Home - SEO - Backlink คืออะไร บอกวิธีสร้างและหา Backlink สายขาว แบบคุณภาพ

Backlink คืออะไร บอกวิธีสร้างและหา Backlink สายขาว แบบคุณภาพ

Backlink คืออะไร
## Backlink

ในการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization นอกจากจะทำการปรับแต่ง [On Page](https://nerdoptimize.com/seo/on-page-seo/) เว็บไซต์ หรือทำคอนเทนต์ให้ดี มีคุณภาพแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นและสำคัญมากๆ เลยก็คือการทำ Backlink ครับ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เจ้า Backlink นี้คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับ SEO หรือบางคนอาจจะรู้ แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่า จะเริ่มต้นทำอย่างไรดี ถึงจะส่งพลังไปยังเว็บไซต์ให้ติดอันดับได้จริง…

ไม่ต้องไปตามหาวิธีการ หรือลองผิดลองถูกให้เสียเวลาเลยครับ เพราะในฐานะของคนที่ทำ SEO มาก่อน วันนี้ผมจะมาเปิดกลเม็ดทั้งวิธีการสร้างและการหา Backlink ให้ทุกคนได้รู้กันแบบละเอียดยิบ รับรองว่าอ่านแล้วช่วยให้เข้าใจ และหยิบไปใช้งานได้จริงแน่นอน

เลือกอ่านตามหัวข้อ
- [Backlink](#backlink)
- [Backlink คืออะไร](#backlink-)
- [รูปแบบการทำ Backlink](#-backlink-hd-69ecf616ef575)
- [เทคนิคการหา Backlink จากคู่แข่ง](#-backlink--hd-69ecf616ef5db)

## Backlink คืออะไร

**Backlink คือ** วิธีการทำให้เว็บไซต์อื่นทำลิงก์กลับมายังเว็บไซต์ของคุณ (Backlink) พูดให้เข้าใจกันง่ายๆ เลยก็คือ เป็นการให้เครดิตบทความของคุณ ทำการอ้างอิงถึง (Referring) ซึ่งคุณอาจจะเคยเห็นประโยคเหล่านี้ในเว็บไซต์ต่างๆ มาก่อน

ตัวอย่างเช่น การขอบคุณแหล่งที่มาของบทความ

_ขอบคุณข้อมูลจาก [https://nerdoptimize.com/seo/how-to-build-backlinks/](https://nerdoptimize.com/seo/how-to-build-backlinks/) หรือ_

![backlink](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image9-2-800x380.png)ที่มาภาพ: https://backlinko.com/

การที่ผมนำภาพของเว็บไซต์ Backlinko (ภาพด้านบน) มาใช้ในบทความนี้ ผมทำการ Backlink กลับไปยังเว็บไซต์ Backlinko เพื่อให้เครดิตในฐานะที่มาภาพ ก็เท่ากับว่า ผมทำการส่ง Backlink กลับไปยังเว็บไซต์ต้นทาง เพื่อทำการอ้างอิงเช่นเดียวกันครับ

ซึ่งการจะทำให้เกิดการส่ง Backlink กลับมาได้นั้น แสดงว่าคอนเทนต์บนเว็บไซต์ของคุณจะต้องดีและมีคุณภาพมากพอจนสามารถนำมาอ้างอิงถึงได้นั่นเองครับ

### Backlink มีความสำคัญอย่างไร

การทำ Backlink มีประโยชน์มากๆ สำหรับคนทำ SEO ครับ เพราะ Backlink ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการทำ [Off Page SEO](https://nerdoptimize.com/seo/off-page-seo/) ที่สำคัญ และมีบทบาทเข้ามาช่วยใน 4 เรื่องที่เกี่ยวกับการทำ SEO ดังนี้

#### 1.การสร้าง BACKLINK จะช่วยให้ Google เข้าใจในเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้ง่ายมากขึ้น

การที่ Google จะเข้าใจเนื้อหาภายในเว็บไซต์มากขึ้นจะมาจากการส่ง Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูลจากลิงก์ที่เชื่อมโยงไว้ในเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณ

หากเว็บไซต์ได้รับการอ้างอิงจากเว็บไซต์ หรือได้ Backlink อื่นอย่างมีคุณภาพ ก็จะช่วยทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของคุณมีประสิทธิภาพได้เร็วขึ้น

