เป้าหมายหนึ่งที่คนทำ SEO ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำให้ได้เลยก็คือ ทำให้เว็บไซต์โหลดได้เร็วขึ้นแบบไม่ต้องรอแล้วรออีก จนทำให้ Traffic หรืออันดับตกจากการที่ Google มองว่าเว็บไซต์ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้าเลยก็คือ รูปภาพ ดังนั้น มาปรับไฟล์ภาพให้ดีต่อการทำงานในเว็บไซต์กันดีกว่ากับการแปลงไฟล์ภาพให้เป็น Webp ที่ไม่ได้ช่วยแค่ลดขนาดไฟล์ภาพ แต่ยังทำให้เว็บไซต์คุณเบาและเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลดีต่อการทำ SEO และอันดับการค้นหาใน Google แบบติด Speed มาดูกันว่าเราจะทำภาพบนเว็บไซต์ให้เป็น Webp ได้ยังไง และภาพแบบ Webp คืออะไร ตาม Nerd ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยดีกว่าครับ! Table of Contents - [Webp คืออะไร ? ](#webp--) - [ไฟล์ Webp มีกี่ประเภท ?](#-webp--) - [ไฟล์ Webp มีกี่ประเภท ?](#-webp---hd-69f4e34690cba) - [การปรับภาพให้เป็นสกุลไฟล์ Webp มีประโยชน์อย่างไรต่อการทำ SEO ](#-webp--seo) [ไฟล์ภาพเล็กลง เว็บไซต์โหลดได้เร็วขึ้น](#-) - [แสดงภาพที่ต้องการได้หลาย Browsers ](#-browsers) - [สามารถปรับปรุงคุณภาพของไฟล์รูปภาพให้ดีขึ้นได้](#hd-69f4e34690d0e) - [ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของ Web Hosting ได้](#-web-hosting-) - [แสดงรูปภาพบนเว็บไซต์ได้หลากหลาย](#hd-69f4e34690d32) - [ขั้นตอนการแปลงไฟล์ภาพให้เป็นไฟล์ Webp ทำอย่างไร ? ](#-webp---hd-69f4e34690d47) [วิธีการแปลงไฟล์ภาพให้เป็นไฟล์ Webp ด้วยวิธีอื่น ๆ มีอะไรบ้าง ? ](#-webp----) - [ข้อจำกัดของไฟล์ Webp มีอะไรบ้าง ? ](#-webp---hd-69f4e34690d6e) - [Webp คือ เทคนิคหนึ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับคนทำ SEO](#webp---seo) ## Webp คืออะไร ? Webp คือ ประเภทของไฟล์ภาพที่ดีต่อการทำเว็บไซต์ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Google มีข้อดีคือ ช่วยลดขนาดไฟล์ภาพที่อยากจะใช้ในเว็บไซต์ให้เล็กลง แต่ยังคงคุณภาพของภาพเอาไว้ให้ยังชัดเจนได้เหมือนเดิม (บีบอัดแบบสูญเสียและไม่สูญเสียรายละเอียด (Losyless) ได้) โดยไฟล์ภาพ Webp จะมีขนาดที่เล็กกว่าไฟล์ภาพแบบ JPEG หรือ PNG ถึง[ 25-34%](https://www.coconut.co/articles/png-vs-jpeg-vs-webp-the-image-format-showdown)  ซึ่งการทำให้ภาพบนเว็บไซต์เล็กลงนั้นจะส่งผลให้เว็บไซต์เร็วขึ้น ดีต่อการทำ [SEO](https://nerdoptimize.com/what-is-seo/) เพราะ Google จะมองว่าเว็บไซต์มีประสิทธิภาพที่ดีในแง่ของ Page Speed รวมถึงช่วยสร้างประสบการณ์ในการใช้งาน (User Ezperience) ในการเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ได้เร็วแบบไม่ต้องรอนาน ดังนั้น การทำไฟล์ภาพแบบ Webp จึงเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยปรับปรุงการทำ On Page SEO ให้ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ## ไฟล์ Webp มีกี่ประเภท ? หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำ SEO อาจจะไม่ทราบว่าไฟล์ Webp นั้นมีการแบ่งประเภทตามการใช้งานเอาไว้ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ ซึ่งการทำให้ภาพบนเว็บไซต์เล็กลงนั้นจะส่งผลให้เว็บไซต์เร็วขึ้น ดีต่อการทำ [SEO](https://nerdoptimize.com/what-is-seo/) เพราะ Google จะมองว่าเว็บไซต์มีประสิทธิภาพที่ดีในแง่ของ Page Speed รวมถึงช่วยสร้างประสบการณ์ในการใช้งาน (User Ezperience) ในการเข้าถึงหน้าเว็บไซต์ได้เร็วแบบไม่ต้องรอนาน ดังนั้น การทำไฟล์ภาพแบบ Webp จึงเป็นอีกเทคนิคหนึ่งที่ช่วยปรับปรุงการทำ On Page SEO ให้ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ## ไฟล์ Webp มีกี่ประเภท ? หลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำ SEO อาจจะไม่ทราบว่าไฟล์ Webp นั้นมีการแบ่งประเภทตามการใช้งานเอาไว้ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่  - **WebP Lossless** WebP Lossless คือ การบีบอัดรูปภาพโดยที่ยังไม่สูญเสียความละเอียดของภาพ ทำให้คุณภาพไฟล์ภาพนั้นเหมือนกับต้นฉบับ แต่ขนาดไฟล์ก็จะเล็กลงกว่าภาพต้นฉบับที่เป็นภาพ PNG จะเหมาะสำหรับภาพที่ต้องการความคมชัดคุณภาพสูงและไม่ลดทอนรายละเอียดของภาพ เช่น ภาพกราฟิก ภาพพื้นหลังโปร่งใส ภาพถ่ายวิว ฯลฯ - **WebP Lossy ** WebP Lossy คือ การบีบอัดภาพที่ทำให้ภาพสูญเสียความคมชัดไปเล็กน้อย แต่ยังคงคุณภาพที่อยู่ในเกณฑ์ที่ยังยอมรับได้ ซึ่งมีขนาดไฟล์เล็กกว่า JPEG เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในเว็บไซต์ เช่น ภาพถ่ายหรือภาพที่ใช้ในการประกอบบทความ ที่ต้องการความสมดุลระหว่างคุณภาพของภาพและความเร็วในการโหลด ไม่เน้นความสวยงามและคมชัดมากนัก ## การปรับภาพให้เป็นสกุลไฟล์ Webp มีประโยชน์อย่างไรต่อการทำ SEO การปรับภาพให้เป็นสกุลไฟล์ Webp มีข้อดีสำหรับคนที่ต้องการทำให้เว็บไซต์ทำอันดับได้ดีบน Search Engine และมีประโยชน์ต่อการทำ [Technical SEO](https://nerdoptimize.com/technical-seo/) หลายประการด้วยกัน ดังนี้ ### ไฟล์ภาพเล็กลง เว็บไซต์โหลดได้เร็วขึ้น เมื่อเราทำการบีบไฟล์ภาพให้เล็กลงด้วยวิธีการแปลงไฟล์สภาพเดิมที่เป็น JPEG หรือ PNG ให้กลายเป็นสกุลไฟล์ Webp จะช่วยทำให้เว็บไซต์ที่แต่เดิมต้องใช้เวลาโหลดรูปนาน สามารถโหลดหน้าเว็บไซต์ได้เร็วมากยิ่งขึ้นจากการที่ใช้แบนด์วิดท์ (Bandwidth) น้อยลงในการดาวน์โหลดข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้เว็บไซต์ แน่นอนว่า ส่งผลดีต่อการทำ SEO ด้วย เนื่องจาก Google ให้ความสำคัญกับเรื่อง [PageSpeed](https://nerdoptimize.com/seo/pagespeed/) ของเว็บไซต์มาก อีกทั้งยังช่วยให้ผ่านเกณฑ์ของ [Core web