Home - SEO - Search engine คืออะไร ทำงานยังไง และจัดอันดับยังไง [ที่นี่มีคำตอบ]

Search engine คืออะไร ทำงานยังไง และจัดอันดับยังไง [ที่นี่มีคำตอบ]

Search Engine คืออะไร ทำงานยังไง
## Search Engine

เรารู้จักเครื่องมือสำหรับใช้ในการค้นหาสิ่งที่ต้องการ หรือสิ่งที่สงสัยอย่าง **Google, Yahoo, Bing ซึ่งทั้งหมดนี้คือเครื่องมือที่ใช้สำหรับการค้นหาหรือที่เรียกกันว่า Search engine **

[SERP คือ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-serp/)หน้าผลลัพธ์ที่แสดงออกมาหลังจากที่เราค้นหาข้อมูลใน Search Engine โดยจะปรากฏรายการเว็บไซต์ รูปภาพ วิดีโอ หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาของเรา ซึ่งหน้าผลลัพธ์นี้ถือเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการทำ SEO และ SEM เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏในอันดับที่ดีและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในกระบวนการนี้ [Search Term คือ](https://nerdoptimize.com/seo/search-term/)หัวใจสำคัญที่ช่วยให้ระบบสามารถค้นหาและจัดลำดับข้อมูลที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานได้

ซึ่งสำหรับนักการตลาด คนทำเว็บไซต์หรือคนทำธุรกิจ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ทรงพลัง จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องศึกษาให้เข้าใจว่า Search engine คืออะไร ทำงานยังไง และจะทำการจัดอันดับเว็บไซต์ของคุณยังไง เพื่อการ[ทำ SEO ](https://nerdoptimize.com/seo/how-to-do-seo/)ที่มีประสิทธิภาพ 

และในบทความนี้ผมได้รวบรวมคำตอบของทุกคำถามเกี่ยวกับเรื่อง Search engine คืออะไร หมายถึงอะไร  มาให้คุณแล้วครับ 

เลือกหัวข้ออ่านบทความ
- [Search Engine](#search-engine)
- [Search Engine คืออะไร](#search-engine-)
- [ทำไม Search Engine จึงสำคัญสำหรับธุรกิจ](#-search-engine-)
- [ประเภทของ Search Engine](#-search-engine)
- [Search Engine ไม่ได้มีเพียง Google](#search-engine--google)
- [Search Engine ยอดนิยม](#search-engine--hd-69e0fef4d8368)
- [Search Engine ในยุคใหม่](#search-engine--hd-69e0fef4d8375)
- [Search Engine มีขั้นตอนการทำงานยังไง](#search-engine--hd-69e0fef4d8383)
- [Search Engine จัดอันดับยังไง](#search-engine--hd-69e0fef4d8390)
[1. การสร้าง Backlinks](#1--backlinks)
- [2. ความเกี่ยวข้อง (Relevance)](#2--relevance)
- [3. อัปเดตข้อมูลให้สดใหม่เสมอ (Freshness)](#3--freshness)
- [4. มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ (Topical authority)](#4--topical-authority)
- [5. การให้ความสำคัญกับ Page speed ](#5--page-speed)
- [6. การทำ Mobile-friendly](#6--mobilefriendly)

## Search Engine คืออะไร

**Search engine คือ เครื่องมือที่เราใช้ในการค้นหา พร้อมทั้งทำการจัดอันดับเนื้อหาที่มีคุณภาพ และจะแสดงผลลัพธ์ออกมาเป็นทั้งเว็บไซต์ รูปภาพ วิดีโอ หรือแผนที่ ตรงกับ **[**Keyword (คำค้นหา)**](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-keyword/)** ของผู้ใช้** โดย Search engine (เสิร์ชเอนจิน) นั้นมีอยู่หลายตัวด้วยกัน แต่ที่เรารู้จักกันดีและใช้งานบ่อยที่สุดเลยก็คือ Google 

สำหรับส่วนประกอบของ Search Engine นั้นจะมีอยู่ 2 องค์ประกอบหลักด้วยกัน ได้แก่

- Search Index หรือการจัดทำดัชนี ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยก็คือการจัดเรียงข้อมูลที่มีอยู่อย่างมหาศาลให้เป็นหมวดหมู่

- [Google algorithm](https://nerdoptimize.com/seo/google-algorithm/) (Search algorithm) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำการจัดผลลัพธ์ที่ตรงกันจากการจัดทำดัชนีค้นหา

[scroll_to title=”ทำไม Search Engine จึงสำคัญสำหรับธุรกิจ” link=”section2″]

## ทำไม Search Engine จึงสำคัญสำหรับธุรกิจ

การทำการตลาดบน Search Engine หรือที่เรียกกันว่า การทำ[ SEM (Search Engine Marketing)](https://nerdoptimize.com/seo/seo-vs-sem/) นั้นมีบทบาทต่อธุรกิจในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น…

- **การสร้าง Awareness **

ถ้าหากคุณอยากให้คนรู้ว่า คุณขายอะไร และสินค้าของคุณนั้นจะช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างไร ก็แค่ทำ Paid Search หรือ [SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) เพื่อให้เป็นที่รู้จักได้ หรือสำหรับใครที่ทำธุรกิจในท้องถิ่น มีหน้าร้าน อยากโปรโมตให้ร้านเป็นที่รู้จักในละแวกที่ตั้ง ก็สามารถทำ [Local SEO](https://nerdoptimize.com/seo/local-seo/) บน Search Engine เพื่อให้คนหาเจอบนแผนที่ได้เช่นเดียวกัน

- **การกระตุ้นการตัดสินใจ**

หากคุณเข้าใจหลักการทำ Keyword Research และรู้ว่า คำค้นหาไหนที่ช่วยทำให้คนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณได้ง่ายขึ้น และเข้าหาพวกเขาได้อย่างตรงจุด ก็จะช่วยทำให้เกิดการตัดสินใจที่จะซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณได้ง่ายขึ้นด้วย

- **สร้างรายได้ให้กับธุรกิจ**

ไม่ว่าจะเป็นการทำ Paid Search (การทำโฆษณาโดยการจ่ายค่าโฆษณาให้กับ Search Engine) หรือ Organic Search (การทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับจากการทำเว็บไซต์คุณภาพ จนติดอันดับ) ก็ล้วนแล้วแต่ช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจได้จากกลุ่ม Keyword ที่บ่งบอกถึงความสนใจซื้อโดยมีคำค้นหาประเภท Buyer Keyword รวมอยู่ด้วย เช่น ซื้อ เช่า ขาย เป็นต้น

## ประเภทของ Search Engine

ในปัจจุบันมีจะมี Search Engine ที่คนนิยมใช้กันอยู่ 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

- Crawler Based เป็นประเภทของ Search Engine ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ Google Yahoo Bing Baidu โดยผู้ให้บริการจะส่ง Bot ไปเก็บข้อมูลมาเพื่อจัดทำดัชนี ค้นหาและจัดอันดับต่อไป

- Web Directory คือ สารบบเว็บที่เก็บรวบรวมลิงก์ของเว็บไซต์ต่างๆ ไว้เป็นหมวดหมู่ คล้ายๆ กับสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองในอดีต ซึ่งโดยปกติแล้วจะสร้าง Web Directory ก็เพื่อบริการลูกค้าที่ใช้งานเว็บไซต์ให้มีความสะดวกในการค้นหาเว็บไซต์ที่ต้องการ ดังนั้น นี่จึงเป็นช่องทางการตลาดที่สำคัญชนิดหนึ่งที่ต้องรองรับเอาไว้ก่อน ยกตัวอย่าง Web Directory ในไทย เช่น [http://dir.sanook.com/](http://dir.sanook.com/), [http://www.pantip.com/](http://www.pantip.com/) เป็นต้น

## Search Engine ไม่ได้มีเพียง Google

## Search Engine ยอดนิยม

แน่นอนครับว่า Search Engine นั้นไม่ได้มีเพียง Google แต่ Google เป็นเครื่องมือค้นหาที่ค้นใช้มากที่สุดนั่นคือ 92.04% ของตลาดทั้งหมด ส่วนเครื่องมือค้นหาอื่นๆ ที่มีคนใช้งานอยู่บ้าง ก็อย่างเช่น 