แต่ทั้งนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนบทความในเว็บไซต์ของคุณด้วยว่ามีมากพอให้ Google Bot เข้ามาเก็บข้อมูลเพื่อทำการเรียนรู้และทำการจัดอันดับได้หรือไม่ด้วยนะครับ

#### 2.การทำ Backlink จะช่วยให้เว็บไซต์ผ่านเกณฑ์ E-A-T Factor

[E-A-T Factor](https://nerdoptimize.com/seo/eat-ranking-factor/) หรือ Expertise, Authoritativeness และ Trustworthiness เป็นเกณฑ์ที่ Google ใช้ในการวัดคุณภาพคอนเทนต์บนเว็บไซต์ ว่าคุณมีความเชี่ยวชาญ มีอิทธิพลและมีความน่าเชื่อ ในเรื่องที่กำลังสื่อสารอยู่แค่ไหน

ซึ่งการได้รับ Backlink ที่ดีและมีคุณภาพ หรือมีการพูดถึงเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณก็จะช่วยทำให้เว็บไซต์ผ่านเกณฑ์ E-A-T Factor ได้ง่ายขึ้นด้วย

#### 3.การทำ Backlink มีผลต่อการจัดอันดับ (Ranking) ในด้าน SEO โดยตรง 

อย่างที่ผมบอกไปนะครับว่า การได้รับ Backlink เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการจัดอันดับ [SEO คือ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/) ยิ่งถ้าเว็บไซต์ของคุณได้รับ Backlink ที่มีคุณภาพกลับมาได้มากเท่าไร

ก็เหมือนกับการที่เว็บไซต์ของคุณได้รับการโหวตจากเว็บไซต์อื่นๆ ว่าน่าเชื่อถือ ทำเนื้อหาได้ดีจนต้องนำไปอ้างอิงต่อ และจะถูก Google จัดอันดับ (Ranking) ที่ดีขึ้นนั่นเองครับ ย้ำนะครับ Backlink ที่มีคุณภาพจริง ๆ เท่านั้น

#### 4.ช่วยเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์

การทำ Backlink ช่วยเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้ 2 ทางครับ คือ 

**ส่วนของ Referral Traffic** ที่เกิดจากผู้ใช้งานจากเว็บไซต์อื่นทำการคลิกลิงก์อ้างอิงมายังเว็บไซต์ของเรา

ยิ่งถ้าเป็นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องและให้คำตอบที่ตรงกับการให้เครดิตมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ Backlink นั้นนำพาคนกลับมายังเว็บไซต์ต้นทางได้มากขึ้น

นอกจากนี้การทำ Backlink ยังส่งผลต่อ Organic Traffic ด้วยเช่นกัน อ้างอิงจากการสำรวจของ ahrefs ผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดประสิทธิภาพ [seo audit](https://nerdoptimize.com/seo/seo-audit/) ของเว็บไซต์

ที่ทำการสำรวจเกี่ยวกับที่มาของ Traffic แล้วพบว่า หากเว็บไซต์มี Backlink ที่มีคุณภาพ (จากเว็บไซต์ที่ไม่ซ้ำ) ก็จะมี Organic Traffic เข้ามายังเว็บไซต์เพิ่มขึ้นด้วย 

![Referral Traffic](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image6-2-600x400.png)ที่มาภาพ: [https://ahrefs.com/](https://ahrefs.com/)

### ประเภทของ Backlink

แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

- **Natural-Editorial :** เป็น Backlink ที่ได้มาด้วยวิธีธรรมชาติ คือ การได้รับอ้างอิงจากเว็บไซต์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือได้ว่า เป็น Backlink ที่ดีมากแต่ก็ได้มาด้วยความยากลำบากเช่นกันครับ เนื่องจากต้องใช้เวลาในการพัฒนาคอนเทนต์บนเว็บไซต์ให้น่าเชื่อถือมากพอที่เว็บไซต์เจ้าอื่นเห็นแล้วจะอยากนำไปใช้อ้างอิงเหมือนกับสารานุกรมในห้องสมุดแต่ถ้าทำได้เว็บไซต์ของคุณก็จะได้รับคะแนนจาก Google และทำอันดับได้ง่ายขึ้นมากเลยครับ

- **Manual Link Building :** เป็นวิธีการทำการตลาดรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า Outreach Content จากการนำคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไปกระจายตามเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เป็นการทำ [guest post คือ](https://nerdoptimize.com/seo/guest-post/) การทำเพื่อสร้าง Backlink จากเว็บไซต์ขนาดใหญ่ เช่น เว็บไซต์ข่าวต่างๆ เป็นต้น

