Home - Marketing - Salesforce คืออะไร? รู้จักแพลตฟอร์มชั้นนำ นักการตลาดยุคดิจิทัลไม่ควรมองข้าม!

Salesforce คืออะไร? รู้จักแพลตฟอร์มชั้นนำ นักการตลาดยุคดิจิทัลไม่ควรมองข้าม!

Salesforce
View as:

Salesforce คือ หนึ่งในเครื่องมือจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM) ที่ทรงพลังและเป็นที่นิยมมากที่สุดในโลกธุรกิจยุคดิจิทัล หากคุณกำลังมองหาแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ทีมขาย การตลาด และบริการลูกค้าทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ แพลตฟอร์มนี้อาจเป็นคำตอบสำหรับคุณ

แต่อย่าเพิ่งตัดสินใจ! ลองมาทำความรู้จักกันว่า Salesforce คืออะไร, Salesforce CRM คืออะไรที่แตกต่างจากระบบ CRM ทั่วไปอย่างไร และ Salesforce คือบริษัทอะไร ทำไมจึงเป็นผู้นำระดับโลกในวงการ Digital Marketing ในด้านการเป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ลูกค้า หรือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรด้วยข้อมูลและระบบอัตโนมัติ 

มาเรียนรู้และทำความเข้าใจการใช้งาน Salesforce กันมากขึ้นพร้อมๆ กันเลยดีกว่า!

Salesforce คืออะไร?

Salesforce คืออะไร

Salesforce คือ แพลตฟอร์มจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (CRM คือ Customer Relationship Management) ที่ทำงานบนระบบ Cloud อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้ทีมขาย ทีมการตลาด และทีมบริการลูกค้าสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพในระบบเดียว ไม่ว่าธุรกิจจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ Salesforce ก็สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการได้ตามต้องการ

นอกจากนั้น Salesforce ยังเปิดกว้างสำหรับนักพัฒนา ด้วยเครื่องมือระดับมืออาชีพที่ช่วยให้สามารถสร้างแอปพลิเคชันหรือปรับแต่งฟีเจอร์เฉพาะทางได้อย่างอิสระ จึงไม่แปลกที่สายอาชีพ Salesforce developer คือ กลุ่มคนที่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงาน เพราะธุรกิจจำนวนมากต้องการผู้เชี่ยวชาญที่สามารถออกแบบ ปรับแต่ง และเชื่อมต่อระบบ Salesforce เข้ากับกระบวนการทำงานภายในองค์กรที่ตอบโจทย์สำหรับธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ Salesforce ดีกว่าการทำ CRM ทั่วไปอย่างไร?

แม้ว่าในปัจจุบันจะมีระบบ CRM ให้เลือกใช้งานมากมาย แต่ CRM Salesforce ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับองค์กรทั่วโลก ด้วยจุดแข็งที่เหนือกว่าระบบ CRM ทั่วไปในหลายด้าน แล้ว Salesforce ทำอะไรได้มากกว่าระบบ CRM ทั่วไปบ้าง? มาดูความแตกต่างในแต่ละด้านกัน

Salesforce VS CRM Platform

  • ขอบเขตการใช้งานระบบ CRM
    • CRM ทั่วไป: ส่วนใหญ่เน้นแค่เก็บข้อมูลลูกค้าและติดตามสถานะ เช่น ใครเคยซื้ออะไร, อยู่ในขั้นตอนใดของการขาย เป็นต้น
    • Salesforce: เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการลูกค้าได้ครบทุกด้าน ตั้งแต่การตลาด การขาย ไปจนถึงการบริการหลังการขาย บนระบบเดียวแบบ End-to-End
  • โครงสร้างระบบและความยืดหยุ่นในการใช้งาน
    • CRM ทั่วไป: มักเป็นระบบที่ติดตั้งเพื่อใช้งานกันภายในองค์กร (on-premise) หรือใช้งานเฉพาะบนอุปกรณ์บางประเภท
    • Salesforce: ทำงานบน Cloud 100% รองรับการเข้าถึงจากทุกอุปกรณ์ ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมระบบความปลอดภัยระดับองค์กร
  • ความสามารถด้านการทำตลาดและ Automation
    • CRM ทั่วไป: ทำแคมเปญการตลาดได้เฉพาะในระดับพื้นฐาน เช่น ส่งอีเมลรอบเดียวตามลิสต์
    • Salesforce: มีระบบ Marketing Automation ที่สามารถออกแบบ Journey ลูกค้าได้ละเอียด และติดตามผลลัพธ์แบบเรียลไทม์
  • การปรับแต่งระบบ
    • CRM ทั่วไป: ปรับแต่งได้จำกัด โดยใช้ได้เฉพาะฟีเจอร์ที่ระบบให้มา
    • Salesforce: เปิดให้ Salesforce developer เขียนโค้ด สร้างแอป ปรับ Workflow หรือเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการขององค์กร
  • การขยายระบบตามการเติบโตของธุรกิจ
    • CRM ทั่วไป: มักติดข้อจำกัดในการอัปเกรดระบบ หรือการขยายความสามารถตามธุรกิจ
    • Salesforce: สามารถเปิด-ปิดโมดูลได้ตามการใช้งานจริง ขยายระบบได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบใหม่ รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

ข้อดีของการใช้งาน Salesforce มีอะไรบ้าง

Salesforce ถือเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยธุรกิจบริหารการตลาดครบทุกมิติ ตั้งแต่การขาย การบริการ ไปจนถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ครอบคลุมแนวคิด 7P ของการตลาดยุคใหม่ได้ในระบบเดียว มาดูข้อดีที่ทำให้ Salesforce เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ขององค์กรทั่วโลกกันเลยดีกว่า

สร้าง Brand Royalty และยกระดับ Customer Engagement

การรักษาฐานลูกค้าเดิมให้อยู่กับแบรนด์อย่างต่อเนื่องนั้น สำคัญไม่แพ้กับการหาลูกค้าใหม่ และ Salesforce ก็ช่วยทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงได้ด้วยระบบจัดการข้อมูลลูกค้าที่ละเอียดและแม่นยำ

  • Salesforce ช่วยเก็บข้อมูลทุก Touchpoint ของลูกค้า ไม่ว่าจะมาจากช่องทางออนไลน์หรือออฟไลน์ พร้อมทั้งจัดลำดับความสำคัญผ่านระบบ Lead Scoring ซึ่งช่วยให้ทีมขายโฟกัสไปยังกลุ่มที่มีโอกาสปิดการขายได้จริง
  • Salesforce ช่วยสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว ผ่านระบบ Personalized Marketing และฟีเจอร์ติดตามพฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ ซึ่งทั้งหมดนี้นำไปสู่การเพิ่ม Engagement คือ ความผูกพันระหว่างแบรนด์และลูกค้าที่มีคุณค่ามากกว่ายอดขายเพียงครั้งเดียว

มีระบบ Automation และ AI 

Salesforce มีระบบ Automation สามารถวางแผนและควบคุม Customer Journey ได้แบบ End-to-End ด้วยการผสาน AI อย่างเช่น Einstein เข้ากับข้อมูลลูกค้า ทำให้ Salesforce สามารถคาดการณ์พฤติกรรมของผู้บริโภคในอนาคต เช่น โอกาสซื้อซ้ำ, เวลาที่เหมาะกับการส่งแคมเปญ และแม้กระทั่งเนื้อหาที่ควรใช้ในการสื่อสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของแนวคิด AI Marketing ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน

นอกจากนี้ Salesforce ยังรองรับการติดแท็กแคมเปญด้วย UTM คือ ตัวช่วยสำคัญในการวิเคราะห์ผลลัพธ์ของแคมเปญโฆษณาได้อย่างแม่นยำ ทั้งในแง่ของการวิเคราะห์ช่องทางที่ใช้ในการทำการตลาด เช่น Facebook, Email, Website และเนื้อหาที่ให้ Conversion สูงที่สุด

เชื่อมต่อทุกช่องทาง Social Media และเครื่องมืออื่นที่ใช้ทำการตลาด

Salesforce ออกแบบมาให้สามารถเชื่อมต่อกับทุกแพลตฟอร์มที่นักการตลาดใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, LINE OA, Instagram หรือ Google Ads ทำให้นักการตลาดสามารถทำ Social Media Marketing ผ่านระบบของ Salesforce ได้ เช่น จัดการเนื้อหา, ตั้งเวลาโพสต์, ยิงแคมเปญ, ติดตามผล ฯลฯ ลดภาระการสลับแพลตฟอร์ม และช่วยให้คุณวิเคราะห์ภาพรวมของแต่ละช่องทางได้ชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ Salesforce ยังมี AppExchange ซึ่งเป็น Marketplace ที่รวมเครื่องมือเสริมกว่า 5,000 แอป รวมถึงการเชื่อมต่อกับ Gmail, Slack, Google Calendar และ ERP ต่างๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้นักการตลาดทำงานด้วย Salesforce ได้อย่างสะดวกกว่าการเลือกใช้แต่ละเครื่องมือแยกกันอีกด้วย

