อยากทำ [SEO Content](https://nerdoptimize.com/seo/seo-writing/) ให้มีประสิทธิภาพ นอกจากจะเน้นเทคนิคการทำ [On-Page SEO](https://nerdoptimize.com/seo/on-page-seo/) ให้แข็งแรงแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่คนทำคอนเทนต์จะต้องให้ความสำคัญเลยก็คือ การเข้าใจเรื่องของ Search Intent เพราะนี่คือแก่นแท้ที่จะทำให้นักเขียนสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ตรงใจของผู้อ่านได้มากที่สุด Search Intent นั้นไม่ใช้กลวิธีการเขียนที่นักเขียนจะใช้ในการเล่าเรื่อง ไม่ใช่เทคนิคการใช้ภาษา แต่เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจพฤติกรรมและวิธีการใช้งาน Search Engine อย่าง Google ของกลุ่มเป้าหมาย และสำหรับใครที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับ Search Intent หรือไม่เคยได้ยินมาก่อน บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า Search Intent คืออะไรตั้งแต่เบื้องต้น เพื่อให้เข้าใจคอนเซปต์เสียก่อน แล้วเราจะบอกว่าสิ่งนี้มีความสำคัญอย่างไร มีประโยชน์กับ SEO อย่างไร รวมไปถึงจะนำ Search Intent มาปรับใช้ในการทำคอนเทนต์ได้อย่างไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วตามไปหาคำตอบของทุกข้อสงสัยไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ เลือกอ่านตามหัวข้อ - [Search Intent คืออะไร ?](#h-search-intent-ค-ออะไร) - [User Intent สำคัญแค่ไหน ?](#h-user-intent-สำค-ญแค-ไหน) - [Search Intent สำคัญยังไง กับการทำ SEO ?](#h-search-intent-สำค-ญย-งไง-ก-บการทำ-seo) - [Search Intent มีแบบไหนบ้าง ?](#h-search-intent-ม-แบบไหนบ-าง) - [วิธีทำคอนเทนต์ให้ตรงกับ Search Intent](#h-ว-ธ-ทำคอนเทนต-ให-ตรงก-บ-search-intent) - [สรุปเรื่อง Search Intent](#h-สร-ปเร-อง-search-intent) ## Search Intent คืออะไร ?  ที่มาภาพ: searchmetrics Search Intent คือ เจตนาของผู้ใช้ หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายมากขึ้น **Search Intent หมายถึง จุดประสงค์ของการค้นหาบน Search Engine อย่างเช่นบน Google โดยจะเป็นการดูว่าคนทำการค้นหาคีย์เวิร์ด ([Keyword](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-keyword/)) นั้นบน Google เพื่ออะไร** เช่น หาข้อมูล ถามเรื่องที่สงสัย ค้นหาสินค้า เป็นต้น ## User Intent สำคัญแค่ไหน ? User Intent เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับคนทำเว็บไซต์ เพราะ [Google มี Mission](https://about.google/) ที่ต้องการจะทำให้แพลตฟอร์มของเขาเป็นแหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้และเป็นประโยชน์สำหรับทุกคน ดังนั้น Google จึงพยายามที่จะพัฒนาเครื่องมือให้สามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างคำ สามารถจดจำความหมาย บริบท ที่ตอบสนองต่อความตั้งใจของผู้ค้นหาให้ได้ เห็นได้ชัดจากการปล่อย Google Hummingbird, Google RankBrain และการปรับอัลกอริทึมอื่นๆ Google อีกมากมาย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับ Search Intent ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด หากคุณต้องการทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับบน Google ก็ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างเนื้อหาบทความให้ตรงกับ User Intent ไปพร้อมๆ กับการใช้เทคนิคในการทำ SEO อื่นๆ เพื่อผลักดันให้อันดับดีขึ้นไปเรื่อยๆ ตามที่ต้องการ ## Search Intent สำคัญยังไง กับการทำ SEO ? Search Intent สำคัญอย่างมากในการทำ SEO เพราะช่วยให้เราสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด ซึ่ง Google เน้นย้ำอยู่เสมอว่าต้องการนำเสนอสิ่งที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด ดังนั้นถ้าคอนเทนต์ของเราตอบโจทย์ ก็จะถูกจัดอันดับการค้นหาที่ดี ส่งผลให้มีผู้เข้าชมเว็บไซต์เรามากขึ้นตามไปด้วย ในการทำ SEO เรารู้กันดีว่า Google มีกฎเกณฑ์มากมายที่ใช้เป็นมาตรฐานในการจัดอันดับเว็บไซต์ เช่น [Core Web Vital](https://nerdoptimize.com/seo/core-web-vitals/), [E-A-T Factor ](https://nerdoptimize.com/seo/eat-ranking-factor/)หรือแม้กระทั่ง Search Intent เองก็เป็นอีกหนึ่งเกณฑ์ที่ Google เองก็โฟกัสอยู่เช่นกัน ดูได้จาก [Quality Raters Guideline ](https://static.googleusercontent.com/media/guidelines.raterhub.com/en//searchqualityevaluatorguidelines.pdf)ที่ Google ได้พูดถึงเรื่องของ User Intent เอาไว้ด้วย เช่น  ดังนั้น หากต้องการทำอันดับที่ดีให้ได้บน Google จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะทำความเข้าใจในเรื่องของ Search Intent เพราะเรื่องนี้จะช่วยคุณได้ในหลายๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น… - ช่วยในการทำ [Keyword Research](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-research-strategy/) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะช่วยกำหนดเป้าหมายคำค้นหาที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจและกลุ่มเป้าหมาย - ช่วยในการสร้างเนื้อหาที่สามารถตอบคำถามของกลุ่มเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง และจัดโครงสร้างหน้าเว็บไซต์ที่เป็นมิตรต่อทั้งผู้ใช้และ Google Bot - ช่วยในการทำคอนเทนต์ที่ทาง Google มองว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายที่ธุรกิจต้องการได้มากขึ้น ## Search Intent มีแบบไหนบ้าง ? Search Intent สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภท ดังนี้  ที่มาภาพ: seobility ### 1. การค้นหาเพื่อหาข้อมูล (Informational Intent) การค้นหาเพื่อหาข้อมูล (Informational Intent) เป็น Search Intent ของคนที่ต้องการค้นหาคำตอบบางอย่าง เพื่อตอบข้อสงสัย หรือนำมาใช้เป็นข้อมูล ส่วนใหญ่มักจะเป็นการค้นหาด้วยข้อความสั้นๆ เน้นการได้คำตอบแบบรวดเร็ว ซึ่งคีย์เวิร์ดที่พิมพ์ลงไปอาจจะเป็นคำถามหรือไม่ใช่ก็ได้ เช่น - Mrt เปิดกี่โมง - ผลหวย - วิธีทำขนมปัง - วันหยุดปีนี้ ### 2. การค้นหาเพื่อหาทางไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ (Navigational Intent) การค้นหาเพื่อหาทางไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ (Navigational Intent) เป็น Search Intent ของคนที่ต้องการค้นหาชื่อของเว็บไซต์ที่รู้จักอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่อยากพิมพ์ URL ยาวๆ หรืออาจจะไม่แน่ใจเกี่ยวกับ URL ที่ถูกต้องของเว็บไซต์เหล่านั้น เลยใช้วิธีการค้นหาด้วยชื่อของแบรนด์นั้นแทน เช่น - TikTok - Facebook Login - The standard