- **Non-Editorial :** เป็นการทำ Backlink ที่ง่ายที่สุด เพราะเป็นวิธีการที่เรียกกันว่า Spam Backlinks หรือการนำ Backlink ไปแปะไว้ในเว็บไซต์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะทำได้ง่าย ผมก็ไม่แนะนำให้ทำวิธีนี้สักเท่าไรนะครับ เพราะเป็นการทำ Backlink ที่ไม่ยั่งยืน และยังส่งผลต่อ SEO น้อยมากๆแถมยังเสี่ยงโดนตรวจสอบจาก Google อีกด้วย แต่ถ้าถามว่า Backlink ประเภทนี้ยังสามารถทำอันดับได้ไหม คำตอบก็คือ สามารถทำได้ครับ แต่จำเป็นที่จะต้องใช้ Backlink ในจำนวนมาก และก็เสี่ยงต่อการถูกลดอันดับด้วยครับ

## รูปแบบการทำ Backlink

คุณสามารถวางรูปแบบการทำ Backlink บนเว็บไซต์ และในโค้ดหลังบ้านได้ ด้วยรูปแบบต่างๆ ดังต่อไปนี้

### Domain Link

Domain Link คือ วิธีการสร้าง Backlink ด้วย Domain Name ของเว็บไซต์ หรือ URL ของเว็บไซต์ เช่น ขอบคุณข้อมูลจาก [https://nerdoptimize.com](https://nerdoptimize.com/) โดยรูปแบบลิงก์ประเภทนี้มักจะเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลไปอ้างอิง ซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติและทำให้เว็บไซต์ของคุณดูเป็นผู้เชี่ยวชาญและดูน่าเชื่อถือในฐานะของเว็บไซต์ที่ได้รับเครดิตด้วย

### Anchor Text Link

Anchor Text Link เป็นรูปแบบการทำ Backlink ด้วย Keyword คือ การใส่ Backlink ใน Keyword หรือข้อความที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ และเป็น Keyword ที่ต้องการทำอันดับ โดยมีวิธีการทำที่แยกย่อยลงมาอีก ดังนี้

- **Branded Anchors Link** เป็นการทำ Backlink ด้วยชื่อแบรนด์โดยตรง เช่น [nerdoptimize](https://nerdoptimize.com/)

- **Exact Match Anchors Link** เป็นการทำ Backlink ด้วย Keyword ตรงตัว เช่น [Link Building คืออะไร](https://nerdoptimize.com/seo/link-building/)

- **LSI Anchors Link** เป็นการทำ Backlink ด้วย Keyword แวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมคีย์เวิร์ดหลัก เช่น หากคุณทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ ‘keyword research’ LSI Anchors Link เพิ่มเติมที่ทำ Backlink ได้ เช่น keyword research คืออะไร, โปรแกรมหา keyword, keyword ที่นิยม เป็นต้น

### Image Link

Image Link เป็นวิธีการทำ Backlink จากรูปภาพ โดยการนำ URL ของเว็บไซต์ไปติดตาม Banner ต่างๆ ในเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจคุณ แต่มีข้อควรระวังอยู่คือ ควรทำในปริมาณแค่ 5 – 15 % ของลิงก์ทั้งหมด และควรติด Backlink เป็นประเภท NoFollow ไม่เช่นนั้นอาจกระทบกับอันดับของ[บทความ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/seo-writing/) ได้

### Dofollow Link

**Dofollow Backlink คือ** ลิงก์ที่เว็บไซต์อื่นๆ ทำ Backlink กลับมายังเว็บของคุณ พร้อมส่งต่อประโยชน์ในด้าน SEO กลับมาให้คุณด้วย โดนจะมีผลต่อการทำอันดับทันที

เนื่องจากเว็บเพจหน้านั้นจะถูก Index เข้าในฐานข้อมูลของ Google จากการที่ Google bots ทำการติดตาม Backlink นั้นกลับไปมาหน้าเว็บไซต์ของคุณ เพื่อหาความเชื่อมโยงของเนื้อหานั่นเอง