วิเคราะห์ข้อมูลเชิงกลยุทธ์ด้วย Dashboard ที่ปรับแต่งได้

Salesforce ไม่ได้มีดีแค่การเก็บข้อมูล แต่ยังแสดงผลผ่าน Dashboard ที่ปรับแต่งได้ พร้อมทำรีพอร์ต ที่ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของธุรกิจได้แบบเรียลไทม์ ทั้งยอดขาย ประสิทธิภาพของแคมเปญ และสถานะลูกค้าในแต่ละ Pipeline ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ธุรกิจสามารถนำไปต่อยอดเป็น SWOT ได้, วิเคราะห์ Journey ของลูกค้า, มองหา Market Opportunity ใหม่ ฯลฯ ซึ่งทำให้ทีมบริหารสามารถตัดสินใจอย่างมั่นใจและวางกลยุทธ์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ทำงานร่วมกันได้ทุกทีมในองค์กร

Salesforce เป็นระบบที่เปิดให้ทุกฝ่ายในองค์กรสามารถทำงานร่วมกันได้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการตลาด ฝ่ายขาย บัญชี หรือแม้กระทั่งทีมบริหาร แถมยังสามารถกำหนดสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเฉพาะที่แต่ละทีมต้องการ, สร้าง Workflow ร่วมกัน และทำ Approval ผ่านระบบ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือภายนอก ทำให้ลดความผิดพลาดในการสื่อสารข้ามทีม และเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Salesforce มีอะไรบ้าง?

หากคุณกำลังสงสัยว่า Salesforce ใช้ยังไง และจะสามารถช่วยธุรกิจของคุณได้ในแง่ไหนบ้าง ลองมาดูฟีเจอร์เด่นๆ ที่หลายองค์กรเลือกใช้งาน ดังนี้