vitals](https://nerdoptimize.com/core-web-vitals/) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ Google ใช้ในการวัดประสบการณ์ของผู้ใช้ การปรับภาพบนเว็บไซต์ให้กลายเป็น Webp จึงไม่เพียงช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีคะแนนที่ดีขึ้น และทำอันดับได้ดีบน Search Engine เท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้เข้าชมได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น ### แสดงภาพที่ต้องการได้หลาย Browsers การใช้ไฟล์ภาพ Webp ช่วยในการแสดงผลภาพได้ในหลาย Browsers ไม่ว่าจะเป็น Google Chrome, Safari, Firefox, Opera และ Microsoft Edge ทำให้คนทำเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาไฟล์ภาพสกุลอื่นๆ ที่อาจจะใหญ่และโหลดช้ากว่า เช่น GIF หรือ PNG ดังนั้น Webp จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการทำให้ภาพแสดงผลได้ในทุก Browser และทำให้เว็บไซต์แสดงผลได้เร็วขึ้นด้วย ### สามารถปรับปรุงคุณภาพของไฟล์รูปภาพให้ดีขึ้นได้ Webp คือ รูปแบบไฟล์ภาพแบบ Open Source ที่สามารถดาวน์โหลดและนำไปปรับปรุงไตามต้องการ จึงเหมาะกับคนทำเว็บไซต์ที่อยากได้ไฟล์ภาพที่สามารถปรับคุณภาพของรูปภาพให้ดีขึ้นได้แบบอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกการบีบอัดแบบ Lossy เพื่อให้ได้ภาพขนาดเล็กหรือแบบ Lossless เพื่อรักษาคุณภาพภาพสูงสุด จึงช่วยในการปรับแต่งการแสดงผลในอุปกรณ์หลายแบบได้อย่างเหมาะสมโดยไม่ต้องกลัวว่าเว็บไซต์จะโหลดภาพได้ช้า ### ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของ Web Hosting ได้ [SEO Specialist](https://nerdoptimize.com/seo-specialist/) หรือ SEO Agency หลายเจ้ายืนยันแล้วว่าการใช้ภาพ Webp ช่วยลดการใช้ Media Storage เนื่องจากไฟล์ Webp มีขนาดเล็กกว่าไฟล์ JPEG และ PNG ทำให้พื้นที่ในการจัดเก็บที่ใช้ใน Web Hosting ลดลง ส่งผลให้ช่วยประหยัดงบประมาณได้ด้วย ### แสดงรูปภาพบนเว็บไซต์ได้หลากหลาย ไฟล์ Webp ยังรองรับทั้งภาพนิ่ง (Static Image) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) และภาพประเภทพื้นหลังโปร่งใส จึงไม่จำเป็นต้องแปลงไฟล์เป็นสกุลเฉพาะอย่าง PNG หรือ GIF จึงช่วยให้คนทำเว็บไซต์จัดการรูปภาพง่ายขึ้น ลดการใช้ทรัพยากร และทำให้เว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในด้านการทำ [On Page SEO](https://nerdoptimize.com/on-page-seo/) อีกด้วย ## ขั้นตอนการแปลงไฟล์ภาพให้เป็นไฟล์ Webp ทำอย่างไร ? สำหรับใครที่อยากจะแปลงไฟล์ภาพที่มีให้เป็นไฟล์ Webp สามารถใช้ Tools ในการแปลงไฟล์ได้ด้วยตัวเอง โดยเว็บไซต์แปลงไฟล์ PNG หรือ JPEG เป็น WebP ที่นิยมนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายเครื่องด้วยกัน ซึ่ง Nerd ขอแนะนำให้รู้จักกับ 3 เครื่องมือที่นิยมใช้กัน