### Nofollow Link

**Nofollow Backlink คือ** ลิงก์ที่เว็บไซต์อื่นๆ ทำ Backlink กลับมายังเว็บของคุณ แต่ไม่ได้ส่งประโยชน์ด้านการทำ SEO กลับมาให้ (หรือถ้าส่งให้ก็น้อยมากๆ) และที่สำคัญคือ Google bots อาจจะไม่ตามกลับมายังเว็บไซต์ของคุณเพื่อทำการ Index ข้อมูลด้วย

แต่ถึงแม้ Nofollow จะไม่ได้ช่วยในเรื่องของคะแนนที่จะทำให้มีโอกาสติดอันดับได้มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีประโยชน์เลยนะครับ

เพราะลิงก์ประเภทนี้ยังคงนำพา Traffic คุณภาพกลับมาให้คุณได้ในทางอ้อมด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ Nofollow ยังมีประโยชน์กับเว็บไซต์ที่มีการนำ Backlink ไปติดที่ Banner บนหน้าเพจจำนวนมาก Google จะได้ไม่มองเป็น Over Backlink และลดคะแนนของเว็บไซต์ลง

### วิธีตรวจสอบว่า ลิงก์เป็น DoFollow หรือ NoFollow

จะรู้ได้อย่างไรว่าเว็บไซต์ไหนทำ Backlink แบบ Dofollow หรือ Nofollow?

- ง่ายๆ เลยครับ ให้คุณคลิกขวา กด Inspect ในหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการ![เช็คว่า DoFollow หรือ NoFollow](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image5-1-569x400.png)

- หลังจากนั้นคุณจะเห็นโค้ด ให้หาคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ Dofollow และ Nofollow ดังนี้![Inspect element](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image2-2-475x400.png)

**คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ Dofollow**

เป็นคำสั่งสร้างลิงก์แบบ Dofollow ใช้ร่วมกับแท็กคำสั่ง เช่น [Backlink คืออะไร](https://nerdoptimize.com)

**คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ Nofollow**

เป็นคำสั่งสร้างลิงก์แบบ Nofollow ใช้ร่วมกับแท็กคำสั่ง เช่น [Backlink คืออะไร](https://nerdoptimize.com)

### Backlink ที่ดีหน้าตาเป็นอย่างไร

อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงอยากจะรู้แล้วใช่ไหมครับว่า แล้ว Backlink ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?

คำตอบง่ายมากเลยครับ Backlink ที่ดีควรเป็น Backlink ที่มาจากเว็บที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ เช่น คุณทำเว็บไซต์เกี่ยวกับ[การตลาดออนไลน์](https://nerdoptimize.com/marketing/online-marketing/) หรือ รับทำ SEO

Backlink ที่ควรได้ก็น่าจะต้องมาจากเว็บไซต์เกี่ยวกับ เอเจนซี่ หรือ เว็บการตลาดทั่วไป หรือเป็นเว็บไซต์ที่มีค่าคะแนนสูงๆ รวมถึงเว็บที่ชี้มาจะต้องมีอันดับบน Google ด้วย 

ซึ่งการจะตรวจสอบว่า เว็บไซต์ที่ส่ง Backlink กลับมาให้คุณนั้นมีคุณภาพมากพอหรือไม่ ก็ต้องใช้ SEO Tools ต่างๆ ในการตรวจสอบค่าที่เกี่ยวข้องที่ Google จะให้คะแนนเว็บไซต์นั้นสูงหากทำให้ค่าในเกณฑ์เหล่านี้มีคุณภาพ ในหัวข้อนี้ผมเลยจะมาบอกวิธีการเลือก Backlink ที่ดีจาก 5 เกณฑ์คร่าวๆ ครับ คือ

- **ให้ดูจากค่า Domain Rating (DR)** หรือ URL Rating (UR) หากมีค่า DR, UR สูง (โดยจะมีคะแนนเต็มที่ 100) แสดงว่า เว็บไซต์นั้นมีความน่าเชื่อถือสูง การที่คุณได้รับ Backlink ที่มาจากเว็บไซต์เหล่านี้ เท่ากับคุณได้ Backlink ที่มีคุณภาพ![Domain Rating (DR)](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image8-800x253.jpg)แต่มีข้อควรระวังอยู่นิดนะครับ เพราะในเว็บไซต์ที่มีค่า DR, UR สูงๆ อาจจะมีการทำ Black Hat SEO หรือ Spam Backlink ที่ทำให้ได้คะแนนสูงก็เป็นได้ ซึ่งคุณสามารถเช็กได้จาก SEO Tools ที่ผมให้ไว้ด้านล่าง โดยดูว่า เป็น Backlink แนวสแปม หรือใช้โปรแกรมโพสต์เว็บบอร์ดหรือไม่ หากใช่ ควรหลีกเลี่ยงนะครับ เพราะส่งผลต่อคะแนนที่ Google ให้ด้วย