  • Service Cloud : Salesforce ช่วยให้ทีมบริการจัดการลูกค้าได้ครอบคลุม ตั้งแต่การรับ Ticket, การใช้ Live Chat, ไปจนถึงการให้บริการแบบ Omnichannel ที่เชื่อมต่อทุกช่องทาง เช่น Email Marketing, Call Center และ Social Media ไว้ในจุดเดียว โดยสามารถต่อยอดด้วยฟีเจอร์เสริมอย่าง
    • Service Cloud Voice ที่นำเคสการโทรมาเชื่อมเข้ากับระบบ CRM เพื่อเร่งการปิดเคส
    • Service Cloud for Slack ที่ช่วยให้ทีมข้ามฝ่ายสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • Digital Engagement : มีฟีเจอร์ส่งข้อความโต้ตอบกับลูกค้าผ่านช่องทาง Social Media เช่น WhatsApp, Facebook Messenger จากหน้าจอเดียว รองรับ social media และรวมเครื่องมือสำหรับจัดการ Engagement, bots และ personalized responses
  • Customer Service AI : Customer Service AI ของ Salesforce คือการนำเทคโนโลยี AI แบบ Conversational, Predictive และ Generative มาช่วยให้ทีมบริการลูกค้าทำงานได้เร็วขึ้น ฉลาดขึ้น และสร้างประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว (Personalised) มากขึ้นให้กับลูกค้าในทุกช่องทาง
  • Field Service : เป็นระบบบริหารจัดการงานบริการนอกสถานที่ (On-site Service) ที่ช่วยให้ทีมภาคสนามทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่การวางแผน ตารางนัดหมาย ไปจนถึงการติดตามงานแบบเรียลไทม์
  • Self-Service : ฟีเจอร์ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถค้นหาคำตอบ แก้ปัญหา หรือติดตามเคสด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งเจ้าหน้าที่บริการลูกค้าโดยตรง ซึ่งช่วยลดภาระให้กับทีมซัพพอร์ต และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าอย่างมาก
  • Contact Centre : ศูนย์บริการลูกค้าแบบครบวงจรที่รวมทุกช่องทางติดต่อ (Omni-Channel) เข้ากับระบบ AI และ Automation เพื่อให้ทีมบริการสามารถรับเรื่อง ตอบกลับ และปิดเคสได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • Visual Remote Assistant : เครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนสามารถให้คำแนะนำลูกค้าแบบเรียลไทม์ผ่านวิดีโอคอล พร้อมการแชร์ภาพและคำอธิบายบนหน้าจอ เพื่อแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องลงพื้นที่จริง ช่วยเพิ่มอัตราการแก้ปัญหาได้ตั้งแต่ครั้งแรก (First-Time Fix Rate)
  • Customer Service Automation & Process : ระบบอัตโนมัติของ Salesforce เพื่อปรับปรุงกระบวนการให้บริการลูกค้าทั้งหมด ตั้งแต่การรับเคส การประมวลผลข้อมูล ไปจนถึงการตอบกลับลูกค้าอย่างชาญฉลาด ช่วยให้องค์กรให้บริการได้รวดเร็ว ถูกต้อง และสม่ำเสมอในทุกเคส
  • Einstein Bots : ระบบแชตบอทอัจฉริยะของ Salesforce ที่ใช้พลังของ AI มาช่วยตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง บนทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, Facebook Messenger, WhatsApp, LINE OA หรือแอปขององค์กร ช่วยให้ธุรกิจสามารถรองรับคำถามจำนวนมากได้แบบไม่ต้องเพิ่มจำนวนทีมงาน
  • Customer Service Incident Management : ระบบจัดการเหตุขัดข้อง (Incident) หรือปัญหาเชิงระบบที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้าจำนวนมาก เช่น ระบบล่ม, ฟีเจอร์ใช้งานไม่ได้ เป็นต้น
  • Intelligent Service Operations : เป็นการนำข้อมูลและ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานบริการลูกค้าภายใน Salesforce CRM โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือภายนอก ช่วยให้ทีมสามารถวิเคราะห์ ประเมินผล และปรับกระบวนการทำงานได้แบบเรียลไทม์
  • HR Service : ระบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยฝ่าย HR ให้สามารถดูแล พนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการสร้างประสบการณ์การทำงานที่สะดวก รวดเร็ว และน่าพึงพอใจผ่านแพลตฟอร์มเดียวกันกับ CRM
  • Feedback Management : ระบบจัดการแบบสอบถามและความคิดเห็นที่ช่วยให้องค์กรสามารถเก็บข้อมูลเชิงลึกจากลูกค้าและพนักงาน แล้วนำมาใช้ปรับปรุงบริการหรือกระบวนการทำงานได้อย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงเข้ากับข้อมูลใน CRM ได้โดยตรง
  • Scale Service for Financial Services : โซลูชันที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับธุรกิจการเงิน เช่น ธนาคาร ประกันภัย สินเชื่อ และ Fintech เพื่อช่วยให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการใช้ Automation, AI และ Self-Service เพื่อรองรับการเติบโต โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนบุคลากรตามสเกล

ธุรกิจแบบไหน เหมาะจะใช้ Salesforce บ้าง?

สำหรับคำถามที่ว่า Salesforce เหมาะกับใคร? คำตอบคือ เหมาะกับธุรกิจหลายประเภท ไม่ว่าคุณจะเป็น ธุรกิจขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มต้น, องค์กร B2B คือ กลุ่มที่เน้นขายให้ธุรกิจด้วยกัน หรือแม้แต่บริษัท E-Commerce ที่ต้องจัดการลูกค้าที่เข้ามาหาในหลากหลายช่องทางก็สามารถใช้ Salesforce ในการดูและบริหารระบบได้เช่นกัน 

เรียกว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังจะ Scale ทีมให้โต Salesforce ก็เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในเชิงทีม ระบบ และข้อมูล

