Home - SEO - รวมโปรแกรมหา Keyword [ฟรี+เสียเงิน] เพื่อการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพ

รวมโปรแกรมหา Keyword [ฟรี+เสียเงิน] เพื่อการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพ

แนะนำโปรแกรมหา Keyword
ปัจจัยสำคัญในการทำ [SEO คือ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/)การทำให้ประสบความสำเร็จหนึ่งในนั้นต้องมีเรื่องของ คำค้นหา ([Keyword](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-keyword/)) ที่ต้องเป็นคำที่ตรงกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าเกิดการค้นหาขึ้น เว็บไซต์ของเราถึงจะไปปรากฏบนหน้าแสดงผลการค้นหา (SERP)

แต่ในการที่คุณจะหา Keyword ที่ตรงกับคำที่ลูกค้าค้นหานั้น ถ้าจะหวังถึงผลลัพธ์ทางธุรกิจจากการทำ SEO คุณไม่สามารถที่จะคิด Keyword ขึ้นมาเองได้ แต่ต้องอาศัยการใช้ “โปรแกรมหา Keyword” ในการเข้ามาช่วยตามหา Keyword ที่กลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้ามีการค้นหามากที่สุด การทำ [keyword research คือ](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-research-strategy/) กระบวนการสำคัญในการค้นหาคำค้นหาที่มีศักยภาพสำหรับการทำ SEO ซึ่งจะช่วยให้เรารู้ว่าอะไรที่กลุ่มเป้าหมายของเรากำลังมองหา เพื่อให้สามารถใช้คำเหล่านั้นในเนื้อหาของเว็บไซต์ได้อย่างตรงจุด

หากคุณกำลังมองหาบริการที่มีประสิทธิภาพในการทำ SEO เรามีบริการ[รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหา และเพิ่มโอกาสในการติดอันดับผลการค้นหาของ Google อย่างยั่งยืน

ในบทความนี้เราจะมาแนะนำโปรแกรมหา Keyword เพื่อการทำ SEO อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีทั้งโปรหา Keyword แบบฟรีและเสียเงิน แต่จะมีโปรแกรมหา Keyword ตัวไหนที่มีความน่าสนใจบ้าง ไปติดตามกันต่อในบทความได้เลย

เลือกหัวข้ออ่านบทความ
- [แนะนำโปรแกรมหา Keyword ที่น่าสนใจ](#-keyword-)
- [แนะนำโปรแกรมหา Keyword ฟรี](#-keyword--hd-69ebc43949ed2)
[1. Google Keyword Planner](#1-google-keyword-planner)
- [2. Google Trends](#2-google-trends)
- [3. Ubersuggest](#3-ubersuggest)
- [4. Keywordtool.io](#4-keywordtoolio)

- [แนะนำโปรแกรมหา Keyword แบบเสียเงิน](#-keyword--hd-69ebc43949eff)
[1. Ahrefs](#1-ahrefs)
- [2. Moz](#2-moz)
- [3. SEMrush](#3-semrush)
- [4. KWFinder](#4-kwfinder)
[สรุป](#hd-69ebc43949f25)

## แนะนำโปรแกรมหา Keyword ที่น่าสนใจ

ถ้าพูดถึงโปรแกรมหา Keyword สำหรับการทำ SEO นั้นในปัจจุบันก็มีเครื่องมือให้เหล่านักการตลาดได้เลือกใช้งานมากมาย ซึ่งก็มีตั้งแต่โปรแกรมหา Keyword ฟรี สำหรับผู้เริ่มต้น ไปจนถึงโปรแกรมหา Keyword แบบเสียเงินที่แม้จะจ่ายบริการ แต่ก็ได้มาซึ่งฟีเจอร์การหา Keyword ที่ครบครัน (รวมถึงฟีเจอร์ในการทำ SEO อื่น ๆ ด้วย) โดย [SEO tools](https://nerdoptimize.com/seo/seo-tools/) เหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์และเลือกคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณได้ดียิ่งขึ้น โดยมีโปรแกรมหา Keyword ที่เราอยากแนะนำ ดังนี้

