ถ้าการทำ Social Media Marketing เปรียบเหมือนการเปิดร้านค้าในย่านฮิต การสร้างเพจ Facebook ก็คือการเลือกทำเลทอง และจัดหน้าร้านให้พร้อมต้อนรับลูกค้าในโลกออนไลน์ ปัญหาคือหลายคนเริ่มต้นเปิดเพจแล้วไม่มีคนเห็น ไม่มีคนไลก์ และไม่มีคนติดตาม ทั้งที่ Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักที่ผู้ใช้กว่า 2 พันล้านคนทั่วโลกเปิดดูทุกวัน บทความนี้เราจึงจะพาคุณมาวางรากฐานเพจให้แข็งแรงตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่แค่สอนขั้นตอนเปิดเพจ แต่บอก เทคนิคการตลาดที่มือโปรใช้ เพื่อให้เพจของคุณโดดเด่นและดึงดูดผู้ติดตามอย่างต่อเนื่อง แต่จะต้องทำอย่างไรบ้างตามไปดูกันเลย! สารบัญบทความ - [วิธีสร้างเพจ Facebook มีขั้นตอนอะไรบ้าง? ](#-facebook-) - [ทำไมถึงสร้างเพจ Facebook ไม่ได้?](#-facebook--hd-69f1f0253c407) - [สร้างเพจ Facebook ยังไง ให้มีผู้ติดตามเยอะ ๆ ](#-facebook---) - [เพจ Facebook เปลี่ยนชื่อได้ไหม?](#-facebook--hd-69f1f0253c471) - [สรุปแล้วการปั้นเพจ Facebook ให้โต ต้องเริ่มตั้งแต่การวางกลยุทธ์](#-facebook--) ## วิธีสร้างเพจ Facebook มีขั้นตอนอะไรบ้าง? สำหรับใครที่อยากจะสร้างตัวตนในฐานะ Content Creator หรือสร้างธุรกิจด้วย [Social Media](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-social-media/) การเริ่มต้นทำเพจ Facebook นับเป็นหนึ่งวิธีที่นิยมทำกัน ซึ่งวิธีสร้างเพจ Facebook นั้นก็ทำได้ไม่ยาก มีเพียงทำตามขั้นตอนในหัวข้อนี้เท่านั้น คุณก็สามารถเปิดเพจเฟซบุ๊กเป็นของตัวเองได้แล้ว ### เลือกสร้างเพจ Facebook แบบ Business - ให้ใช้บัญชี Facebook ส่วนตัว (ผู้จัดการเพจ) ที่ล็อกอินอยู่แล้ว  - ไปที่เมนูด้านบน คลิก Pages หลังจากนั้นให้คลิกที่ “สร้างเพจ (Create new Page)” หรือเข้าโดยตรงที่ URL หน้าเพจสร้างใหม่ [http://facebook.com/pages/create](http://facebook.com/pages/create) ### กรอกข้อมูลที่จำเป็นในเบื้องต้น  หลังจากนั้นจะเป็นส่วนที่ให้กรอกข้อมูลของเพจ โดยเริ่มจาก… - ระบุชื่อเพจให้จดจำง่าย อ่านง่าย และสะท้อนถึงแบรนด์ - เลือกหมวดหมู่ที่เหมาะกับธุรกิจ เช่น Local Business, Brand หรือ Creator - ใส่คำอธิบายสั้น (Description/Bio) เพื่อให้ผู้คนและระบบ Facebook รู้ว่าคุณคือใคร - หลังจากนั้นคลิก Create Page ### เพิ่มข้อมูลติดต่อและรายละเอียดให้ครบถ้วน ขั้นต่อมาเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างเพจ Facebook นั่นคือ การระบุข้อมูลของโปรไฟล์ที่ Facebook ใช้ประเมินความน่าเชื่อถือของเพจ และเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ผู้ติดตามใช้ตัดสินใจว่าจะกดติดตามหรือไม่ โดยจะแบ่งเป็น… - **ข้อมูลติดต่อ (Contact Information)**  - Website ลิงก์ไปยังเว็บไซต์หลักหรือ Landing Page (เช่น nerdoptimize.com) ถ้าไม่มีเว็บไซต์ ใช้ Linktree หรือเพจรวมลิงก์แทนได้ - Phone Number เบอร์ที่ติดต่อได้จริง หรือเบอร์ Call Center - Email ใช้อีเมลทางการ เช่น [email protected] (หลีกเลี่ยง @gmail ถ้าอยากดูโปร) - Physical Address สำหรับร้านหรือบริษัทที่มีหน้าร้าน/ออฟฟิศ ควรปักหมุดแผนที่ให้ชัด - Location บอกโลเคชั่นที่ตั้งของธุรกิจ Facebook เพื่อให้ค้นหาในแผนที่ได้ - Business Hours