Home - SEO - Webp คืออะไร ดูวิธีแปลงไฟล์ภาพให้เล็กแต่มีคุณภาพ ช่วยให้เว็บไซต์โหลดเร็ว

Webp คืออะไร ดูวิธีแปลงไฟล์ภาพให้เล็กแต่มีคุณภาพ ช่วยให้เว็บไซต์โหลดเร็ว

webp คืออะไร ดูวิธีการทำภาพแบบ webp

เป้าหมายหนึ่งที่คนทำ SEO ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้ได้เลยก็คือ ทำให้เว็บไซต์โหลดได้เร็วขึ้นแบบไม่ต้องรอแล้วรออีก จนทำให้ Traffic หรืออันดับตกจากการที่ Google มองว่าเว็บไซต์ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้าเลยก็คือ รูปภาพ ดังนั้น มาปรับไฟล์ภาพให้ดีต่อการทำงานในเว็บไซต์กันดีกว่ากับการแปลงไฟล์ภาพให้เป็น Webp ที่ไม่ได้ช่วยแค่ลดขนาดไฟล์ภาพ แต่ยังทำให้เว็บไซต์คุณเบาและเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลดีต่อการทำ SEO และอันดับการค้นหาใน Google แบบติด Speed มาดูกันว่าเราจะทำภาพบนเว็บไซต์ให้เป็น Webp ได้ยังไง และภาพแบบ Webp คืออะไร ตาม Nerd ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยดีกว่าครับ!

Webp คืออะไร ?  

Webp คือ ประเภทของไฟล์ภาพที่ดีต่อการทำเว็บไซต์ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Google มีข้อดีคือ ช่วยลดขนาดไฟล์ภาพที่อยากจะใช้ในเว็บไซต์ให้เล็กลง แต่ยังคงคุณภาพของภาพเอาไว้ให้ยังชัดเจนได้เหมือนเดิม (บีบอัดแบบสูญเสียและไม่สูญเสียรายละเอียด (Losyless) ได้) โดยไฟล์ภาพ Webp จะมีขนาดที่เล็กกว่าไฟล์ภาพแบบ JPEG หรือ PNG ถึง 25-34% 

ภาพแบบ Webp มีขนาดที่เล็กว่า JPEG แต่ยังคมชัด

ซึ่งการทำให้ภาพบนเว็บไซต์เล็กลงนั้นจะส่งผลให้เว็บไซต์เร็วขึ้น ดีต่อการทำ SEO เพราะ Google จะมองว่าเว็บไซต์มีประสิทธิภาพที่ดีในแง่ของ Page Speed รวมถึงช่วยสร้างประสบการณ์ในการใช้งาน (User Ezperience) ในการเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ได้เร็วแบบไม่ต้องรอนาน 

ดังนั้น การทำไฟล์ภาพแบบ Webp จึงเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยปรับปรุงการทำ On Page SEO ให้ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ไฟล์ Webp มีกี่ประเภท ?

หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำ SEO อาจจะไม่ทราบว่าไฟล์ Webp นั้นมีการแบ่งประเภทตามการใช้งานเอาไว้ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

ซึ่งการทำให้ภาพบนเว็บไซต์เล็กลงนั้นจะส่งผลให้เว็บไซต์เร็วขึ้น ดีต่อการทำ SEO เพราะ Google จะมองว่าเว็บไซต์มีประสิทธิภาพที่ดีในแง่ของ Page Speed รวมถึงช่วยสร้างประสบการณ์ในการใช้งาน (User Ezperience) ในการเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ได้เร็วแบบไม่ต้องรอนาน 

ดังนั้น การทำไฟล์ภาพแบบ Webp จึงเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยปรับปรุงการทำ On Page SEO ให้ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

ไฟล์ Webp มีกี่ประเภท ?

หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำ SEO อาจจะไม่ทราบว่าไฟล์ Webp นั้นมีการแบ่งประเภทตามการใช้งานเอาไว้ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่

ประเภทของไฟล์ Webp
  • WebP Lossless

WebP Lossless คือ การบีบอัดรูปภาพโดยที่ยังไม่สูญเสียความละเอียดของภาพ ทำให้คุณภาพไฟล์ภาพนั้นเหมือนกับต้นฉบับ แต่ขนาดไฟล์ก็จะเล็กลงกว่าภาพต้นฉบับที่เป็นภาพ PNG จะเหมาะสำหรับภาพที่ต้องการความคมชัดคุณภาพสูงและไม่ลดทอนรายละเอียดของภาพ เช่น ภาพกราฟิก ภาพพื้นหลังโปร่งใส ภาพถ่ายวิว ฯลฯ

  • WebP Lossy 

WebP Lossy คือ การบีบอัดภาพที่ทำให้ภาพสูญเสียความคมชัดไปเล็กน้อย แต่ยังคงคุณภาพที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยังยอมรับได้ ซึ่งมีขนาดไฟล์เล็กกว่า JPEG เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในเว็บไซต์ เช่น ภาพถ่ายหรือภาพที่ใช้ในการประกอบบทความ ที่ต้องการความสมดุลระหว่างคุณภาพของภาพและความเร็วในการโหลด ไม่เน้นความสวยงามและคมชัดมากนัก 

การปรับภาพให้เป็นสกุลไฟล์ Webp มีประโยชน์อย่างไรต่อการทำ SEO 

การปรับภาพให้เป็นสกุลไฟล์ Webp มีข้อดีสำหรับคนที่ต้องการทำให้เว็บไซต์ทำอันดับได้ดีบน Search Engine และมีประโยชน์ต่อการทำ Technical SEO หลายประการด้วยกัน ดังนี้

ไฟล์ภาพเล็กลง เว็บไซต์โหลดได้เร็วขึ้น

เมื่อเราทำการบีบไฟล์ภาพให้เล็กลงด้วยวิธีการแปลงไฟล์สภาพเดิมที่เป็น JPEG หรือ PNG ให้กลายเป็นสกุลไฟล์ Webp จะช่วยทำให้เว็บไซต์ที่แต่เดิมต้องใช้เวลาโหลดรูปนาน สามารถโหลดหน้าเว็บไซต์ได้เร็วมากยิ่งขึ้นจากการที่ใช้แบนด์วิดท์ (Bandwidth) น้อยลงในการดาวน์โหลดข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้เว็บไซต์ 

แน่นอนว่า ส่งผลดีต่อการทำ SEO ด้วย เนื่องจาก Google ให้ความสำคัญกับเรื่อง PageSpeed ของเว็บไซต์มาก อีกทั้งยังช่วยให้ผ่านเกณฑ์ของ Core web vitals ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ Google ใช้ในการวัดประสบการณ์ของผู้ใช้ การปรับภาพบนเว็บไซต์ให้กลายเป็น Webp จึงไม่เพียงช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีคะแนนที่ดีขึ้น และทำอันดับได้ดีบน Search Engine เท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้เข้าชมได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น

แสดงภาพที่ต้องการได้หลาย Browsers 

การใช้ไฟล์ภาพ Webp ช่วยในการแสดงผลภาพได้ในหลาย Browsers ไม่ว่าจะเป็น Google Chrome, Safari, Firefox, Opera และ Microsoft Edge ทำให้คนทำเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไฟล์ภาพสกุลอื่นๆ ที่อาจจะใหญ่และโหลดช้ากว่า เช่น GIF หรือ PNG ดังนั้น Webp จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการทำให้ภาพแสดงผลได้ในทุก Browser และทำให้เว็บไซต์แสดงผลได้เร็วขึ้นด้วย

สามารถปรับปรุงคุณภาพของไฟล์รูปภาพให้ดีขึ้นได้

Webp คือ รูปแบบไฟล์ภาพแบบ Open Source ที่สามารถดาวน์โหลดและนำไปปรับปรุงไตามต้องการ จึงเหมาะกับคนทำเว็บไซต์ที่อยากได้ไฟล์ภาพที่สามารถปรับคุณภาพของรูปภาพให้ดีขึ้นได้แบบอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกการบีบอัดแบบ Lossy เพื่อให้ได้ภาพขนาดเล็กหรือแบบ Lossless เพื่อรักษาคุณภาพภาพสูงสุด จึงช่วยในการปรับแต่งการแสดงผลในอุปกรณ์หลายแบบได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องกลัวว่าเว็บไซต์จะโหลดภาพได้ช้า

ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของ Web Hosting ได้

SEO Specialist หรือ SEO Agency หลายเจ้ายืนยันแล้วว่าการใช้ภาพ Webp ช่วยลดการใช้ Media Storage เนื่องจากไฟล์ Webp มีขนาดเล็กกว่าไฟล์ JPEG และ PNG ทำให้พื้นที่ในการจัดเก็บที่ใช้ใน Web Hosting ลดลง ส่งผลให้ช่วยประหยัดงบประมาณได้ด้วย 

แสดงรูปภาพบนเว็บไซต์ได้หลากหลาย

ไฟล์ Webp ยังรองรับทั้งภาพนิ่ง (Static Image) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) และภาพประเภทพื้นหลังโปร่งใส จึงไม่จำเป็นต้องแปลงไฟล์เป็นสกุลเฉพาะอย่าง PNG หรือ GIF จึงช่วยให้คนทำเว็บไซต์จัดการรูปภาพง่ายขึ้น ลดการใช้ทรัพยากร และทำให้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในด้านการทำ On Page SEO อีกด้วย

ขั้นตอนการแปลงไฟล์ภาพให้เป็นไฟล์ Webp ทำอย่างไร ? 

สำหรับใครที่อยากจะแปลงไฟล์ภาพที่มีให้เป็นไฟล์ Webp สามารถใช้ Tools ในการแปลงไฟล์ได้ด้วยตัวเอง โดยเว็บไซต์แปลงไฟล์ PNG หรือ JPEG เป็น WebP ที่นิยมนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายเครื่องด้วยกัน ซึ่ง Nerd ขอแนะนำให้รู้จักกับ 3 เครื่องมือที่นิยมใช้กัน ดังนี้

Convertio เป็นเว็บไซต์ที่สามารถแปลงไฟล์ภาพได้หลากหลายรูปแบบ และรองรับไฟล์จากหลายแหล่ง เช่น การอัปโหลดจากคอมพิวเตอร์, Google Drive, หรือ Dropbox ซึ่งมีขั้นตอนการใช้งานที่ง่ายมากๆ ในการที่จะแปลงไฟล์ภาพ .PNG หรือ .JPEG เป็น .Webp โดยทำตามแค่ 4 ขั้นตอนนี้เท่านั้น 

แปลงไฟล์ PNG หรือ JPEG เป็น WebP
  1. ให้เข้าไปที่ https://convertio.co/
  2. ทำการอัปโหลดไฟล์ภาพ โดยคลิกที่ปุ่ม “เลือกไฟล์” เพื่ออัปโหลดไฟล์ภาพที่ต้องการแปลงเป็น Webp โดยเลือกไฟล์ได้ทั้งจากคอมพิวเตอร์, Google Drive, Dropbox หรือวาง URL ของภาพก็ได้ตามความสะดวก
เลือกสกุลไฟล์ที่ต้องการแปลงเป็น Webp
  1. เมื่ออัปโหลดภาพเสร็จแล้ว เลือกสกุลไฟล์ที่ต้องการแปลงเป็น “Webp”
การแปลงเป็นไฟล์ Webp
  1.  จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Convert”
แปลงไฟล์ Webp เสร็จสิ้น
  1. รอจนกว่าการแปลงไฟล์จะเสร็จสิ้น จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “ดาวน์โหลด” เพื่อบันทึกไฟล์ภาพ Webp ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์
แปลงไฟล์ภาพให้เป็น Webp

Online-Convert อีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้สำหรับแปลงไฟล์ภาพให้เป็น Webp และยังใช้แปลงไฟล์อื่นๆ เช่น ไฟล์มีเดีย (วิดีโอหรือเสียง) ไฟล์เอกสาร ไฟล์ Zip ฯลฯ ได้ด้วย สามารถใช้งานได้ฟรี แต่มีข้อจำกัดคือ ไฟล์ที่จะทำการแปลงจะต้องมีขนาดไฟล์ไม่เกิน 100 MB

EZGIF อีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการ Convert ไฟล์ต่างๆ

EZGIF อีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการ Convert ไฟล์ต่างๆ ซึ่งทำได้ทั้งไฟล์วิดีโอ ไฟล์ GIF และไฟล์รูปภาพ ซึ่ง โดยฟีเจอร์ทุกอย่างใช้งานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ต้องสมัครสมาชิกล็อกอินในการเข้าใช้งานอีกด้วย

วิธีการแปลงไฟล์ภาพให้เป็นไฟล์ Webp ด้วยวิธีอื่น ๆ มีอะไรบ้าง ? 