- Bing เป็น Search Engine จาก Microsoft จุดเด่นคือ ไม่ยัดเยียดเว็บที่จ่ายโฆษณาให้แสดงผลเป็นอันดับต้นๆ เพื่อประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้งาน

- Yahoo เป็น Search Engine ที่มีมานานในช่วงยุคปลาย 90s แต่ในปัจจุบันก็ยังมีการอัปเดตข้อมูลอยู่เรื่อยๆ

- Baidu เป็น Search Engine อันดับหนึ่งของประเทศจีน และเป็นเว็บไซต์ที่คนใช้มากที่สุดอันดับ 4 ของโลก

- DuckDuckGo เป็น Search engine ที่มีจุดเด่นในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน และไม่มีการเก็บข้อมูลเพื่อการโฆษณา

- Yandex  เป็น Search engine จากสัญชาติรัสเซียที่คนรัสเซียนิยมใช้กัน

## Search Engine ในยุคใหม่

- TIKTOK ถือว่าเป็น Search Engine อีกตัวหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในยุคปัจจุบัน แต่ถ้าถามว่า TIKTOK ถือว่าเป็น Search Engine 100% ไหม คำตอบคือยังไม่ใช่ครับ แต่อนาคต ตัวนี้ถือว่าเป็นคู่แข่งนี่น่ากลัวอีกตัวหนึ่งสำหรับเครื่องมือการค้นหาแบบอื่น ๆ

- Youtube เป็น Search Engine ที่ [Google SGE](https://nerdoptimize.com/seo/search-generative-experience/) พึ่งซื้อมาใหม่ และถือว่าเป็นเครื่องมือค้นหาอีกตัวนึง ที่มีจำนวนคนใช้งานลำดับต้น ๆ ของโลก

## Search Engine มีขั้นตอนการทำงานยังไง

หลักการทำงานของ Search Engine ที่คุณจะต้องทำความเข้าใจนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 4 ขั้นตอน คือ

- **การเก็บข้อมูลเว็บ (Crawling)**

การเก็บข้อมูล (Crawling) ของ Search engine จะทำการส่ง Bot ที่เรียกกันว่า Spider หรือ Crawler เข้าสำรวจเว็บไซต์ต่างๆ แล้วดึงข้อมูลไม่ว่าจะเป็น URLs รูปภาพ Tiltel Description เนื้อหาต่างๆ ตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายของเว็บไซต์มาอัปเดตใส่ในรายการฐานข้อมูลไว้ โดยส่วนมาก Spider มักจะเข้าไปอัปเดตข้อมูลเป็นรายเดือน

- **การประมวลผล (Processing)**

เป็นการประมวลผลของ Search Engine เพื่อทำความเข้าใจแล้วทำการแยกลิงก์และจัดเก็บเนื้อหาเพื่อให้พร้อมสำหรับการจัดทำดัชนี 

- **การจัดทำดัชนี (Indexing)**

เป็นการเรียบเรียงข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่จากข้อมูลอันมากมายมหาศาล โดยจะคำนวณจากความเข้าใจในเนื้อหา เลย์เอาท์ เพื่อนำไปจับคู่กับหมวดหมู่ และคีย์เวิร์ดที่ตรงกันกับสิ่งที่ผู้ใช้งานค้นหา สังเกตได้จากเวลาเราพิมพ์อะไรในช่อง Search มักจะมีคำค้นหาที่ Suggest ขึ้นมาให้โดยอัตโนมัติ

- **การจัดลำดับ (Ranking)**

หลังจากที่ Search Engine ทำการจัดทำดัชนีตัวคอนเทนต์หรือเว็บไซต์เรียบร้อยแล้วว่า อยู่ในหมวดหมู่ไหน ก็ถึงเวลาของการจัดอันดับ (Ranking) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้งานเจอผลลัพธ์ที่ตรงมากที่สุดในอันดับต้นๆ โดยวัดจากหลายๆ องค์ประกอบ ซึ่งผมจะขอเล่ารายละเอียดในหัวข้อต่อไปครับ