เป็นการระบุทำการของธุรกิจ ซึ่งควรระบุให้ชัดเจนเป็นรายวัน เช่น จันทร์–ศุกร์ 09.00–18.00 น. หรือถ้าเปิดตลอด 24 ชม. ก็ควรใส่ให้ชัดเจน - **ใส่ภาพและสื่อประกอบ**  ขั้นต่อมาจะเป็นการเลือกภาพโปรไฟล์และปก (Cover page) ซึ่งควรเลือกให้สื่อถึงแบรนด์ และปรับขนาดให้เหมาะกับมือถือและเดสก์ท็อป - **เพิ่มปุ่มการกระทำ (Call to Action Button)**  ปุ่ม Call to Action (CTA) คือฟีเจอร์สำคัญที่อยู่ด้านบนสุดของเพจ เป็นเหมือนประตูบานแรกที่ชวนให้คนลงมือทำตามที่เราต้องการทันทีหลังเข้ามาดูเพจ เช่น จองนัด ซื้อสินค้า หรือส่งข้อความหาเรา ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบบ เช่น - Book Now เหมาะกับธุรกิจที่ต้องทำนัดหมาย เช่น ร้านเสริมสวย คลินิก ฟิตเนส - Sign Up เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเก็บข้อมูลลูกค้า เช่น สมัครสมาชิก อีเมลลิสต์ - Call Now เหมาะกับร้านหรือบริการที่ต้องเน้นคุยโทรศัพท์ เช่น ร้านซ่อม รถเช่า ### สร้างฐานผู้ติดตามเริ่มต้น (Build Your Page Audience)  หลังจากตั้งค่าเพจเสร็จ Facebook จะให้คุณเชิญเพื่อนจากบัญชีส่วนตัวมากดติดตามเพจ โดยคลิกที่ปุ่ม Invite Friends เลือกเพื่อนที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย หรือเพื่อนที่น่าจะช่วยแชร์เพจให้มากดติดตามเพจ Facebook เพิ่มเติมได้ ### ตั้งค่าการแจ้งเตือนและอีเมลการตลาด (Stay Informed About Your Page)  หลังจากสร้างเพจ Facebook และเริ่มมีผู้ติดตามแล้ว สิ่งสำคัญคือต้อง ติดตามความเคลื่อนไหวของเพจแบบเรียลไทม์ เพื่อไม่พลาดโอกาสตอบกลับลูกค้า และรู้ทันกิจกรรมทุกครั้งที่มีคนโต้ตอบกับเพจ โดยสามารถเปิดให้การแจ้งเตือนจากเพจไปขึ้นบนโปรไฟล์ส่วนตัวของคุณ หรือเปิดรับข่าวสารจาก Meta เกี่ยวกับฟีเจอร์ใหม่ เคล็ดลับการตลาด และโปรโมชั่นที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงเพจได้ ### เริ่มต้นใช้งาน Facebook Page ได้แล้ว  หลังจากนั้นคลิกที่ปุ่ม “Done” ได้เลย เพียงเท่านี้คุณก็จะสร้างเพจ Facebook ที่ใช้สำหรับทำธุรกิจหรือทำ Personal Branding มาไว้ในมือได้แล้ว ซึ่งคุณสามารถทำการกลับไปปรับแก้ไขข้อมูลของโปรไฟล์ให้ละเอียดเพิ่มเติมได้ในภายหลังด้วย ## ทำไมถึงสร้างเพจ Facebook ไม่ได้? แม้การสร้าง Facebook Fanpage จะดูเหมือนง่าย แค่ไม่กี่ขั้นตอนก็เสร็จ แต่บางครั้งผู้ใช้กลับเจอปัญหาที่ทำให้สมัครเพจไม่ได้ หรือสร้างเสร็จแต่เพจไม่ผ่านการอนุมัติ ซึ่งสาเหตุหลักๆ มักมาจากเรื่องเหล่านี้ - **ชื่อเพจผิดข้อกำหนดของ Facebook** ใช้ชื่อที่มีคำต้องห้าม เช่น คำหยาบ คำที่มีเนื้อหาล่อแหลม หรือคำที่เป็น Spam - ใช้ชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการขององค์กร โดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ใส่คำว่า Official โดยไม่มีสิทธิ์ - ใช้ชื่อที่มีการใส่เครื่องหมายพิเศษหรืออักษรซ้ำๆ เพื่อดึงดูดความสนใจ - **ใส่ข้อมูลโปรไฟล์ไม่ครบถ้วน** ไม่กรอกข้อมูลสำคัญ เช่น หมวดหมู่ธุรกิจ คำอธิบาย หรือข้อมูลติดต่อ - ใช้ภาพโปรไฟล์หรือภาพปกที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่เหมาะสมตามนโยบายของ Facebook - **มีการละเมิดนโยบายการใช้งานของ Facebook** เป็นบัญชีผู้ใช้ที่สร้างเพจเคยถูกจำกัดการใช้งานหรือถูกแบนมาก่อนก็อาจจะสร้างเพจ Facebook ไม่ได้ - เนื้อหาที่โพสต์ในช่วงเริ่มต้นละเมิด Community Standards เช่น ขายสินค้าต้องห้าม หรือเผยแพร่ข่าวปลอม - **สร้างเพจบ่อยเกินไปในเวลาสั้นๆ** Facebook อาจบล็อกการสร้างเพจชั่วคราว ถ้าพบว่าบัญชีสร้างเพจจำนวนมากในช่วงเวลาใกล้กัน เพื่อป้องกัน Spam ## สร้างเพจ Facebook ยังไง ให้มีผู้ติดตามเยอะ ๆ  การสร้างเพจ Facebook ให้สำเร็จและมีผู้ติดตามเยอะๆ จะต้องมีการวางแผนเหมือนการทำการตลาดเต็มรูปแบบ เพราะในยุคที่เพจใหม่เกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งการทำให้เพจของคุณโดดเด่นและมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต้องใช้ทั้งกลยุทธ์และการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ ดังต่อไปนี้ ### 1. ใส่รายละเอียดเพจให้ครบถ้วน สำหรับ Facebook Page ของธุรกิจ ควรระบุข้อมูล About, ข้อมูลติดต่อ (Contact) และใช้ภาพโปรไฟล์/ภาพปกคุณภาพสูง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและช่วยให้เพจถูกค้นหาเจอง่ายขึ้นในระบบของ Facebook สิ่งนี้จะทำให้คนตัดสินใจกดติดตามได้เร็วขึ้น เพราะมั่นใจว่านี่คือเพจจริง ไม่ใช่เพจปลอม ### 2. วิเคราะห์ SWOT เพื่อกำหนดกลยุทธ์เพจ [SWOT](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-swot-analysis/) คือ การระบุ Strengths, Weaknesses, Opportunities และ Threats ที่ช่วยให้รู้จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และความเสี่ยงของเพจ เพื่อใช้วางแผนการเติบโต เช่น ใช้จุดแข็งสร้างคอนเทนต์ที่โดดเด่น หรือแก้ไขจุดอ่อนที่ทำให้ผู้ติดตามลดลง ยกตัวอย่างการวิเคราะห์ SWOT ของเพจเฟซบุ๊ก เช่น - Strengths: คอนเทนต์มีเอกลักษณ์ แนะนำให้ปักหมุดโพสต์แนะนำเพจ - Weaknesses: โพสต์ไม่สม่ำเสมอ แนะนำให้ทำ Content Calendar - Opportunities: เทรนด์ Reels กำลังมา แนะนำให้ผลิตวิดีโอสั้นเกาะกระแส - Threats: คู่แข่งยิง Ads หนัก แนะนำให้กระจายคอนเทนต์ไป IG และ TikTok ### 3. ผลิตคอนเทนต์คุณภาพและใช้แฮชแท็กอย่างมีกลยุทธ์ โพสต์คอนเทนต์ที่ให้คุณค่ากับผู้ติดตาม เช่น ความรู้, ไอเดีย ความบันเทิง ฯลฯ พร้อมใช้[แฮชแท็ก](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-hashtag/)ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยให้เนื้อหาถูกค้นหาเจอง่ายขึ้น โดยเลือกใช้แฮชแท็กทั้งแบบเฉพาะกลุ่ม (Niche) และแบบกว้าง (Trending) เพื่อเพิ่มการเข้าถึง (Reach) ให้โพสต์นั้นๆ ได้มากยิ่งขึ้น ### 4. ใช้ KOL หรือ Influencer เพื่อดึงผู้ติดตามใหม่ [KOL คือ](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-key-opinion-leader/) บุคคลที่มีอิทธิพลต่อกลุ่มเป้าหมาย ดังนั้น การสร้าง Facebook Page ให้แข็งแรงจึงควรที่จะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้พูดถึงเพจของเราด้วย โดยควรที่จะเลือกทำงานร่วมกับคนที่ภาพลักษณ์สอดคล้องกับแบรนด์ จากการทำคอนเทนต์รีวิวสินค้า, การไลฟ์ขายของ หรือการทำแคมเปญร่วมกัน ซึ่งวิธีนี้จะช่วยขยายฐานผู้ติดตามได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ### 5. โพสต์ในช่วงเวลาที่ Engagement สูง [Engagement คือ](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-engagement/) การมีส่วนร่วมของผู้ติดตาม