  • ธุรกิจขนาดเล็ก:  Salesforce เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เริ่มต้นวางระบบตั้งแต่เนิ่นๆ ทั้งในด้านการเก็บข้อมูลลูกค้า การติดตามการขาย และการทำ Email Marketing แบบอัตโนมัติ ที่สำคัญ Salesforce มีแผนสำหรับธุรกิจเริ่มต้น ทำให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือระดับองค์กรในงบที่ควบคุมได้
  • ธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่ : บริษัทที่ใช้ Salesforce ส่วนใหญ่คือองค์กรที่ต้องการระบบที่ปรับแต่งได้ค่อนข้างมาก พร้อมรองรับการทำงานร่วมกันหลายทีม และเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากหลายแผนกเข้าด้วยกันแบบ Real-time Salesforce ช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ควบคุม Pipeline การขาย ทำ Automation ที่ซับซ้อน และวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าเพื่อสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
  • ธุรกิจ E-Commerce : กลุ่มนี้มีการจัดการลูกค้าผ่านหลายช่องทาง เช่น Website, Facebook, Instagram, LINE OA ฯลฯ การใช้ Salesforce เข้ามาช่วยรวมข้อมูลจากทุกช่องทางไว้ในระบบเดียว พร้อมวิเคราะห์ Customer Behavior ก็จะช่วยทำให้ปรับแคมเปญให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และวัดผลได้แบบเรียลไทม์มากขึ้น

สรุป Salesforce ดีไหม น่าใช้หรือเปล่า?

จากที่เราได้สำรวจฟีเจอร์ จุดเด่น และความสามารถของแพลตฟอร์มนี้ จะเห็นได้ว่า Salesforce เป็นโซลูชันที่ครอบคลุมการขาย การตลาด การบริการลูกค้า และการบริหารงานภายในองค์กรแบบ End-to-End บน Cloud ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่กำลังมองหาจุดเริ่มต้นที่เป็นระบบ หรือองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการแพลตฟอร์มที่ปรับแต่งได้ Salesforce เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมและใช้งานได้ครบในที่เดียว

หากคุณวางแผนจะใช้ Salesforce ในการขับเคลื่อนการตลาดและการขาย สิ่งสำคัญที่ต้องไม่มองข้ามคือการวางรากฐานเว็บไซต์ให้พร้อมสำหรับการเติบโตในโลกดิจิทัลด้วยเช่นกัน

มาปรับเว็บไซต์ให้พร้อมรับการเติบโต ด้วยบริการจาก NerdOptimize กันดีกว่า

NerdOptimize คือบริษัทรับทำ SEOที่เชี่ยวชาญด้านการวางกลยุทธ์ SEO และปรับแต่งเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านบริการแบบครบวงจร 

  • รับทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับบน Google แบบยั่งยืน
  • รับทำ CRO (Conversion Rate Optimization) เพิ่มอัตราการเปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นลูกค้า

หากคุณกำลังใช้ Salesforce หรือแพลตฟอร์ม CRM อื่นๆ การมีเว็บไซต์ที่พร้อมรองรับ Traffic และ Conversion อย่างมีระบบ คืออีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ ROI จากการลงทุนของคุณคุ้มค่ามากกว่าเดิม
สนใจบริการของเรา คลิกดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ คลิกเลย!

ค้นหา บทความอื่นๆ

Search

About NerdOptimize

AI Search & SEO Agency Awards

เราคือ AI Search & SEO Agency ที่ได้รับการการันตีกลยุทธ์จากรางวัลระดับโลกอย่าง Global Search Award และ APAC Search Award

60+ Employees

Global award Guaruntee

Global Search Awards 2025 : Winner Best Use of Search – Real Estate & Property: Large

APAC Search Awards 2026 : Finalist Best Use of Search – Real Estate & Property

ผู้เขียน

Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn

แชร์บทความนี้:

บทความที่คุณ อาจสนใจ

วิธีทำ Disavow links คืออะไร ทำอย่างไร บอกวิธีกำจัด Backlink ที่ไม่ดีแบบละเอียด

วิธีทำ Disavow links คืออะไร ทำอย่างไร บอกวิธีกำจัด Backlink ที่ไม่ดีแบบละเอียด

ใครที่กำลังมองหาวิธีการปฏิเสธ Backlink ที่ได้ดี แนะนำให้ทำความรู้จักกับคำว่า Disavow links คืออะไร พร้อมวิธีการทำแบบละเอียดในบทความนี้ เพื่อทำอันดับบน Search Engine ให้ดีมากขึ้น

อ่านบทความ ➝
image-alt-text-optimization-for-seo

Alt Text คืออะไร? เทคนิคใส่ข้อความให้ภาพติดอันดับบน Google อย่างมืออาชีพ

Alt Text คืออะไร วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด อ่านเสร็จสามารถทำตามได้ทันที ถ้าหากใครอยากให้รูปภาพขึ้นไปติดอันดับบน Google ห้ามพลาดบทความนี้ครับ

อ่านบทความ ➝
Scroll to Top