Home - Analytics - Affinity & In-Market Interests คืออะไรใน Google Analytics ?

Affinity & In-Market Interests คืออะไรใน Google Analytics ?

ในโลกออนไลน์มีวิธีทางการตลาดอย่างหนึ่งที่น่าสนใจเพราะสามารถตอบโจทย์ทั้งผู้โฆษณา และ ผู้เห็นโฆษณา บางทีเรากำลังท่องอินเทอร์เน็ตอยู่ ทันใดนั้น เห้ยเห็นโฆษณาเกี่ยวกับรถยนต์ขึ้นมา! เมื่อมานั่งย้อนนึกดูก็พบว่าตัวเอง ณ ช่วงนั้นกำลังสนใจจะออกรถใหม่ ว่าแต่ Google หรือ Facebook มันรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังสนใจเรื่องเหล่านี้ แล้วในฐานะเจ้าของเว็บไซต์เราจะสามารถรู้ได้หรือไม่ว่า users ที่เข้ามานั้นมีความสนใจตรงกับรูปแบบของเว็บไซต์ของเราหรือเปล่า? อยากจะบอกเลยว่า [Google Analytics](https://nerdoptimize.com/blog/google-analytics-introduction/) จัดมาให้คุณครับ

![AFFINITY & IN-MARKET INTERESTS คืออะไร](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2019/08/AFFINITY-IN-MARKET-INTERESTS-คืออะไร.jpg)

## IN-MARKET SEGMENT ความสนใจ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง

สมมติว่าคุณก่อนหน้านี้ตัวคุณเองนั้นไม่ได้มีการเข้าเว็บไซต์เกี่ยวกับรถยนต์แม้แต่น้อย แต่ช่วงระยะ 1-2 เดือนล่าสุดนั้น แฟนสาวสุดเซ็กซี่ของคุณสะกิดว่า ที่รักค๊า ออกรถใหม่ทีสิ อยากด้ายย ด้วยความที่เราป๋า+ใจสปอร์ต จึงเริ่มดูว่าจะออกยี่ห้ออะไร รุ่นอะไรดี และ แน่นอนการซื้อรถคันใหม่ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถตัดสินใจได้ง่ายๆ จึงเกิดเป็นพฤติกรรม Search เกิดขึ้น

Keywords ที่จะอยู่กับคุณในช่วงระยะเวลานี้อาจจะหนีไม่พ้น “ออกรถใหม่รุ่นไหนดี” “Toyota vs Honda” “ออกรถมือสองหรือมือหนึ่งดี” และจากกลุ่มคำที่คุณเสิชผ่านอากู๋เหล่านี้ พาคุณไปสู่เว็บไซต์ของแบรนด์รถต่างๆ เว็บซื้อขายรถยนต์มือสอง หรือแม้แต่ blog ที่เกี่ยวกับการรีวิวรถยนต์

จากเดิมที่คุณแทบจะไม่เคยท่องเว็บไซต์เกี่ยวกับรถ แต่เนื่องด้วยแรงกดดันจากภรรยา ทำให้คุณทำการรีเสิชอยากขยันขันแข็งเป็นเดือน เข้าเว็บรถนู้นบ้าง เข้าเว็บไปดูรถ(หรือพริตตี้)ในเว็บนี้บ้าง แต่ไอ้สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นี่แหละครับ Google เค้าจัดให้คุณไปอยู่ในหมวดของผู้ที่มีความสนใจเกี่ยวกับรถยนต์ในช่วง 1-2 เดือนล่าสุด หรือภาษาอังกฤษเรียกให้ดูคูลๆ โดยกูเกิ้ลว่า Car Enthusiast

## AFFINITY INTEREST หรือ รสนิยม, ไลฟ์สไตล์ ส่วนตัว

แต่หากคุณเป็นกลุ่มชอบแฟชั่น อัพเดทเทรนด์ว่าโลกแห่งการแต่งตัวเขาไปถึงไหนแล้วเป็นประจำ หรือในทุกๆ วันคุณต้องเข้าไปเสพคอนเท้นต์บน blog แฟชั่นเป็นประจำ หรืออาจจะเป็นการเข้าไปดูเว็บไซต์แฟชั่นเกาหลีที่มีดาราคนโปรดของคุณเป็นพรีเซนเตอร์อยู่ หากคุณมีไลฟ์สไตล์เช่นนี้กูเกิ้ล เค้าจะจัดให้คุณอยู่ในกลุ่มที่มีความสนใจระยะยาว หรือมีความชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องแฟชั่น โดยใช้ข้อมูลการ search และการเข้าเว็บไซต์ย้อนหลังของคุณ (ซึ่ง collect ในเวลาที่ยาวนานกว่าของทางฝั่ง In-market) อาจจะเรียกได้ว่าไม่ว่าช่วงเวลาไหนๆ คุณก็คือเจ้าแม่แฟชั่นนิสต้า