ดังนี้ - [Convertio](https://convertio.co/) Convertio เป็นเว็บไซต์ที่สามารถแปลงไฟล์ภาพได้หลากหลายรูปแบบ และรองรับไฟล์จากหลายแหล่ง เช่น การอัปโหลดจากคอมพิวเตอร์, Google Drive, หรือ Dropbox ซึ่งมีขั้นตอนการใช้งานที่ง่ายมากๆ ในการที่จะแปลงไฟล์ภาพ .PNG หรือ .JPEG เป็น .Webp โดยทำตามแค่ 4 ขั้นตอนนี้เท่านั้น  - ให้เข้าไปที่ [https://convertio.co/](https://convertio.co/) - ทำการอัปโหลดไฟล์ภาพ โดยคลิกที่ปุ่ม “เลือกไฟล์” เพื่ออัปโหลดไฟล์ภาพที่ต้องการแปลงเป็น Webp โดยเลือกไฟล์ได้ทั้งจากคอมพิวเตอร์, Google Drive, Dropbox หรือวาง URL ของภาพก็ได้ตามความสะดวก  - เมื่ออัปโหลดภาพเสร็จแล้ว เลือกสกุลไฟล์ที่ต้องการแปลงเป็น “Webp”  - จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Convert”  - รอจนกว่าการแปลงไฟล์จะเสร็จสิ้น จากนั้นคลิกที่ปุ่ม “ดาวน์โหลด” เพื่อบันทึกไฟล์ภาพ Webp ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ - [Online-Convert](https://www.online-convert.com/)  Online-Convert อีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้สำหรับแปลงไฟล์ภาพให้เป็น Webp และยังใช้แปลงไฟล์อื่นๆ เช่น ไฟล์มีเดีย (วิดีโอหรือเสียง) ไฟล์เอกสาร ไฟล์ Zip ฯลฯ ได้ด้วย สามารถใช้งานได้ฟรี แต่มีข้อจำกัดคือ ไฟล์ที่จะทำการแปลงจะต้องมีขนาดไฟล์ไม่เกิน 100 MB - [EZGIF](https://ezgif.com/)  EZGIF อีกหนึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการ Convert ไฟล์ต่างๆ ซึ่งทำได้ทั้งไฟล์วิดีโอ ไฟล์ GIF และไฟล์รูปภาพ ซึ่ง โดยฟีเจอร์ทุกอย่างใช้งานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ต้องสมัครสมาชิกล็อกอินในการเข้าใช้งานอีกด้วย ### วิธีการแปลงไฟล์ภาพให้เป็นไฟล์ Webp ด้วยวิธีอื่น ๆ มีอะไรบ้าง ? หากไม่สะดวกในการใช้เครื่องมือเหล่านี้จะมีวิธีการแปลงไฟล์ภาพต่างๆ ให้เป็น Webp ได้อย่างไรบ้าง? - สำหรับคนที่ใช้โปรแกรมออกแบบกราฟิก เช่น Adobe Photoshop สามารถแปลงไฟล์ผ่าน Adobe Photoshop ได้เลย โดยเข้าไปที่เมนู File แล้วเลือก Export > Save for Web (Legacy)… หลังจากนั้นเลือกไฟล์เป็น Webp แล้วก็ปรับขนาดของภาพที่ต้องการ สุดท้ายกด Save เพื่อบันทึกไฟล์ได้เลย - หากคุณใช้ WordPress ในการสร้างเว็บไซต์ การแปลงไฟล์ภาพเป็น Webp สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการติดตั้งปลั๊กอิน เช่น [Smush](https://wordpress.org/plugins/wp-smushit/), [Imagify ](https://imagify.io/)เป็นต้น - ใช้ซอฟต์แวร์แปลงไฟล์ เช่น [XnConvert](https://www.xnview.com/en/xnconvert/) ในการแปลงไฟล์ ซึ่งคุณสามารถดาวน์โหลดและติดตั้งซอฟต์แวร์นี้เพื่อใช้งานได้ฟรี - ใช้ [Google Chrome DevTools](https://developer.chrome.com/docs/devtools) ในการแปลงรูปภาพเป็น Webp ได้ โดยการเปิดรูปภาพในเบราว์เซอร์ Chrome แล้วใช้ DevTools เพื่อบันทึกภาพเป็น Webp ## ข้อจำกัดของไฟล์ Webp มีอะไรบ้าง ? ถึงแม้ว่า Webp คือ ไฟล์ภาพที่มีข้อดีอยู่มากมายหลายอย่างต่อการทำ SEO แต่ไฟล์ Webp ยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่เป็นข้อควรระวังในการเลือกใช้งานอยู่ด้วยเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่น - ไม่สามารถแสดงผลได้ในบาง Browser เนื่องจากเบราว์เซอร์เก่าหรือบางประเภทไม่ได้รองรับไฟล์ Webp เช่น Internet Explorer และบางเบราว์เซอร์ในอุปกรณ์บางประเภทอาจจะยังไม่ได้อัปเดตให้รองรับการแสดงผลของไฟล์ Webp ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้งานบางกลุ่มไม่สามารถเห็นภาพบนเว็บไซต์ แน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อประสบการณ์ด้านการใช้งานของ User และอาจทำให้ค่า SEO ลดลงหากมีผู้ใช้งานออกจากเว็บไซต์เพราะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างที่ควรจะเป็น - ต้องจัดการไฟล์ให้อยู่ในหลาย Format เพราะมีข้อจำกัดด้านการแสดงผลในบาง Browser ทำให้จำเป็นต้องจัดการไฟล์ให้อยู่ในหลาย Format เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงของผู้ใช้งานทุกกลุ่ม นั่นหมายความว่า จะต้องมีการเตรียมภาพในหลายสกุล ไม่ว่าจะเป็น Webp, JPEG หรือ PNG เพื่อรองรับเบราว์เซอร์ที่ไม่สามารถแสดงภาพ Webp ได้ - ใช้งานได้กับ CMS หรือ Content Management System บางประเภทและรองรับใน SEO Tool บางตัว ทำให้มีข้อจำกัดในการใช้ Webp เป็นฟอร์แมตรูปภาพหลักในเว็บไซต์ อย่างเช่น บน WordPress ที่ต้องติดตั้ง Plug-in เพิ่มเติม เพื่อให้สามารถใช้งานไฟล์ภาพ Webp ได้อย่างเต็มที่ - ไม่รองรับในอุปกรณ์รุ่นเก่าที่ไม่ได้รับการอัปเดต เช่น สมาร์ทโฟนที่ไม่ได้อัปเดตระบบปฏิบัติการให้ใหม่ล่าสุด อาจพบปัญหาว่า ไม่สามารถแสดงภาพของไฟล์ Webp ได้ ## Webp คือ เทคนิคหนึ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับคนทำ SEO อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นแล้วว่า Webp คือ การปรับไฟล์ภาพที่ช่วยทำให้ภาพที่แสดงผลบนเว็บไซต์มีขนาดเล็กลง ทำให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น แต่ก็ยังคงความชัดของภาพเอาไว้ได้เหมือนกับภาพต้นฉบับ ซึ่งถ้าหากเรานำไปปรับใช้กับเว็บไซต์ที่ทำอยู่จะส่งผลให้การทำ SEO ดีขึ้นอย่างชัดเจน เพราะดีเทลเล็กๆ เหล่านี้เมื่อทำประกอบกันนั้นจะส่งผลดีต่อตัวเว็บไซต์ค่อนข้างมาก ดังนั้น อย่าลืมที่จะลองนำวิธีการแปลงไฟล์ภาพเป็น Webp ไปใช้งานเพื่อทำให้การทำ On-Page SEO ของคุณดีขึ้นแบบติดจรวดและมุ่งสู่อันดับต้นๆ จากการปรับ Page Speed ให้เร็วขึ้นได้ตามต้องการนะครับ - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fwhat-is-webp%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fwhat-is-webp%2F)