- **ให้ดูจากค่า Page Authority (PA)** ค่านี้เป็นค่าที่แสดงความมีชื่อเสียงของเว็บไซต์ ถ้ายิ่งมีคะแนนสูง และว่ายิ่งดี

- **ให้ดูว่า Backlink กับ Referring Domain** (หมายถึง จำนวนเว็บไซต์ที่ Backlink กลับมาที่เว็บไซต์มีทั้งหมดกี่เว็บ) เหมาะสมกันหรือไม่ ถ้า Referring Domain มีน้อย แต่มี Backlink จำนวนมาก จะแสดงถึงความไม่เป็นธรรมชาติ และอาจถูกลดความสำคัญของเว็บไซต์ลงได้

- **ตรวจเช็ก Anchor text** ที่วิ่งเข้ามาสู่เว็บไซต์ที่เราจะทำ Backlink ว่า เว็บไซต์เหล่านั้นมีสิ่งแปลกปลอม หรือมีการจงใจทำ SEO ขนาดไหน หากจงใจทำมากด้วยวิธีทำ SEO สายเทา ผมแนะนำให้หลีกเลี่ยงจะดีกว่าครับ

- **ดูคุณภาพของเว็บไซต์นั้นๆ** หากเว็บไซต์นั้นมีโครงสร้างที่ดี มีความน่าเชื่อถือ ก็จะทำให้ Backlink ชี้มายังเว็บไซต์คุณมีความน่าเชื่อถือสูงไปด้วย โดยเช็กคุณภาพในเรื่องเหล่านี้

การวางโครงสร้าง Web Structure

- การวาง Sitemap

- การออกแบบ UX&UI ให้ใช้งานง่าย

- การทำ Mobile Friendly

- การอัปเดตข้อมูลที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

- การทำเนื้อหาที่มีคุณภาพและเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ

- การทำ SEO อย่างถูกต้อง มี Domain Authority อยู่ในระดับที่ดี ไม่ทำการปั๊ม Backlink มากจนเกินไป

สำหรับผู้ที่สนใจบริการ [รับทำ Backlink](https://nerdoptimize.com/backlink-service/) ทาง NerdOptimize ก็มีให้บริการด้วยนะครับ

### Google สนใจ Backlink แบบไหน?

[John Mueller จาก Google เคยออกมาพูดเรื่อง Backlink](https://www.searchenginejournal.com/googles-john-mueller-total-number-of-backlinks-doesnt-matter/396638/) เหมือนกันครับว่า สำหรับ Google แล้ว Backlink ที่ Google ชอบนั้นเป็นอย่างไร?

คำตอบคือ เป็น Backlink ที่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ปลายทางเท่านั้นครับ Google ไม่ได้มองถึงเรื่องของความเยอะ หรือจำนวนที่มากเลย ดังนั้น ต่อให้คุณพยายามปั๊มจำนวน Backlink ให้ได้มาก แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ก็ไม่ได้ต่อการทำงานของ Google Algorithm เลยแม้แต่น้อย สู้พยายามทำคอนเทนต์ให้ดี แล้วได้ Backlink ที่มีคุณภาพแค่ลิงก์เดียว ยังช่วยให้คุณมีโอกาสในการทำอันดับได้มากกว่าเป็นไหนๆ 

### จะหาและสร้าง Backlink ที่ดีได้จากที่ไหน?

ในเมื่อ Google สนใจแค่ Backlink ดีๆ มีคุณภาพ แน่นอนว่า ผมก็มีวิธีการหาและสร้าง Backlink เหล่านี้มาฝากเช่นกันครับ

## เทคนิคการหา Backlink จากคู่แข่ง

หากคุณไม่รู้จะเริ่มต้นหา Backlink จากที่ไหน ผมแนะนำให้เริ่มจากการสืบหาจากคู่แข่งของเว็บไซต์คุณครับ ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบได้เองจาก SEO Tools ที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง…

- [Ahrefs](https://ahrefs.com/)

- [Ubersuggest](http://ubersuggest/)

- [Majestic](https://majestic.com/)

- [SEMRush](https://www.semrush.com/)