Podcast - วงใน รีวิว - รถยนต์ Pantip หรือบางทีก็เป็นการค้นหาคีย์เวิร์ดเพื่อทำให้รู้ที่อยู่ เบอร์ติดต่อของเว็บไซต์เพื่อที่จะทำการติดต่อเข้าไปโดยตรง เช่น - ติดต่อ IKEA - Dtac call center - เซ็นทรัลพระราม 9 อยู่ที่ไหน ### 3. การค้นหาตัวเลือกเพื่อตัดสินใจ (Commercial Investigation Intent) การค้นหาตัวเลือกเพื่อตัดสินใจ (Commercial Intent) เป็น Search Intent ของคนที่ต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เนื่องจากมีความสนใจ แต่กำลังลังเลว่าควรจะซื้อแบบไหนดี ทำให้ต้องค้นหารีวิว การเปรียบเทียบ หรือข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อหรือกำลังตัดสินใจว่าตัวเลือกใดเหมาะสมกับพวกเขา เช่น - รีวิวไอโฟน - หม้อหุงข้าว Panasonic รุ่นไหนดี - SEO VS SEM - ร้านอาหารเยาวราช ### 4. การค้นหาเพื่อซื้อ (Transactional Intent) การค้นหาเพื่อซื้อ (Transactional Intent) เป็น Search Intent ของคนที่ต้องการค้นหาสินค้าและบริการแบบเฉพาะเจาะจง เพราะมีความต้องการที่จะซื้อ หรือเป็นการกระทำบางอย่างที่นำไปสู่ Conversion ที่ธุรกิจต้องการ เช่น - ย้ายค่าย AIS - ซื้อ Adidas - จองโรงแรมเขาใหญ่ - เครื่องดูดฝุ่น xiaomi ราคา ## วิธีทำคอนเทนต์ให้ตรงกับ Search Intent สำหรับวิธีทำคอนเทนต์ให้ตรงกับ Search Intent เราจะมีแนะนำให้เป็นแนวทางทั้งหมด 5 ขั้นตอน ดังนี้ ### ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ประเภทของ Search Intent ของแต่ละ Keyword อันดับแรกแนะนำให้คุณทำการจำแนก Search Intent ของแต่ละ Keyword ให้ได้ก่อนว่าเป็นแบบไหน กลุ่มเป้าหมายค้นหาคำนี้เพื่ออะไร มาลองฝึกดูตัวอย่างคำค้นหากัน - รีวิวที่เที่ยวเชียงใหม่ – ผู้ใช้งานต้องการหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจ (Commercial Intent) - คูปอง line man ราคา – ผู้ใช้งานต้องการค้นหาเพื่อซื้อ (Transactional Intent) - เลขพัสดุ flash – ผู้ใช้งานต้องการค้นหาเพื่อหาทางไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ (Navigational Intent) - วิธียิงแอด – ผู้ใช้งานต้องการค้นหาข้อมูล (Informational Intent) ### ขั้นที่ 2 ตรวจสอบ Search engine results page Search engine results page หรือ [SERP คือ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-serp/) จะเป็นผลลัพธ์ของการค้นหาที่แสดงขึ้นมาบนหน้า Google ให้คุณทำการตรวจสอบดูว่า คำคีย์เวิร์ดที่คุณจะนำมาใช้ทำ SEO นั้น มีผลการค้นหาบน SERP เป็นอย่างไรบ้าง เพราะ Search Intent ในแต่ละประเภทก็มีรูปแบบของการแสดงผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน เช่น  ที่มาภาพ: semrush การค้นหาเพื่อหาทางไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ (Navigational Intent) ในบางครั้งผู้ใช้ต้องการค้นหาเพจ โดเมน เบอร์ติดต่อ หรือที่อยู่ของเว็บไซต์นั้นๆ ซึ่งเป็นการค้นหาคำตอบที่ง่ายและไม่ซับซ้อน หากคุณทำการใส่เบอร์โทร ที่อยู่ Google Map ผลลัพธ์จากเว็บไซต์ของคุณก็มีโอกาสปรากฏขึ้นไปอยู่บนผลการค้นหา (แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับวิธีการทำ On-Page และการวาง Site Structure ของเว็บไซต์คุณด้วยว่าดีพอที่ Google จะทำการจัดอันดับให้หรือไม่) โดยการใส่ [meta description