## Search Engine จัดอันดับยังไง

สำหรับในบทความนี้ผมจะขอพูดถึงวิธีการจัดอันดับของ Search Engine ยอดนิยมอย่าง Google เป็นหลักนะครับ (เนื่องจาก Search Engine มีระบบการจัดอันดับที่แตกต่างกัน) ซึ่งโดยปกติแล้ว[ Google มีปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาจัดอันดับมากกว่า 200 รายการ](https://backlinko.com/google-ranking-factors) ฟังดูอาจจะเยอะมาก แต่วันนี้ผมคัดเอาปัจจัยที่ ‘ต้องทำ’ และสำคัญมากๆ มาฝากกัน ดังนี้ครับ

### 1. การสร้าง Backlinks

การทำอันดับบน Search Engine ไม่ใช่แค่ต้องได้ [Backlink ](https://nerdoptimize.com/seo/what-are-backlinks/)มาในปริมาณมาก แต่จะต้องได้ Backlink ที่มีคุณภาพกลับมา จึงจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของคุณควรจะถูกจัดอันดับอยู่ใน Ranking ที่สูงขึ้น และการจัดอันดับเว็บไซต์เพื่อให้ติดหน้าแรกนั้นสำคัญมากสำหรับผู้ที่ต้องการ [รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) อย่างมืออาชีพ ซึ่งสิ่งที่ Google ใช้วัดว่า Backlink นั้นมีคุณภาพต่อเว็บไซต์ของคุณหรือไม่ จะมีทั้งหมด 6 เรื่อง ได้แก่

- **Authority **

- **Relevance**

- **Anchor Text**

- **Follow VS **[**Nofollow**](https://nerdoptimize.com/seo/nofollow-link/)

- **Placement**

- **Destination**

แต่จะมี 2 เรื่องที่สำคัญมากๆ ที่ Google จะให้คะแนนสูง นั่นก็คือ

- **Link Authority :** Backlink ที่ได้กลับมา ควรที่จะมาจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ โดยคุณสามารถดูได้จากค่า Domain Rating (DR) หรือ URL Rating (UR) ซึ่งถ้าหากเว็บไหนมีค่าคะแนนนี้สูง ก็มั่นใจได้เลยว่า เว็บไซต์นั้นเป็นเว็บที่น่าเชื่อถือสูงมาก (ค่าเหล่านี้มีบอกอยู่ในเครื่องมือของ[ SEO Tools](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-tool/) หลายๆ ตัวเลยครับ)**

- Link Relevance :**  Backlink ที่ได้นั้นควรที่จะเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ เช่น เป็นเว็บไซต์คุณภาพที่นำเสนอเนื้อหาประเภทเดียวกันกับเว็บไซต์ของคุณ

### 2. ความเกี่ยวข้อง (Relevance)

คำว่าเกี่ยวข้องในที่นี้ ถ้าเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดเลยก็คือ การทำเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ Keyword นั้นๆ Keyword นั้นๆ  

ควรปรากฏอยู่ในการทำ [SEO YouTube](https://nerdoptimize.com/seo/youtube-seo/) [SEO Facebook](https://nerdoptimize.com/seo/facebook-seo/) [SEO TikTok](https://nerdoptimize.com/seo/tiktok-seo/) [SEO Video](https://nerdoptimize.com/seo/youtube-seo/)  On-Page ทั้ง Title Descriotion และเนื้อหาใน [Density](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-density/) ที่เหมาะสม ในเรื่องของเวลาที่ใช้ในการเข้าชมเว็บไซต์ก็สำคัญ เพราะถ้าหากผู้ใช้งานอยู่ในหน้าเว็บนั้นนานๆ ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนได้ว่า เว็บไซต์นั้นเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พวกเขาค้นหาจริงๆ

ว่าแต่ Google จะรู้ได้อย่างไรว่า เรากำลังค้นหาอะไรอยู่ ในเมื่อคำค้นหา (Keyword) บางอย่างนั้นเขียนเหมือนกัน เช่น เมื่อพิมพ์คำว่า Jagour นั้นหมายถึงสายพันธุ์เสือจากัวร์ หรือยี่ห้อรถยนต์ 

เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า Latent Semantic Indexing หรือ LSI Keyword ที่ Google จะมองว่า คอนเทนต์หรือเว็บไซต์ของเรานั้นสื่อสารในสิ่งที่ตรงกับบริบทของผู้ใช้งานหรือไม่ เช่น คำว่า Jagour มีการเติม LSI Keyword เช่น ราคา ซื้อ ซ่อม เป็นต้น ก็เป็นการบ่งบอกว่า Jagour ที่กำลังพูดถึงนี้หมายถึงรถยนต์นั่นเอง