เช่น ไลก์, คอมเมนต์, แชร์ และคลิก นับเป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับคนทำ Facebook Page เพราะยิ่งทำ Engagment ได้สูงก็แสดงว่าเพจมีประสิทธิภาพ คนยินดีที่จะใช้เวลาและมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันกับแบรนด์ ดังนั้น จึงควรใช้ข้อมูลจาก Facebook Insights เพื่อหาช่วงเวลาที่ผู้ติดตามออนไลน์เยอะที่สุด แล้วโพสต์เนื้อหาในเวลานั้น เพื่อเพิ่มโอกาสให้คอนเทนต์ถูกเห็นและมีส่วนร่วมมากขึ้น ## เพจ Facebook เปลี่ยนชื่อได้ไหม? เราสามารถเปลี่ยนชื่อ Facebook Page ได้ แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ Facebook และใช้วิธีที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้คำขอเปลี่ยนชื่อถูกปฏิเสธ โดยทำตามขั้นตอนเหล่านี้ - ล็อกอินบัญชี Facebook ที่เป็นแอดมินของเพจ แล้วเข้าไปที่หน้า เพจ Facebook ที่ต้องการเปลี่ยนชื่อ  - ในหน้าเพจ คลิก Settings (การตั้งค่า) ที่อยู่ทางด้านซ้ายของหน้าจอ เลื่อนเมนูย่อย เลือก Page Setup  - ทำการแก้ไขชื่อเพจ โดยลบชื่อเก่าและพิมพ์ชื่อใหม่ที่ต้องการ พร้อมตรวจสอบให้ตรงตามนโยบายการตั้งชื่อของ Facebook หลังจากนั้นคลิก Review Change - หลังจากนี้ให้รอ Facebook ตรวจสอบคำขอ ซึ่งอาจใช้เวลาไม่กี่นาทีถึง 3 วันทำการ ## สรุปแล้วการปั้นเพจ Facebook ให้โต ต้องเริ่มตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การสร้างเพจ Facebook ไม่ใช่แค่การเปิดเพจแล้วรอผู้ติดตาม แต่คือการวางรากฐานทาง [Digital Marketing](https://nerdoptimize.com/marketing/digital-marketing/) ตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นการใส่รายละเอียดเพจให้ครบถ้วน หรือใช้เทคนิคต่างๆ ในการสร้างฐานผู้ติดตามที่แข็งแรง ซึ่งถ้าทำครบทุกขั้นตอนที่เรานำเสนอไปในบทความนี้ รับรองว่าเพจของคุณจะมีทั้งความน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่โดดเด่น และฐานผู้ติดตามที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าคุณต้องการให้ธุรกิจไปได้ไกลมากยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มช่องทางการตลาดที่สร้างยอดขายได้จริง ทีม NerdOptimize พร้อมช่วยด้วยบริการ… - [รับทำ CRO](https://nerdoptimize.com/cro/) เพื่อเพิ่มอัตราการเปลี่ยนผู้ชมเป็นลูกค้า - [รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) ด้วยกลยุทธ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับธุรกิจของคุณ เพราะเราคือ [บริษัทรับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/seo-agency-thailand/) ที่เชี่ยวชาญในการออกแบบเครื่องมือทางการตลาดให้กับธุรกิจ เพื่อสร้างยอด Conversion ให้ไปถึงเป้าหมาย พร้อมจับใจกลุ่ม Segment คือ กลุ่มที่ธุรกิจต้องการได้มาเป็นลูกค้า ด้วยเทคนิคการสร้าง User Journey ที่มีประสิทธิภาพ ให้คุณสร้างธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว สนใจติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ NerdOptimize ได้เลย! - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fsocial-media%2Fhow-to-create-facebook-page%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fsocial-media%2Fhow-to-create-facebook-page%2F)