หากไม่สะดวกในการใช้เครื่องมือเหล่านี้จะมีวิธีการแปลงไฟล์ภาพต่างๆ ให้เป็น Webp ได้อย่างไรบ้าง? 

  1. สำหรับคนที่ใช้โปรแกรมออกแบบกราฟิก เช่น Adobe Photoshop สามารถแปลงไฟล์ผ่าน Adobe Photoshop ได้เลย โดยเข้าไปที่เมนู File แล้วเลือก Export > Save for Web (Legacy)… หลังจากนั้นเลือกไฟล์เป็น Webp แล้วก็ปรับขนาดของภาพที่ต้องการ สุดท้ายกด Save เพื่อบันทึกไฟล์ได้เลย
  2. หากคุณใช้ WordPress ในการสร้างเว็บไซต์ การแปลงไฟล์ภาพเป็น Webp สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการติดตั้งปลั๊กอิน เช่น Smush, Imagify เป็นต้น 
  3. ใช้ซอฟต์แวร์แปลงไฟล์ เช่น XnConvert ในการแปลงไฟล์ ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์นี้เพื่อใช้งานได้ฟรี
  4. ใช้ Google Chrome DevTools ในการแปลงรูปภาพเป็น Webp ได้ โดยการเปิดรูปภาพในเบราว์เซอร์ Chrome แล้วใช้ DevTools เพื่อบันทึกภาพเป็น Webp

ข้อจำกัดของไฟล์ Webp มีอะไรบ้าง ? 

ถึงแม้ว่า Webp คือ ไฟล์ภาพที่มีข้อดีอยู่มากมายหลายอย่างต่อการทำ SEO แต่ไฟล์ Webp ยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่เป็นข้อควรระวังในการเลือกใช้งานอยู่ด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น 

  • ไม่สามารถแสดงผลได้ในบาง Browser เนื่องจากเบราว์เซอร์เก่าหรือบางประเภทไม่ได้รองรับไฟล์ Webp เช่น Internet Explorer และบางเบราว์เซอร์ในอุปกรณ์บางประเภทอาจจะยังไม่ได้อัปเดตให้รองรับการแสดงผลของไฟล์ Webp ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้งานบางกลุ่มไม่สามารถเห็นภาพบนเว็บไซต์ แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ด้านการใช้งานของ User และอาจทำให้ค่า SEO ลดลงหากมีผู้ใช้งานออกจากเว็บไซต์เพราะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างที่ควรจะเป็น
  • ต้องจัดการไฟล์ให้อยู่ในหลาย Format เพราะมีข้อจำกัดด้านการแสดงผลในบาง Browser ทำให้จำเป็นต้องจัดการไฟล์ให้อยู่ในหลาย Format เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงของผู้ใช้งานทุกกลุ่ม นั่นหมายความว่า จะต้องมีการเตรียมภาพในหลายสกุล ไม่ว่าจะเป็น Webp, JPEG หรือ PNG เพื่อรองรับเบราว์เซอร์ที่ไม่สามารถแสดงภาพ Webp ได้ 
  • ใช้งานได้กับ CMS หรือ Content Management System บางประเภทและรองรับใน SEO Tool บางตัว ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้ Webp เป็นฟอร์แมตรูปภาพหลักในเว็บไซต์ อย่างเช่น บน WordPress ที่ต้องติดตั้ง Plug-in เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถใช้งานไฟล์ภาพ Webp ได้อย่างเต็มที่
  • ไม่รองรับในอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ไม่ได้รับการอัปเดต เช่น สมาร์ทโฟนที่ไม่ได้อัปเดตระบบปฏิบัติการให้ใหม่ล่าสุด อาจพบปัญหาว่า ไม่สามารถแสดงภาพของไฟล์ Webp ได้

Webp คือ เทคนิคหนึ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับคนทำ SEO

อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นแล้วว่า Webp คือ การปรับไฟล์ภาพที่ช่วยทำให้ภาพที่แสดงผลบนเว็บไซต์มีขนาดเล็กลง ทำให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น แต่ก็ยังคงความชัดของภาพเอาไว้ได้เหมือนกับภาพต้นฉบับ ซึ่งถ้าหากเรานำไปปรับใช้กับเว็บไซต์ที่ทำอยู่จะส่งผลให้การทำ SEO ดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะดีเทลเล็กๆ เหล่านี้เมื่อทำประกอบกันนั้นจะส่งผลดีต่อตัวเว็บไซต์ค่อนข้างมาก ดังนั้น อย่าลืมที่จะลองนำวิธีการแปลงไฟล์ภาพเป็น Webp ไปใช้งานเพื่อทำให้การทำ On-Page SEO ของคุณดีขึ้นแบบติดจรวดและมุ่งสู่อันดับต้นๆ จากการปรับ Page Speed ให้เร็วขึ้นได้ตามต้องการนะครับ

ผู้เขียน

Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn

แชร์บทความนี้:

บทความที่คุณ อาจสนใจ

Customer Insight คือ

เจาะลึก Customer Insight คืออะไร ดูวิธีทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกกว่าคู่แข่งด้วยข้อมูลที่ใช่!

รวมแนวคิด วิธี และเครื่องมือวิเคราะห์ Customer Insight พร้อมตัวอย่างจริงจากธุรกิจดังที่ช่วยให้เข้าใจลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้นและนำไปใช้ได้จริง

อ่านบทความ ➝
Site Structure คืออะไร

Site Structure คืออะไร? เรียนรู้วิธีการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีต่อ SEO

Site Structure คืออะไร สำคัญอย่างไร ทำไมคนทำ SEO ถึงต้องรู้ มาดูว่า Site Structure ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง และจะออกแบบอย่างไรดี

อ่านบทความ ➝
Semantic SEO คืออะไร?

Semantic SEO คืออะไร? รู้จักเทคนิคที่จะช่วยเพิ่มอันดับเว็บไซต์ให้สูงขึ้นในปี 2026

Semantic SEO กำลังเป็นกลยุทธ์ในการทำ SEO ของปี 2026 ที่การแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์มีความเข้มข้นสูงขึ้น โดย Semantic SEO เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณทำอันดับบนหน้าแรกของ Search Engine อย่าง Google ได้ผ่านการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพโดยใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างครบถ้วน ในบทความนี้เราเลยขอมาอธิบายถึงกลยุทธ์ Semantic SEO ว่ามีข้อดีอย่างไร มีเทคนิคการทำงานเป็นแบบใด และการทำ Semantic SEO จะช่วยเพิ่มอันดับเว็บไซต์ให้สูงขึ้นได้จริงแค่ไหน ทำไมบริษัทรับทำ SEO ในประเทศไทยหลายๆที่เริ่มหันมาให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก ไปติดตามกัน! Semantic SEO คืออะไร? Semantic SEO คือกลยุทธ์การทำ SEO ที่มีแนวทางมุ่งเน้นไปที่การปรับแต่งเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับความเข้าใจของ Search Engine เกี่ยวกับเนื้อหาและบริบทของเว็บไซต์ ผ่านการสร้างคอนเทนต์คุณภาพที่ต้องมอบประโยชน์และคุณค่าให้กับผู้ใช้งานได้เข้าใจเนื้อหาได้จริง แทนที่จะใช้การสร้างคอนเทนต์ที่ใส่คีย์เวิร์ดแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เพื่อให้ Google Bot เข้าใจแต่เพียงอย่างเดียว โดยเบื้องต้นดูได้จาก Title Tag คือ และ Meta Description คือ โดยเป้าหมายหลักของ Semantic SEO คือ การทำให้ผู้ใช้งาน (รวมถึงตัว Google เอง) เข้าใจเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดีขึ้นในหน้าผลการค้นหา (SERPs) ทำไม Semantic SEO ถึงสำคัญ ?  สำหรับปี 2026 นั้นต้องบอกเลยว่า Semantic SEO กำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ห้ามมองข้ามของผู้ที่ต้องการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จในปี 2026 นี้โดยเหตุผลหลัก ๆ ที่ Semantic SEO สำคัญมีดังนี้ ซึ่งการทำ Semantic SEO นั้นจะสามารถช่วยให้เว็บไซต์ของคุณ มีอันดับที่ดีขึ้นในหน้าผลการค้นหา(SERPs) ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้ธุรกิจของคุณได้รับ […]

อ่านบทความ ➝
Scroll to Top