คือ](https://nerdoptimize.com/seo/meta-description/) การสร้างคำอธิบายสั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของแต่ละหน้าเว็บ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของคุณถูกคลิกจากผลการค้นหา  หรืออย่างในคีย์เวิร์ดบางคำที่คุณต้องการทำอันดับ ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นมาบน SERPs ก็อาจจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เป็นเว็บไซต์ในอันดับแรกๆ แต่เป็นผลลัพธ์ประเภทวิดีโอจาก YouTube หรือ TikTok นั่นก็แสดงว่า คำคีย์เวิร์ดนี้คุณควรที่จะลงสนามไปทำ SEO ในแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ไม่ใช่เว็บไซต์   และคีย์เวิร์ดแต่ละคีย์เวิร์ดต่อให้ผลลัพธ์การค้นหาขึ้นมาเป็นเว็บไซต์เหมือนกัน แต่ประเภทของคอนเทนต์รวมไปถึงประเภทของเว็บไซต์ที่ปรากฏขึ้นในผลการค้นหาก็มีโอกาสที่จะไม่เหมือนกันอยู่ด้วย เช่น หากค้นหาคำว่า “ซื้อเสื้อผ้าที่ไหนดี” ซึ่งเป็น Search Intent ในรูปแบบการค้นหาตัวเลือกเพื่อตัดสินใจ (Commercial Intent) จะเห็นว่าผลการค้นหาส่วนใหญ่จะเป็น Blog ที่ให้ความรู้และช่วยในการตัดสินใจ แต่ถ้าค้นหาคำว่า “ซื้อเสื้อผ้ามือสอง” ซึ่งเป็น Search Intent ในรูปแบบการค้นหาเพื่อซื้อ (Transactional Intent) ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นเว็บไซต์ประเภท E-Commerce ที่สามารถกดซื้อสินค้าได้เลยแทน ดังนั้น ในขั้นตอนแรกนี้ คุณจึงควรดูว่า Keyword แต่ละคำ มี Search Intent ในรูปแบบไหน จากการตรวจดูรูปแบบของคอนเทนต์ที่แสดงขึ้นมาบน SERPs หลังจากนั้นจึงจะถึงเวลาวางแผนการเขียนคอนเทนต์ในขั้นถัดไป ### ขั้นที่ 3 วิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายอยากอ่านอะไร หลังจากที่รู้แล้วว่า Search Intent ของคีย์เวิร์ดที่ต้องการเป็นอย่างไร คราวนี้ก็มาลงรายละเอียดของเนื้อหาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละคีย์เวิร์ด เพราะผู้ที่ทำการค้นหาในแต่ละคำมีสิ่งที่ต้องการค้นหาเพื่อให้ได้คำตอบไม่เหมือนกัน เช่น - คนที่ค้นหาว่า SEO คืออะไร แน่นอนว่า เป็นกลุ่มคนที่อาจจะเพิ่งเคยได้ยินคำว่า SEO อาจจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลยจึงทำการค้นหาคำนี้ เนื้อหาคอนเทนต์ที่ต้องการอ่านอาจจะเป็นเนื้อหาที่ปูความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคำว่า SEO การทำคอนเทนต์อาจจะออกมาเป็นบทความสำหรับมือใหม่เป็นหลัก - คนที่ค้นหาว่า วิธีทำ SEO คนกลุ่มนี้คือคนที่เข้าใจนิยามเกี่ยวกับคำนี้แล้ว จึงต้องการหาวิธีการเขียน[บทความ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/seo-writing/) ดังนั้น เนื้อหาที่เหมาะสมกับคีย์เวิร์ดนี้จึงเป็นการเขียนในเชิง How-to ที่บอกวิธีการทำ SEO - คนที่ค้นหาคำว่า คอร์ส SEO คนกลุ่มนี้ต้องการข้อมูลของคอร์สสอนทำ SEO ไม่ต้องการอ่านเนื้อหาเพื่อเรียนรู้เอง เนื้อหาที่นำเสนอบนเว็บไซต์จึงควรเป็นรายละเอียดของคอร์ส SEO ในรูปแบบต่างๆ ที่คิดว่ากลุ่มเป้าหมายจะสนใจ ### ขั้นที่ 4 เขียนคอนเทนต์โดยใช้ Long-tail keyword และ LSI Keyword [Long-tail keyword คือ](https://nerdoptimize.com/seo/long-tail-keywords/) คีย์เวิร์ดที่เป็นกลุ่มคำหรือวลีที่มากกว่า 2 คำขึ้นไป จะมีปริมาณการค้นหาและระดับการแข่งขันค่อนข้างต่ำกว่า Keyword หลักที่มีขนาดสั้น