## แนะนำโปรแกรมหา Keyword ฟรี

### 1. Google Keyword Planner

[Google Keyword Planner](https://nerdoptimize.com/seo/google-keyword-planner/) คือโปรแกรมหา Keyword เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่อยู่ใน Google Ads ได้เปรียบตรงที่เป็นเครื่องมือของ Google ที่เป็น Search Engine หลักที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้งาน ดังนั้นข้อมูล Keyword ที่ได้ก็จะเป็นข้อมูล Keyword ที่อ้างอิงจาก Google จริง เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มทำ SEO เพราะนอกจากคุณจะได้หา Keyword ในการทำ SEO แล้วยังเป็นการเรียนรู้การใช้งาน Google Ads ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์เทคนิคอื่น ๆ ด้วยเช่น SEM

ส่วนวิธีการใช้งานนั้น คุณต้องเริ่มสร้างบัญชีการใช้งานของ Google Ads ขึ้นมาก่อน (มีการกรอกข้อมูลและยืนยันตัวตน) เมื่อเข้าสู่ระบบของ Google Ads ก็เลือกฟีเจอร์ Keyword Planner ได้เลย โดย Google Keyword Planner นั้นนอกจากหา Keyword ได้แล้ว ยังช่วยคุณคิดไอเดีย Keyword ใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

![Google Keyword Planner](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image5-680x400.png)ภาพจาก [google support](https://support.google.com/google-ads/answer/9420810?hl=en)

### 2. Google Trends

[Google Trends](https://trends.google.com/trends/?geo=TH) คือโปรแกรมหา Keyword ฟรี เป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ Google ที่เปิดให้ผู้ใช้งานได้ค้นหา Keyword รวมถึง Trends ของคำค้นหาที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ในช่วงเวลานั้นบน Google ทั่วโลก ซึ่งสามารถเจาะสโคปได้ว่าบริเวณ Location ไหนในประเทศ มีพฤติกรรมการค้นหาเป็นอย่างไร แสดงผลอยู่ในรูปแบบของกราฟสี เปรียบเทียบง่าย ทำให้คุณหา Keyword ที่กำลังเป็นที่นิยมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

![](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image13-1-800x271.png)

อีกทั้ง Google Trends ยังสามารถทำการเปรียบเทียบได้ด้วย ในกรณีที่คุณมี Keyword 2 คำที่กำลัง ลังเล Google Trends ก็สามารถบอกได้ว่าถ้า 2 คำค้นหานั้นมาแข่งกัน ในช่วงเวลาที่กำหนด Keyword ไหนมีปริมาณการค้นหาที่มากกว่ากัน เพื่อความแม่นยำในการเลือกคำค้นหาไปใช้งานจริง

![Google Trend Graph](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image2-1-800x388.png)

### 3. Ubersuggest

**Ubersuggest** เป็นโปรแกรมหา Keyword ที่ถูกพัฒนาโดย Neil Patel ปรมาจาร์ยด้านการทำ SEO อีกหนึ่งนักการตลาดออนไลน์ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในโลก โปรแกรมมีข้อดีที่ฟีเจอร์การใช้งานที่ครบเครื่อง และใช้งานง่าย (ผมเองเป็นลูกค้าเจ้านี้)

ซึ่งนอกจากเป็นโปรแกรมฟรีในการหา Keyword แล้วยังสามารถเช็คเว็บไซต์ของคู่แข่ง (Competitors Analysis) เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์และปรับปรุงการทำอันดับเว็บไซต์ของเราให้ดีขึ้นในอนาคตได้ รวมถึงยังสามารถวิเคราะห์ Backlink และดูสุขภาพเว็บไซต์ว่าได้ผลลัพธ์ในการทำ SEO ได้ด้วย

วิธีการใช้งานก็แสนง่าย เพียงเข้าไปที่ [Ubersuggest](https://neilpatel.com/ubersuggest/) แล้วเลือกประเทศเป็น Thailand แล้วใส่ Keyword หรือคำค้นหาที่คุณต้องการลงไปได้เลย (โปรแกรมนี้รองรับ Keyword ภาษาไทย 100%)

![ubersuggest](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image14-1-800x365.png)

จากนั้นระบบจะขึ้น Keyword ที่คุณค้นหาพร้อมค่า Metrics ที่สำคัญเช่น Search Volume, Cost Per Click (CPC) , Paid Difficulty (PD) , SEO Difficulty (SD) ครบถ้วน สามารถกดดูได้ว่าใน Keyword นั้น ๆ Top 5 ของ Keyword นั้นมีเว็บไซต์ไหนบ้างได้ด้วย