ซึ่งถ้าคุณทำ Keyword ให้เกี่ยวข้องกับเจตนาของผู้ใช้ (Search Intent) และมีบริบทที่ชี้ชัดว่ากำลังพูดถึงสิ่งไหนอยู่ ก็จะช่วยให้ Google เข้าใจคอนเทนต์มากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะถูกจัดอันดับได้ดีมากขึ้นด้วย

### 3. อัปเดตข้อมูลให้สดใหม่เสมอ (Freshness)

การอัปเดตข้อมูลของเว็บไซต์ให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ Google Search Engine ให้ความสำคัญเช่นกันครับ 

เช่น ถ้าคนค้นหาเรื่อง เทรนด์การทำ SEO แน่นอนว่า ผลลัพธ์ที่เขาคาดหวังก็ควรที่จะเป็นข้อมูลอัปเดตในปีล่าสุด คงไม่มีใครอยากอ่าน เทรนด์การทำ SEO ตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งคอนเทนต์ประเภทนี้เราจะเรียกกันว่า Tropical Content 

แต่ถ้าคุณต้องการที่จะทำคอนเทนต์ครั้งเดียวแล้วจบ เนื้อหาอยู่ยงคงกระพันไม่ว่ากี่ปีผ่านไป เรื่องที่คุณเขียนก็ยังคงเป็นเรื่องที่สดใหม่อยู่เสมอ ก็มีประเภทคอนเทนต์แบบหนึ่งที่ตอบโจทย์ นั่นคือ Evergreen Content ซึ่งวิธีการทำคอนเทนต์ประเภทนี้ผมเคยเขียนอธิบายไว้แล้ว ตามไปอ่านกันได้ที่[ Evergreen Content คืออะไร สำคัญอย่างไร ทำยังไงถึงจะดีต่อ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/evergreen-content/)

### 4. มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ (Topical authority)

Search Engine ของ Google  มองหาเว็บไซต์ที่ให้คำตอบที่ดีที่เกี่ยวกับคำค้นหานั้นๆ เสมอ และแน่นอนว่า ถ้าหากเว็บไซต์คุณมีคำตอบในสิ่งที่ผู้คนใช้ค้นหาทั้งหมด Google ก็ย่อมมองว่าเว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพ และเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องๆ นั้น 

ดังนั้น การทำ Keyword Research และการค้นหา Search Intent ที่ผู้คนสนใจ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำควบคู่กัน เพื่อให้คุณกลายเป็น Specialist ที่น่าเชื่อถือในเรื่องนั้นๆ มากพอที่หลายๆ เว็บไซต์จะส่ง Backlink กลับมาให้ หรืออาจจะนำไปแชร์ลงบน Social ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแสดงให้ Google เห็นว่าคุณมีอิทธิพลในหัวข้อนั้นๆ สำหรับผู้ใช้งานอย่างแท้จริง

### 5. การให้ความสำคัญกับ Page speed 

คงไม่มีใครที่อยากจะใช้งานเว็บไซต์ที่อัปโหลดหรือดาวน์โหลดอะไรช้าๆ ซึ่งเรื่องนี้มักก่อให้เกิด Bounce Rate ที่สูง ทำให้ Search Engine อย่าง Google มองว่า เว็บไซต์ของเราไม่มีคุณภาพ และไม่ดึงดูดใจผู้คนมากพอ 

ดังนั้น การจัดอันดับจึงมีปัจจัยในด้านของ Page Speed เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยคุณสามารถใช้ Google Search Console ในการดูรายงานภาพรวมทั้งหมดในเว็บไซต์ว่าหน้าไหนมีปัญหาอะไรบ้าง โดยให้คุณเข้าไปที่ [https://search.google.com/search-console/about](https://search.google.com/search-console/about) 

หรือถ้าอยากเช็กความเร็วเว็บไซต์แบบละเอียด แนะนำให้เข้าไปใช้งาน [PageSpeed Insights](https://pagespeed.web.dev/?utm_source=psi&utm_medium=redirect) ได้เลยครับ