แต่มีโอกาสที่จะทำอันดับได้มากกว่า ดังนั้น การเขียนคอนเทนต์จึงควรใช้ Long-tail keyword มาทำเป็น Heading 2 หรือ 3 รวมถึงนำมากระจายเอาไว้ในบทความในปริมาณที่เหมาะสมด้วย ซึ่งการจะหา Long-tail keyword สามารถทำได้หลายวิธีเช่น  การหาจากคำคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง (Related Keyword)  การหาจาก “People also ask” หรือคำถามอื่นๆ ที่ผู้คนถามเกี่ยวกับเรื่องนี้  ที่มาภาพ: google support การหาจากโปรแกรมหา Keyword (ถ้าไม่รู้ว่าจะใช้โปรแกรมไหน แนะนำให้ดูรีวิวต่อได้ที่ [แนะนำโปรแกรมหา Keyword [ฟรี+เสียเงิน] เพื่อการทำ SEO อย่างมีประสิทธิภาพ](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-tool/)) ส่วน [LSI Keyword คือ](https://nerdoptimize.com/seo/lsi-keywords/) คำที่เกี่ยวข้องกับ Keyword หลัก ไม่ใช่คำพ้องความหมาย มีหน้าที่ช่วยทำให้ Google Bot เข้าใจบริบทในคอนเทนต์มากยิ่งขึ้น จึงควรที่จะใส่ลงไปในบทความด้วย เช่น  ที่มาภาพ: similarweb จากภาพตัวอย่าง Keyword หลักคือคำว่า ‘Protein Shake’ LSI Keywords จึงเป็นคำแวดล้อมที่อธิบายว่า หน้าเว็บไซต์นี้จะหมายถึง Protein Shake ที่เป็นเมนูเครื่องดื่มจริงๆ เช่น Ice, Fruites, Drinks, Recipes เป็นต้น ### ขั้นที่ 5 ทำคอนเทนต์ให้โดดเด่นและดีต่อ SEO การทำคอนเทนต์ให้โดดเด่นสามารถทำได้โดยใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ของ Google เช่น การทำ Rich Snippet เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับคอนเทนต์ เป็นต้น ส่วนการทำคอนเทนต์ให้ดีต่อ SEO จะต้องเขียนให้เหมาะสมกับการทำ On-Page SEO เช่น - การตั้งชื่อหัวข้อ Title และการเขียนคำอธิบายเนื้อหา (Description) - การทำ Internal Links / External Links - การทำ [Heading Tag](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-heading-atag/) (H1,H2,H3,…) / [title tag](https://nerdoptimize.com/seo/title-tag/) / [meta tag](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-meta-tag/) - ตั้งชื่อรูปภาพในบทความและทำ Alt ## สรุปเรื่อง Search Intent อ่านมาถึงตรงนี้จะเห็นแล้วว่า Search Intent คือ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการเสิร์ชของคนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเราว่า พวกเขากำลังค้นหาอะไร และ Keyword ที่พวกเขาค้นหานั้นควรที่จะนำเสนอเนื้อหาอะไรให้กับพวกเขาถึงจะตรงกับความต้องการมากที่สุด ซึ่งถ้าเว็บไซต์ไหนสามารถทำได้ Google ก็จะมองว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาคุณภาพ และจะถูกจัดอันดับที่ดีขึ้น ดังนั้น อย่าละเลยการให้ความสำคัญในการทำความรู้จัก Search Intent กันก่อนที่จะลงมือเขียนคอนเทนต์กันนะครับ และการ [รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) ที่ดีจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณเข้าใจและตอบโจทย์ Search Intent ได้อย่างถูกต้อง **อ้างอิง** https://www.searchenginejournal.com/semrush-search-intent-strategy/428162/ https://www.semrush.com/blog/how-to-use-search-intent-for-your-business/ - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fsearch-intent%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fsearch-intent%2F)