![ubersuggest overview](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image9-1-627x400.png)

แต่ Ubersuggest อาจมีข้อเสียตรงที่โปรแกรมนี้อนุญาตให้คุณใช้ฟรีได้แค่วันละ 3 Keyword Search เท่านั้น ดังนั้นถ้าอยากค้นหา Keyword ที่มากกว่าปริมาณนั้นหรือจำเป็นต่อการใช้ทำงานจริง ๆ ก็ต้องสมัครแพ็คเกจรายเดือน ซึ่งก็จะมีราคาและฟีเจอร์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไป

### 4. Keywordtool.io

**Keywordtool.io** เป็นโปรแกรมหา Keyword ฟรีที่มีความพิเศษในการค้นหา Keyword Idea ในกรณีที่เราอยากทราบคำค้นหาคำอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงคำที่เราคิด มีวิธีการใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่จำเป็นต้องสมัคร Account อะไรก็เริ่มใช้งานได้แล้ว แถมยังสามารถหาใน Search Engine อื่นอย่าง Youtube, Bing ได้ด้วย

โดยวิธีการใช้งานก็เพียงเข้าไปที่เว็บไซต์ [Keywordtool.io](https://keywordtool.io/) แล้วระบุ Keyword ที่คุณต้องการหาลงไปในช่อง แล้วเลือกประเทศเป็น Thailand แล้วกด Search ได้เลย

![keywordtool.io](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image10-1-800x314.png)

โดยระบบจะแสดงคำค้นหาที่ใกล้เคียงกับคำค้นหาที่คุณระบุไปปรากฏขึ้นมากมาย ในการใช้เป็น Idea หา Keyword คำใหม่ ๆ แต่ข้อเสียคือ แม้จะปรากฏ Keyword ที่ใกล้เคียงมาเป็น Idea ก็จริงแต่จะไม่ได้แสดงค่า Metrics ต่าง ๆ เช่น Search Volume, Cost Per Click (CPC) ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคุณอยากจะเห็นค่า Metrics ทั้งหมดก็ต้องสมัครใช้งานในแพ็คเกจรายเดือน

![Keyword Idea](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image1-1-800x349.png)

_แต่ถ้าใครรู้สึกว่าโปรแกรมหา Keyword แบบฟรียังไม่ตอบโจทย์การทำงานของคุณมากนัก ต่อมาเราไปดูโปรแกรมหา Keyword แบบเสียเงินกันบ้างครับว่าจะมีโปรแกรมหา Keyword ตัวไหนที่น่าสนใจบ้าง_

## แนะนำโปรแกรมหา Keyword แบบเสียเงิน

### 1. Ahrefs

[Ahrefs](https://ahrefs.com/) คือโปรแกรมสำหรับการทำ SEO ที่ครบวงจร มาพร้อมความสามารถที่หลากหลายนอกเหนือจากการเป็นโปรแกรมหา Keyword เช่น การวิเคราะห์การทำ SEO ของเว็บไซต์ตัวเอง, การเช็คอันดับเว็บไซต์, เช็ค Backlink, Site Audit, วิเคราะห์คู่แข่งและอื่น ๆ

![Ahrefs overview](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image4-2-718x400.png)

แต่ความพิเศษของ [Ahrefs](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-ahrefs/) ในการเป็นโปรแกรมหา Keyword ก็คือสามารถระบุค่า Metrics ของ Keyword แต่ละคำได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น Keyword Difficult (KD), Search Voume, Average Clicks, Return Rate, Parent Topics รวมถึงสามารถกรอก Filter เวลาได้ด้วยว่าต้องการทราบ Metrics ต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงวัน/เดือน ไหนถึงวัน/เดือนไหน

![ahref keyword research](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image12-800x361.png)

ที่สำคัญคือ Ahrefs รองรับการหา Keyword ได้หลากหลายภาษาทั่วโลก มี Database ขนาดใหญ่ดังนั้นถ้าคุณสมัครใช้งานก็หมดห่วงเรื่องนี้ไปได้เลย

