO Guide จาก backlinko](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2023/07/SEO-Guide-จาก-backlinko.png)

ที่มาภาพ: backlinko.com

สุดท้ายนี้จะเห็นว่า คอนเทนต์ คือ สารที่ธุรกิจสามารถใช้เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเลือกใช้ได้ตามวัตถุประสงค์ของการตลาด เพื่อให้บรรลุ Goal ที่ธุรกิจต้องการ เช่น การสร้างการรับรู้แบรนด์ (Awareness), ช่วยในการพิจารณา (Consideration) และช่วยในการตัดสินใจซื้อ (Decision) โดยการใช้คอนเทนต์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น 

ก็หวังว่าบทความจะช่วยให้คุณทำคอนเทนต์ได้ดีขึ้น ไม่มากก็น้อยนะครับ!

- [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fwhat-is-content%2F)
- [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fwhat-is-content%2F)

ค้นหา บทความอื่นๆ

Search

About NerdOptimize

AI Search & SEO Agency Awards

เราคือ AI Search & SEO Agency ที่ได้รับการการันตีกลยุทธ์จากรางวัลระดับโลกอย่าง Global Search Award และ APAC Search Award

60+ Employees

Global award Guaruntee

Global Search Awards 2025 : Winner Best Use of Search – Real Estate & Property: Large

APAC Search Awards 2026 : Finalist Best Use of Search – Real Estate & Property

ผู้เขียน

Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn

แชร์บทความนี้:

บทความที่คุณ อาจสนใจ

สถิติที่น่าสนใจในการทำ SEO

รวม 78 SEO Statistics ที่น่าสนใจสำหรับปี 2023 ที่คนทำ SEO ต้องรู้!

รวมสถิติ SEO ที่น่าสนใจทั้งหมด 78 เรื่อง เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมสำหรับปี 2023 มีทั้งเรื่อง Ranking Backlink Keyword ฯลฯ มาอัปเดตไปพร้อมๆ กันเลย

อ่านบทความ ➝
SSR คืออะไร

SSR คืออะไร? ทำไมสาย Dev และสาย SEO ถึงควรรู้

SSR ย่อมาจาก Server-Side Rendering คือการแสดงผลเว็บไซต์จากฝั่งเซิร์ฟเวอร์ เมื่อเรากดเข้าเว็บไซต์ ระบบจะสร้างหน้าเว็บแบบเสร็จสมบูรณ์แล้วส่งให้เราเห็นทันที

อ่านบทความ ➝

เพิ่ม Brand Mention บน AI กลยุทธ์การตลาดใหม่ล่าสุดในปี 2026

เจาะลึก Machine Learning คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร มีวิธีการทำงานอย่างไร พร้อมแนะนำประเภท ML และการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจจริงในยุคดิจิทัล

อ่านบทความ ➝
Scroll to Top