### Ahrefs

Ahrefs เป็นโปรแกรมที่คนทำ SEO นิยมนำมาใช้ในการด้านการแกะ Backlink และการวิเคราะห์อันดับของคู่แข่ง รวมถึงใช้ในการทำ [technical seo](https://nerdoptimize.com/seo/technical-seo/) โดยคุณสามารถนำข้อมูลมาเทียบกันแบบกราฟต่อกราฟได้เลย แต่ราคาจะค่อนข้างแพงนะครับ จึงอาจจะเหมาะกับคนทำ SEO มืออาชีพ และองค์กรใหญ่มากกว่า

![Ahrefs Referring domains](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image1-2-716x400.png)

วิธีใช้ก็คือให้เข้าไปที่เว็บไซต์ [Ahrefs](https://ahrefs.com/backlink-checker) > นำ URL เว็บไซต์คู่แข่งมาวางในช่องด้านบนสุด > คุณสามารถเลือก Link Type ว่าจะดูเป็นผลลัพธ์ของลิงก์แบบ Dofollow หรือ Nofollow ได้ > หลังจากนั้นจะเห็นผลลัพธ์ของ Backlink ที่เว็บคู่แข่งได้รับปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอครับ

### Ubersuggest

Ubersuggest เป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการแกะ Backlink และใช้เพื่อการทำ Research keywords เป็นหลัก ใครที่ต้องการอยากได้เครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์ Keyword ร่วมด้วย แนะนำเลยครับ เพราะใช้ค้นหา Longtail Keyword ได้เยอะมาก ส่วนตัวแล้วถ้าเป็นมือใหม่ ผมแนะนำเลยตัวนี้ เพราะใช้งานง่ายและราคาไม่แพงมากครับ

![Ubersuggest backlink](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image7-2-759x400.png)

วิธีใช้ก็คือให้เข้าไปที่เว็บไซต์ [Ubersuggest](https://neilpatel.com/ubersuggest/) > นำ URL เว็บไซต์คู่แข่งมาวางในช่องค้นหาแล้วทำการ Search > เลือก SEO Explorer > เลือก Backlink > เลื่อนลงมาด้านล่างจะเจอกับผลลัพธ์ Backlink ของเว็บไซต์นั้นๆ อย่างละเอียดครับ

### Majestic

เป็นเครื่องมือที่นิยมใช้ร่วมกันกับ Ahrefs เนื่องจากมีฟังก์ชันคล้ายกัน แต่ในบางครั้งใช้ Majestic เพื่อแกะ Backlink ไม่เจอ แต่ Ahrefs หาเจอ ส่วนมากเลยใช้ร่วมกันครับ นอกจากนี้ Majestic ยังสามารถใช้ตรวจสอบ Domain เพื่อนำมาทำ [PBN](https://nerdoptimize.com/seo/private-blog-networks/) ได้ เนื่องจากสามารถใช้ดูหมวดหมู่ใกล้เคียง หรือตรงกับเว็บไซต์ของคุณได้ครับ

![Majestic](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image10-2-800x330.png)

วิธีใช้ก็คือให้เข้าไปที่เว็บไซต์ [Majestic](https://majestic.com/backlink-checker) > นำ URL เว็บไซต์คู่แข่งมาวางในช่องค้นหา > ให้เลื่อนลงมาที่หัวข้อ Referring Domains เพื่อดูผลลัพธ์ครับ

### SEMRush

เป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์อีกตัวเลยก็ว่าได้ครับ เพราะ SEMRush ใช้ได้ทั้ง Research keywords, On-Page Checker, Rank Tracking, [broken link](https://nerdoptimize.com/seo/broken-link/) checker และแน่นอนว่าใช้ทำ Backlink Analytics ได้ด้วยครับ

![SEMRush backlinks](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image4-3-800x390.png)

วิธีใช้ก็คือให้เข้าไปที่เว็บไซต์ [SEMRush](https://www.semrush.com/) > คลิกที่เมนู Domain analytics > หลังจากนั้นใส่ชื่อเว็บไซต์ของคู่แข่งที่ต้องการศึกษาไปในช่อง Search > คลิก Search ดังภาพเลยครับ

เครื่องมือเหล่านี้นอกจากจะมีประโยชน์ในด้านการใช้หา Backlink จากคู่แข่งแล้ว คุณยังสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการตรวจสอบที่มาของ Backlink บนเว็บไซต์ของคุณเองได้ด้วยนะครับ ทั้งนี้ ก็เพื่อ…