โดย Ahrefs นั้นต้องยอมรับว่าเป็นโปรแกรมสำหรับการทำ SEO ที่มีราคาสูงแต่ก็แลกมาด้วยฟีเจอร์การใช้งานสุดครบครัน มีราคาแพ็คเกจเริ่มตั้งแต่ 99$ (ราว 3,198 บาท/เดือน) ไปจนถึงแบบแพงที่สุดสำหรับการใช้งานในองค์กรขนาดใหญ่ที่ 999$ (ราว 32,277$ บาท/เดือน) โดยฟีเจอร์การใช้งานก็จะมีความแตกต่างกันไปตามราคาถูก-แพงของแพ็คเกจที่คุณสมัคร

อ่านราคาและฟีเจอร์ในแพ็คเกจต่าง ๆ ของ Ahrefs ทั้งหมดได้[ที่นี่](https://ahrefs.com/pricing)

### 2. Moz

**Moz** คือโปรแกรมสำหรับการทำ SEO ที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2004 โดย Rand Fishkin อีกหนึ่งนักการตลาดที่มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ ถือว่าเป็นโปรแกรมการทำ SEO ที่มืออาชีพด้าน SEO ให้ความเชื่อมั่น โดดเด่นด้วยการแสดงผล Metrics ต่าง ๆ ในการทำ SEO ได้อย่างละเอียด

![moz](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image6-1-688x400.png)

แต่ในมุมของการเป็นโปรแกรมหา Keyword ทาง Moz ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพสูงเพราะนอกจากช่วยให้คุณสามารถหาและเช็คคะแนน Keyword ที่ต้องการได้อย่างละเอียดแล้วยังมีฟีเจอร์เสริมอื่น ๆ เช่น Keyword Suggestion (แนะนำ Keyword ที่เกี่ยวข้อง), SERP Analysis หรือการวิเคราะห์ดูว่าในหน้าการค้นหาของ Keyword คำที่คุณต้องการเว็บไซต์ไหนอยู่ในอันดับ 1 มีคะแนนเป็นอย่างไร โอกาสที่คุณจะทำอันดับแซงได้ มีมากน้อยมากแค่ไหน

![moz overview](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image11-518x400.png)

ส่วนราคาของ Moz นั้นก็มีราคาสูงพอตัว เริ่มต้นที่แพ็คเกจ Standard 79$ (ราว 2,567 บาท/เดือน) ไล่ไปจนถึงแพ็คเกจแพงที่สุดในรูปแบบของ Premium Plan ที่ 479$ (ราว 15,567 บาท/เดือน) ที่ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะเหมาะกับการใช้งานในองค์กรมากกว่า แต่ถ้าใครที่สนใจอยากใช้งาน Moz จริง ๆ ช่วงนี้ Moz มีช่วงให้ทดลองใช้งานฟรี 1 เดือนเต็มด้วยนะครับ สามารถไปทดลองใช้งานกันได้

อ่านราคาและฟีเจอร์ในแพ็คเกจต่าง ๆ ของ Moz ทั้งหมดได้ [ที่นี่](https://moz.com/products/pro/pricing)

### 3. SEMrush

**SEMrush** เป็นโปรแกรมหา Keyword สำหรับการทำ SEO ที่โฟกัสไปที่การแข่งขันทำอันดับให้เหนือกว่าคู่แข่งหรือว่าง่าย ๆ ก็คือการยึดอันดับ 1 บนหน้าการค้นหาของ Keyword นั้น ๆ เพราะ SEMRush ถือเป็นโปรแกรมในการทำ SEO ที่มีอาวุธครบครันนอกจากหา Keyword เช่น Domain Analytics, Rank Tracking, Site Audit, Backlink Analytics, On-Page SEO Check และอื่น ๆ อีกเพียบ

จน SEMrush เป็นโปรแกรมในการทำ SEO ที่บริษัทระดับต้น ๆ ของโลกเลือกใช้งานไม่ว่าจะเป็น Tesla, Apple, Samsung, IBM ฯลฯ 

![SEMrush](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image7-1-785x400.png)