คุณอาจจะมี Affinity Interest ในรูปแบบที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ได้ หลายคนอาจจะสงสัยว่า Lifestyle มันมีได้แบบไม่ตั้งใจด้วยหรอ เป็นไปได้ครับ สมมติว่าคุณคือเจ้าหน้าที่ agent ในเรื่องการท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งแน่นอนทุกๆ วันทำงานคุณจะต้องเข้าเว็บไซต์ที่หนีไม่พ้นเรื่องการจองโรงแรม หรือ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว กูเกิ้ลก็จะจัดให้คุณมีความสนใจแบบ Affinity อยู่ในกลุ่มของ Hotel & Travel ไปโดยปริยาย โดยที่ไม่รู้ว่าไอ้ที่ต้องเข้าทุกวันน่ะงานนะเห้ย

## Brand เอาข้อมูลเหล่านี้ไปทำอะไร ?

เว็บไซต์ที่มีการติด [Google Analytics](https://nerdoptimize.com/blog/google-analytics-introduction/) เมื่อมี users เข้ามาใช้งานในปริมาณหนึ่ง จะมี report ที่จะบอกว่ากลุ่มคนที่เข้ามาในเว็บไซต์มีความสนใจด้านอะไร โดยจะบอกทั้งที่เป็นแบบ Affinity และ In-market

![Affinity และ In-market](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2019/08/Affinity-และ-In-market.jpg)

_จะหา report นี้เจอไปตาม step นี้ : Google Analytics > Audience > Interests_

หากคุณคือเว็บไซต์ประเภทขายอุปกรณ์ไอทีเจาะตลาดสำหรับ Gamers คุณอาจต้องการกลุ่มคนที่มีความสนใจประเภท IT, Computer,Hardware ต่างๆ เข้ามาในเว็บไซต์คุณไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ Affinity หรือ In-market เนื่องจากเมื่อคุณสามารถดึงคนที่มีความสนใจในเรื่องเหล่านี้มายังเว็บไซต์คุณได้ นั่นหมายความว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่สูงในเรื่องของการซื้อของ (conversion) หากคุณพบว่าคุณกำลังดึงคนกลุ่มใหญ่ที่มีความสนใจเรื่อง Pet หรือ Beauty อาจจะหมายความว่าทีม Marketing กำลังสื่อสารการตลาดผิด (มันจะผิดอะไรขนาดน้านน 555+)

เมื่อแบรนด์สามารถรู้ความสนใจของ users ได้ หมายความว่าสามารถทำการโฆษณาไปหากลุ่มคนที่มีความสนใจตามที่แบรนด์ต้องการได้นั่นเอง เรามีคำศัพท์เท่ห์ๆ อีกอย่างว่าการ Remarketing โดยใช้ความสนใจของกลุ่มคนที่เคยเข้ามาในเว็บไซต์ของเรา เพื่อทำให้พวกเขากลับมา convert ให้ได้ ยกตัวอย่างเช่น หากคุณคือเว็บไซต์รถยนต์ คุณสามาถตั้งเงื่อนไขว่า ฉันจะทำการกรุ๊ปกลุ่มคนที่เคยเข้าเว็บไซต์ และเลือกเฉพาะคนที่เป็น Car Enthusiast เท่านั้น รูปแบบ Interest เป็น In-market เพราะมีแนวโน้มว่ากลุ่มคนที่กำลังสนใจเรื่องรถยนต์ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา อาจจะกำลังมองหารถใหม่อยู่ก็เป็นได้ โดยเราสามารถเลือก exclude ได้ด้วยนะครับว่าต้องเป็นกลุ่มคนที่ยังไม่ convert หรือลงทะเบียนจองรถยนต์ สรุป Audience Segment อีกทีนะครับ : คนที่เคยเข้าเว็บไซต์+มีความสนใจเรื่องรถยนต์ และต้องไม่เคยกรอกลงทะเบียน

เพราะบางสินค้าและบริการไม่สามารถใช้เวลาอันรวดเร็วในการตัดสินใจซื้อได้ อย่างเช่น การจองบ้าน, การจองคอนโด (ทั้งจองให้ตัวเองหรือคนอื่น 555+) หรือ การลงทะเบียนจองรถยนต์ป้ายแดง ดังนั้นเมื่อสามารถดึง users กลุ่มที่มีความสนใจเรื่องเหล่านี้มายังเว็บไซต์คุณได้แล้ว อย่าเพิ่งปล่อยพวกเค้าไป หรือตัด connection แต่จงหลอกหลอนเค้าด้วยการ Remarketing เพื่อสะกิดให้เค้ากลับมา convert ให้ได้ ?

## สรุป

![volumn การเข้าเว็บไซด์เกี่ยวกับ Hotel & Travel ต่อวัน](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2019/08/volumn-การเข้าเว็บไซด์เกี่ยวกับ-Hotel-Travel-ต่อวัน.jpg)

(จากรูป) เป็นไปได้ว่ากลุ่ม in-market จากกราฟนี้อาจจะเป็นกลุ่มที่กำลังมองหาโรงแรมที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเข้าใช้บริการจริงๆ หรือคือกลุ่มนักท่องเที่ยวนั่นเอง ในขณะเดียวกันกลุ่ม affinity อาจจะเป็น agent ที่ทำธุรกิจด้านนี้ต้องมีการเข้าเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เป็นประจำ

Affinity Audiences คือกลุ่มคนที่มีความสนใจระยะยาว หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นเรื่องของ รสนิยม, ไลฟ์สไตล์ และความหลงใหล ส่วน In-market Audience นั้น คือ กลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องนั้นๆ ในช่วงระยะสั้นที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปได้ว่ากำลังมีความต้องการซื้อสินค้าที่อยู่ในเรื่องความสนใจของตน แล้วตัวคุณเองล่ะปัจจุบันมีความสนใจ Affinity และ In-market ในเรื่องอะไร?

---

**อ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ Online Marketing**

- [[แนะนำ] Google Analytics คืออะไร? จะมาช่วยธุรกิจออนไลน์ของคุณได้อย่างไร?](https://nerdoptimize.com/blog/google-analytics-introduction/)

- [[Case Study] Manychat คืออะไร? รวมเทคนิคการใช้ Chatbot มาทำการตลาด](https://nerdoptimize.com/blog/manychat-strategy/)

- [Facebook Chatbot สามารถเพิ่มยอดขายได้จริงหรือ ???](https://nerdoptimize.com/blog/facebook-chatbot-increase-sales/)

- [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fanalytics%2Faffinity-in-market-interests-google-analytics%2F)
- [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fanalytics%2Faffinity-in-market-interests-google-analytics%2F)

ค้นหา บทความอื่นๆ

Search

About NerdOptimize

AI Search & SEO Agency Awards

เราคือ AI Search & SEO Agency ที่ได้รับการการันตีกลยุทธ์จากรางวัลระดับโลกอย่าง Global Search Award และ APAC Search Award

60+ Employees

Global award Guaruntee

Global Search Awards 2025 : Winner Best Use of Search – Real Estate & Property: Large

APAC Search Awards 2026 : Finalist Best Use of Search – Real Estate & Property

ผู้เขียน

Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn

แชร์บทความนี้:

บทความที่คุณ อาจสนใจ

Manychat-คืออะไร

[Case Study] Manychat คืออะไร? รวมเทคนิคการใช้ Chatbot มาทำการตลาด

Manychat คืออะไร? วิธีใช้ Manychat ที่ได้ผลลัพธ์สูงสุดต้องทำอย่างไร? บทความนี้เราได้รวบรวมเทคนิคและกลยุทธ์ต่างๆที่ใช้งานแล้วได้ผลมาแชร์ แนะนำให้อ่านครับ!

อ่านบทความ ➝
seo-tools

7 SEO Tools ที่จะเข้ามาช่วยให้การทำ SEO ของคุณประสบความสำเร็จ พร้อมสอนวิธีใช้

SEO Tools คือ ตัวช่วยสำคัญของธุรกิจหรือแบรนด์ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เพราะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำ SEO Content มากยิ่งขึ้น ทั้ง On-page และ Off-page ไม่ว่าจะเป็นทั้งการค้นหาไอเดีย Keyword, การวางแผนทำ Keyword Research ไปจนถึงการตรวจสอบดูเว็บไซต์คู่แข่ง  ซึ่งในบทความ SEO นี้ Nerd Optimize ได้รวบรวม SEO Tools ที่ควรใช้ในปี 2025 หากต้องการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับหนึ่งมาให้คุณแล้ว Google Keyword Planner Google Keyword Planner คือ หนึ่งใน SEO Tools พื้นฐานที่นักการตลาดทุกคนต้องรู้จักในการวางแผน Keyword ซึ่งจะช่วยให้การทำ Keyword Research เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องมือของ Google แล้วก็ช่วยให้การคาดการณ์ในการทำ Google Ads ได้ตรงจุดยิ่งขึ้นอีกด้วย จุดเด่นของ Google Keyword Planner  Google Keyword Planner สามารถใช้งานได้ฟรี เพียงแค่มีบัญชีของ Google Ads ก็สามารถเข้าถึงทั้งข้อมูลเชิงลึก (Insight) ของแต่ละ Keyword ได้ทันที ทั้งจำนวนการค้นหา (Search Volume) และระดับการแข่งขันของ Keyword แต่ละคำ, long tail keyword คืออะไร โดยราคาเฉลี่ยสูงสุด-ต่ำสุดในการ Bid โฆษณาในตำแหน่งบน ๆ ของ Search Engine รวมถึงอัตราส่วนแบ่งการแสดงโฆษณาจาก search term คือ ของเราและคู่แข่ง (Ad Impression Share) วิธีใช้งาน Google Keyword Planner 1. สมัครบัญชี Google Ads 2. […]

อ่านบทความ ➝
Scroll to Top