- เข้าใจที่มาของ Audience และหาทาง Amplify ช่องทางนั้นเพิ่มเติม

- ใช้ตรวจสอบว่า เว็บไซต์ที่อ้างอิงเกี่ยวข้องหรือเป็นเป้าหมายของธุรกิจคุณหรือไม่

- ตรวจสอบได้ว่า เว็บไซต์ถูกนำไปอ้างอิงจากแหล่งไหนเยอะ แสดงว่า มีโอกาสที่กลุ่มเป้าหมายของคุณกับเว็บไซต์นั้นจะเป็นกลุ่มคนคล้ายๆ กัน อาจจะลอง Explore เพิ่มเติม เพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายมาเพิ่มได้ครับ

### วิธีการสร้าง Backlink

หลังจากหาเจอแล้ว คราวนี้มาถึงวิธีการสร้างกันบ้างครับ ซึ่งผมแนะนำเป็น 2 วิธีนี้คือ…

- **ทำด้วยตัวเอง : **เป็นวิธีการสร้าง Backlink ที่คุณสามารถกำหนดเองได้ โดยคุณอาจจะแบ่ง List ที่คุณต้องการสร้าง Backlink ออกเป็น 4 รูปแบบ ดังนี้

**เว็บไซต์ประเภทเว็บบอร์ด** เป็นเว็บไซต์แนวกระดานสนทนา แจ้งข้อมูล และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิธีการแปะ Backlink บนเว็บไซต์เหล่านี้ยังสามารถใช้ได้อยู่นะครับ แต่อาจต้องทำในปริมาณมาก หากเลิกทำหรือหยุดทำอันดับจะตกทันที ดังนั้น จึงไม่ใช่วิธีการสร้าง Backlink ที่ยั่งยืนเท่าไร

- **เว็บไซต์ Blog ฟรี** เดี๋ยวนี้มีเว็บไซต์ให้คุณสามารถเข้าไปเขียน Blog ฟรีได้มากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Storylog, Medium, Blockdit ฯลฯ ซึ่งเว็บไซต์เหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมมาก ๆ สำหรับนักทำ SEO เนื่องจากให้ผลลัพธ์ที่ดีมากครับ

- และสามารถเข้าไปสร้าง Backlink ได้อย่างอิสระ แต่อาจจะต้องระวังการโพสต์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการขายมากเกินไป อาจจะโดนลบ User หรือ บทความได้ ดังนั้น ควรใส่ใจกับการทำคอนเทนต์เพิ่มเติมด้วยนะครับ

- **เว็บไซต์ด้านกราฟิก** สำหรับใครที่ทำกราฟิกประกอบคอนเทนต์บนเว็บไซต์ คุณสามารถนำโค้ดของ Infographic ที่มี ไปแปะตามเว็บไซต์ด้านกราฟิกอย่าง Graphs.net และ Pinterest เพื่อสร้าง Backlink เพิ่ม รวมถึงสร้างโอกาสให้คนนำไปแชร์ต่อด้วย

- **Owned Channel ของคุณเอง** Owned Channel นี้คือ ช่องทางการสื่อสาร หรือแพลตฟอร์มที่เป็นของคุณ เช่น facebook, youtube, twitter, instagram ซึ่งคุณสามารถโพสต์คอนเทนต์ในรูปแบบ Link เพื่อส่ง Backlink กลับมายังเว็บไซต์ของคุณเองได้เลย

- **ใช้เงินแก้ปัญหา **วิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลและใช้เวลาน้อยที่สุด เหตุผลเพราะ คุณสามารถเลือกเว็บไซต์ที่จะให้เครดิต หรือให้ Backlink ได้เองเลยครับซึ่งคุณอาจจะใช้วิธีการทำ Sponsorship, PR กับเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณหรือมีอิทธิพลในกลุ่มคำค้นหานั้นๆ ที่คุณต้องการทำอันดับ เพื่อให้ได้ Backlink ที่มีคุณภาพกลับมา รวมถึงทำการ[จ้างบริษัทรับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) ที่เชี่ยวชาญ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยย่นระยะเวลาในการลงมือทำเองได้ดีทีเดียวเลยครับ 

หรืออ่านวิธีการต่างๆ นอกเหนือจากนี้อีกได้ที่ >> [เรียนรู้วิธีการสร้าง Backlink ที่นักทำ SEO นิยมทำกันมากที่สุด](https://nerdoptimize.com/seo/how-to-build-backlinks/)