โดยในการเป็นโปรแกรมหา Keyword นั้น SEMrush ก็สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยม (SEMrush จะใช้ชื่อฟีเจอร์นี้ว่า Keyword Magic Tools) ช่วยให้คุณเช็คค่า Metrics ต่าง ๆ ของ Keyword คำนั้น ๆ ได้อย่างละเอียดตั้งแต่ค่าพื้นฐานอย่าง Search Volume, Cost Per Click (CPC) ไปจนถึง Metrics ระดับ Advance เช่น Trend (อัตราการค้นหาในช่วงนั้นๆ) รวมถึง Filter ได้ตามระยะเวลาที่คุณต้องการ

![](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image3-1-771x400.png)

ส่วนราคาของ SEMrush นั้นก็จัดอยู่ในโปรแกรมระดับพรีเมียม สมฐานะฟีเจอร์ที่มากมายและมีประสิทธิภาพขนาดนั้นอยู่แล้ว โดยราคาเริ่มต้นที่แพ็คเกจ Pro 119.95$ (ราว 3,898 บาท/เดือน) ที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก, แพ็คเกจ Guru 229.95$ (ราว 7,473บาท/เดือน) ที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางหรือ SME และแพ็คเกจระดับ Top อย่าง Business Plan 449.95$ (ราว 14,623 บาท/เดือน) เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่

ซึ่งต้องบอกว่าหากคุณคือนักการตลาด (หรือธุรกิจ) ที่ต้องการลงทุนกับโปรแกรมหา Keyword หรือโปรแกรมการทำ SEO ที่มีประสิทธิภาพอันดับต้น ๆ แม้ราคาอาจแพงไปหน่อย แต่ผมว่าด้วยฟีเจอร์ต่าง ๆ SEMrush ตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน

อ่านราคาและฟีเจอร์ในแพ็คเกจต่าง ๆ ของ SEMrush ทั้งหมดได้[ที่นี่](https://www.semrush.com/prices/)

### 4. KWFinder

**KWFinder** คือโปรแกรมหา Keyword ที่โดดเด่นในเรื่องของการหา Keyword ประเภท Long Tail Keyword หรือคำค้นหาที่ยาว ๆ เพราะโดยปกติแล้วคำค้นหาประเภท Long Tail Keyword จะมี Search Volume น้อยกว่าคีย์เวิร์ดแบบปกติที่จะสั้น ๆ หรือ Short Tail Keyword (Long Tail Keyword เช่น ขายรถมือสอง ราคาถูก ผ่อนน้อย )

ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อ Keyword ของคุณยาวขึ้นคุณก็คงจะคิดไม่ออกแน่ ๆ ว่ากลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าส่วนใหญ่พวกเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา ดังนั้น KWFinder จะเป็นโปรแกรมที่จะเข้ามามอบไอเดียให้คุณได้ดีมาก

![KWFinder](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image8-1-688x400.png)

สำหรับการหา Keyword บน KWFinder นั้นก็หลากหลายฟีเจอร์การใช้งานให้คุณได้เลือกตามการใช้งาน เช่น Local Keyword Research หรือการหา Keyword แบบเจาะจงตำแหน่งได้ เพื่อดูพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายตาม Location ต่าง ๆ , Competitor Keywords เช็ค Keyword ที่เว็บไซต์คู่แข่งคุณเลือกใช้หรือติดอันดับอยู่ เพื่อการแข่งขันในการทำ SEO , Location-Specific Long Tail Keywords หรือการเลือกตำแหน่งที่ตั้งแล้วให้โปรแกรมออกแบบ Long Tail Keyword ให้ เช่น ซื้อไอโฟน มือสอง ราคาถูก ลาดพร้าว ในกรณีที่คุณไม่มีประสบการณ์ด้าน SEO มาก่อนฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์มาก!

และนอกจากฟีเจอร์ที่กล่าวไปแล้ว KWFinder ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยทำให้การทำ SEO ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกเพียบ (แต่จะต่างจากตัวอื่นตรงที่ KWFinder เน้นไปที่ Keyword เป็นหลัก)

![KWFinder overview](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/07/image15-1-651x400.png)