### 6. การทำ Mobile-friendly

การทำ Mobile-Friendly นั้นเป็นปัจจัยที่ Google ให้ความสำคัญ และตอนนี้ Google ก็จะทำการ Index เว็บไซต์ที่แสดงผลบนมือถือขึ้นมาก่อน 

ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ของเว็บไซต์ว่า ตอนนี้ Google มองว่า เว็บไซต์ของคุณทำ Mobile-Friendly แล้วหรือยังได้ที่ [https://search.google.com/test/mobile-friendly](https://search.google.com/test/mobile-friendly) โดยนำ URLs ของเว็บไซต์กรอกลงไปในช่องค้นหา เพื่อทำการตรวจสอบได้เลยครับ

นอกจากเรื่องของการทำ Mobile-First แล้ว ก็ควรที่จะใส่ใจในเรื่องของการออกแบบ Page Experience ก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกันครับ ซึ่งก็ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่อง UX และ UI หรือแค่เรื่องของความเร็วในการดาวน์โหลดอย่างที่กล่าวไปในข้อที่แล้วเท่านั้น  แต่จะครอบคลุมถึงประสบการณ์ในเรื่องอื่นๆ ด้วย ดังนี้

- Loading (ความเร็วในการดาวน์โหลด) 

- Interactive (การตอบสนองของเว็บไซต์) 

- Visual Stability (ความคงที่ของภาพหรือเนื้อหาบนเว็บไซต์) 

- Mobile-Friendly (การใช้งานง่ายบนมือถือ) 

- HTTPS (การใช้ HTTP ในเวอร์ชันที่มีความปลอดภัย) 

- Intrusive Interstitial (โฆษณาที่บดบังเนื้อหาหลัก)

การทำความเข้าใจ Search Engine ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะช่วยทำให้การทำ SEO SEM หรือ Page Search ของคุณอยู่ในอันดับที่ดีขึ้น และช่วยสร้างจำนวน Taffic ที่มีคุณภาพกลับเข้ามายังเว็บไซต์ได้มากยิ่งขึ้นได้อย่างแน่นอนครับ 

ก็หวังว่าบทความนี้คงจะคลายความสงสัยเกี่ยวกับ หัวข้อ Search Engine คืออะไร Search Engine หมายถึงอะไรได้ในระดับนึงนะครับ

- [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fhow-do-search-engines-work%2F)
- [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fhow-do-search-engines-work%2F)

ค้นหา บทความอื่นๆ

Search

About NerdOptimize

AI Search & SEO Agency Awards

เราคือ AI Search & SEO Agency ที่ได้รับการการันตีกลยุทธ์จากรางวัลระดับโลกอย่าง Global Search Award และ APAC Search Award

60+ Employees

Global award Guaruntee

Global Search Awards 2025 : Winner Best Use of Search – Real Estate & Property: Large

APAC Search Awards 2026 : Finalist Best Use of Search – Real Estate & Property

ผู้เขียน

Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Tag:

แชร์บทความนี้:

บทความที่คุณ อาจสนใจ

Enterprise SEO คืออะไร

Enterprise SEO คืออะไร? อธิบายความแตกต่างและความสำคัญจาก SEO ปกติ

Enterprise SEO คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นกลยุทธ์ในการทำ SEO ให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ แบรนด์ดังระดับประเทศ และมีความแตกต่างจาก SEO ปกติอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

อ่านบทความ ➝
Customer Engagement

Customer Engagement คืออะไร? แนะนำเทคนิคเข้าถึงลูกค้าในช่องทางออนไลน์

Customer Engagement คือกการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า เพื่อให้พวกเขารู้สึกผูกพันกับแบรนด์ที่ช่วยให้เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ

อ่านบทความ ➝
what-is-wordpress

WordPress คืออะไร? สร้างเว็บไซต์ได้ง่ายแม้ไม่มีพื้นฐานเขียนโค้ด

WordPress คืออะไร? มือใหม่หัดทำเว็บต้องรู้ ตัวช่วยให้สร้างเว็บไซต์ง่าย ๆ ไม่ต้องเขียนโค้ด มี 2 แบบคือ WordPress.org, WordPress.com ทำตามได้ง่าย ๆ ในบทความนี้

อ่านบทความ ➝
Scroll to Top