### ทำ Backlink ส่วนไหนได้คะแนนดีที่สุด?

ส่วนนี้เป็นผลจากประสบการณ์เพิ่มเติมบวกกับผลสำรวจจากเว็บต่างๆ นะครับ โดยผมแบ่งตำแหน่งการแปะ Backlink ในจุดต่างๆ บนเว็บไซต์ที่ให้คะแนน SEO ที่แตกต่างกัน คือ

- ตำแหน่ง Content 90 คะแนน (นิยมมากๆ)

- Widgets 30 คะแนน (ยังนิยม)

- Footer 20 คะแนน (ไม่ค่อยนิยม)

การทำ Backlink ใน Content จะได้คะแนนสูงสุด ส่วน ในตำแหน่ง Widgets กับ Footer ถึงแม้ว่าจะได้คะแนนน้อย แต่ถ้าทำในจำนวนเยอะๆ ก็สามารถทำให้ติดอันดับได้เช่นกันครับ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่ที่การพลิกแพลงให้ดูธรรมชาติที่สุด

![Links inside](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image3-2-401x400.png)

ที่มาภาพ : [https://moz.com/](https://moz.com/)

### สรุป

สุดท้ายนี้ คุณคงจะเห็นแล้วนะครับว่า การทำ Backlink มีประโยชน์อย่างมาก สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจหรืออยากทำเว็บไซต์ให้ติด SEO เพราะถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งพลัง และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของคุณ ทำให้ Google มองเว็บของคุณเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ

ดังนั้น อย่าลืมใส่ใจและให้เวลากับการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยเคล็ดลับในการสร้างและหา Backlink ที่ผมนำมาฝากในบทความนี้ด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ ก็หวังว่าทุกคนคงจะเข้าใจว่า Backlink คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร ทำไมถึงต้องทำกันได้แล้วนะครับ ก็วันนี้ขอตัวลากันไปก่อนสวัสดีครับ

สำหรับใครที่สนใจเรียน SEO ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคการทำ และคุมงาน SEO ด้วยตัวเองได้ คลิกดูรายละเอียดคอร์สได้เลยนะครับ

[รับสอน SEO](https://nerdoptimize.com/seo-training/)

- [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fwhat-are-backlinks%2F)
- [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fwhat-are-backlinks%2F)

ค้นหา บทความอื่นๆ

Search

About NerdOptimize

AI Search & SEO Agency Awards

เราคือ AI Search & SEO Agency ที่ได้รับการการันตีกลยุทธ์จากรางวัลระดับโลกอย่าง Global Search Award และ APAC Search Award

60+ Employees

Global award Guaruntee

Global Search Awards 2025 : Winner Best Use of Search – Real Estate & Property: Large

APAC Search Awards 2026 : Finalist Best Use of Search – Real Estate & Property

ผู้เขียน

Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn

แชร์บทความนี้:

บทความที่คุณ อาจสนใจ

เพิ่มร้านใน Google Map

เพิ่มร้านใน Google Map ทำอย่างไร สอนวิธีปักหมุดร้านค้าแบบละเอียด

อธิบายวิธีการเพิ่มร้านใน Google Map ที่ช่วยให้ลูกค้าหาร้านคุณเจอได้เมื่อกด Search บน Google เพิ่มรายได้และจำนวนลูกค้าให้กับธุรกิจแบบง่าย ๆ อ่านจบทำได้เลย

อ่านบทความ ➝

Link Juice คืออะไร? เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยเพิ่มพลังให้ SEO ของคุณ

Link Juice คืออะไร มีความสำคัญอย่างไรกับ SEO จะเริ่มต้นทำอย่างไรได้บ้าง มาดูกันดีกว่าว่าลักษณะของ Link Juice เป็นอย่างไรและจะทำอย่างไรให้ดี บทความนี้มีคำตอบให้คุณ

อ่านบทความ ➝
วิธีทำ Redirect 301สำหรับสาย SEO

Redirect 301 คืออะไร? แจกขั้นตอนการทำแบบละเอียดเพื่อป้องกันอันดับร่วง

Redirect 301 คือ วิธีรักษาอันดับเว็บไซต์ที่สาย SEO ต้องทำความเข้าใจ แต่จะทำได้ยังไง ดูวิธีทำและตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์เว็บไซต์จากการ Redirect 301

อ่านบทความ ➝
Scroll to Top