ส่วนเรื่องราคาของ KWFinder จะจัดว่ามีราคาถูก เมื่อเทียบกับโปรแกรมหา Keyword ตัวอื่น ๆ เพราะ KWFinder จะมีฟีเจอร์หลัก ๆ แค่ด้าน Keyword อย่างเดียว ซึ่งจะแตกต่างจากโปรแกรมอื่นที่เน้นการทำ SEO ครบวงจร โดยราคาของ KWFinder เริ่มต้นที่แพ็คเกจ Basic 29.90$ (ราว 971 บาท/เดือน) , แพ็คเกจ Premium 39.90$ (ราว 1,300 บาท/เดือน) ซึ่งเป็นแพ็คเกจตัวที่ขายดีที่สุดของ KWFinder ด้วย และแพงสุดที่แพ็คเกจ Agency 79.90$ (ราว 2,596 บาท/เดือน) แต่ถ้าใครยังไม่มั่นใจ  KWFinder ก็ให้คุณสามารถเข้าไปลองใช้งานฟรี ๆ ได้ก่อน 10 วันได้เลย

โดยส่วนตัวผมมองว่าสำหรับใครที่กำลังมองหาแค่โปรแกรมการหา Keyword อย่างเดียว เพียว ๆ และเน้นประสิทธิภาพด้วย จากฟีเจอร์การใช้งานและราคาแล้ว KWFinder ถือว่าเป็นโปรแกรมหา Keyword อีกตัวที่อยากแนะนำเลยครับ คุ้มแน่นอน

อ่านราคาและฟีเจอร์ในแพ็คเกจต่าง ๆ ของ KWFinder ทั้งหมดได้ [ที่นี่](https://mangools.com/plans?service=kwfinder)

#### สรุป

ทั้งหมดก็เป็นโปรแกรมหา Keyword ที่มีทั้งแบบฟรีและเสียเงินที่เราอยากแนะนำ ทุกโปรแกรมล้วนมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการใช้งานและวัตถุประสงค์ที่คุณต้องการในการทำ SEO 

ซึ่งการเลือกโปรแกรมหา Keyword ที่มีฟีเจอร์ที่เหมาะสม ครบครันนั้นก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสริมที่จะเข้ามาทำให้การทำ SEO ไม่ว่าจะเป็นการวัดผล พัฒนา วิเคราะห์ข้อมูลของธุรกิจคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ เป็นเหมือนก้าวที่สำคัญในการสร้างธุรกิจให้เติบโตในยุคออนไลน์

- [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fkeyword-tool%2F)
- [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fkeyword-tool%2F)

ค้นหา บทความอื่นๆ

Search

About NerdOptimize

AI Search & SEO Agency Awards

เราคือ AI Search & SEO Agency ที่ได้รับการการันตีกลยุทธ์จากรางวัลระดับโลกอย่าง Global Search Award และ APAC Search Award

60+ Employees

Global award Guaruntee

Global Search Awards 2025 : Winner Best Use of Search – Real Estate & Property: Large

APAC Search Awards 2026 : Finalist Best Use of Search – Real Estate & Property

ผู้เขียน

Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn

แชร์บทความนี้:

บทความที่คุณ อาจสนใจ

เช็คอันดับเว็บไซต์

เช็คอันดับเว็บไซต์ ทำอย่างไร? แนะนำเว็บและเครื่องมือเช็คอันดับเว็บไซต์ [อัปเดตล่าสุด]

เริ่มเช็คอันดับเว็บไซต์ เพื่อการทำ SEO สำหรับเว็บไซต์คุณบน Google ด้วยเครื่องมือแบบฟรีและเสียเงิน

อ่านบทความ ➝

เพิ่ม Brand Mention บน AI กลยุทธ์การตลาดใหม่ล่าสุดในปี 2026

เจาะลึก Machine Learning คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร มีวิธีการทำงานอย่างไร พร้อมแนะนำประเภท ML และการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจจริงในยุคดิจิทัล

อ่านบทความ ➝
Ubersuggest คืออะไร รีวิวเครื่องมือ SEO ฟรีที่มือใหม่ก็ใช้งานได้

Ubersuggest คืออะไร รีวิวเครื่องมือ SEO ฟรีที่มือใหม่ก็ใช้งานได้

แนะนำเครื่องมือทำ SEO ที่มือใหม่ก็ใช้ได้ คือ Ubersuggest เครื่องมือฟรี ที่ใช้งานหา Keyword ภาษา ไทยได้ มาดูกันว่าใช้งานอะไรได้บ้าง

อ่านบทความ ➝
Scroll to Top