สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้นทำ SEO และรู้สึกว่า การทำ SEO เป็นอะไรที่ทำยากใช่ไหมครับ บทความนี้ ผมเลยเขียนขึ้นเพื่อบอกให้ทราบกันครับว่า วิธีทำ SEO จริงๆ แล้วมีหลักการที่สามารถทำตามได้ และจะนำพาให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับผลการค้นหาบนหน้า Google ในอันดับที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน เพียงแต่คุณต้องปูพื้นฐานให้แน่น และทำความเข้าใจกับหลักการของ SEO ว่ามีเรื่องไหนที่สำคัญบ้าง ด้วยคู่มือที่คุณกำลังอ่านอยู่นี้ไปพร้อมๆ กันเลยครับ Table of Contents - [Chapter 1 : ปูพื้นฐานจาก 0 ทำความเข้าใจกับเรื่องพื้นฐานของ SEO](#chapter-1---0--seo) - [ทำ SEO สำหรับมือใหม่ยากขนาดไหน?](#-seo--hd-69e3fbb8516e2) - [จ้างบริษัทรับทำ SEO ดีไหม?](#-seo--hd-69e3fbb8516f8) - [จะเริ่มต้นทำให้เว็บไซต์ติดหน้า Google ได้ยังไง?](#-google-) - [Chapter 2 : เจาะลึกวิธีทำ SEO แบบ Step by Step](#chapter-2---seo--step-by-step) - [สรุป](#hd-69e3fbb851730) ## Chapter 1 : ปูพื้นฐานจาก 0 ทำความเข้าใจกับเรื่องพื้นฐานของ SEO ในพาร์ทแรกจะเป็นการวางรากฐานความรู้สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักวิธีทำ SEO มาปูพื้นฐานกันตั้งแต่ขั้น 0 กันเลยดีกว่าครับ ### SEO คืออะไร? สำหรับใครที่ไม่รู้ว่า [SEO คืออะไร](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/) ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยก็คือ SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นเทคนิคการทำการตลาดออนไลน์อย่างหนึ่ง เพื่อดันให้เว็บไซต์ของติดอันดับบนหน้า Search Engine อย่างเช่น Google ซึ่งทำให้ถูกพบเจอได้ง่าย ซึ่งก็ต้องอาศัยเทคนิคและองค์ประกอบต่างๆ ที่ทำแล้ว Search Engine มองว่า เว็บไซต์ของคุณดี มีคุณภาพและอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดเข้าช่วยด้วย ### ทำไมการทำ SEO จึงเป็นเรื่องสำคัญ? จากสถิติในทุกวันนี้[คนเราใช้ Search Engine หลักอย่าง Google ในการค้นหาสิ่งที่สนใจกว่า 5.6 พันล้านครั้งต่อวัน](https://blog.hubspot.com/marketing/google-search-statistics) ซึ่งถ้าหากธุรกิจเข้าถึงคนจำนวนมากเหล่านี้ได้ก็ย่อมได้เปรียบ และยิ่งถ้าคนรู้จักคุณผ่านการค้นหาบน Search Engine ในอันดับต้นๆ ในเรื่องที่คุณเชี่ยวชาญ และเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ธุรกิจได้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน เช่น - **เพิ่มโอกาสในการสร้าง Traffic** เพราะคงไม่มีใครจะใช้เวลาทั้งวันในการค้นหาเรื่องที่สนใจบน Google จากผลลัพธ์การค้นหา (Search Result) เป็นล้านๆ เว็บไซต์ ดังนั้น หากธุรกิจของคุณสามารถทำให้หน้าเว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ บนหน้า Search Engine ด้วยวิธีการทำ SEO แน่นอนว่า ก็จะทำให้ได้ Organic Traffic จำนวนมากจากการทำ SEO มาแบบฟรีๆ - **ช่วยสร้าง Brand Awareness และยอดขายให้กับธุรกิจ** การทำ SEO นับเป็นช่องทางประชาสัมพันธ์หนึ่งให้กับเว็บไซต์ของธุรกิจได้ จากการเข้าถึงกลุ่มว่าที่ลูกค้าด้วยการทำ Keyword Research เฉพาะกลุ่ม ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยก็คือ การที่คนค้นหาบางสิ่งบางอย่างบน google แสดงว่า เขาจะต้องมีความสนใจที่จะค้นหาข้อมูลหรือซื้อสินค้าหรือบริการอยู่ก่อนแล้ว จึงทำการค้นหา และถ้าเว็บไซต์ของคุณถูกจัดอยู่ในอันดับต้นๆ แน่นอนว่า พวกเขาย่อมคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณเอง ซึ่งถ้าคุณทำเว็บไซต์ให้ดีพอที่จะนำเสนอสินค้าและบริการของธุรกิจได้ ย่อมทำให้ว่าที่ลูกค้ารู้จักคุณได้มากยิ่งขึ้น ต่อยอดไปจนถึงการสร้างยอดขายที่สามารถปิดการขายได้เลยบนเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องเปลืองแรงทีม Sale เลยอีกด้วย - **สร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ** การที่สามารถค้นหาเว็บไซต์ของธุรกิจคุณเจอใน[คำค้นหา (Keyword) ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-keyword/)ที่เกี่ยวข้อง ย่อมทำให้ผู้ค้นหารู้สึกว่าธุรกิจของคุณน่าเชื่อถือเป็นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวนั้นๆ ในเชิงลึกให้เข้าใจ และสามารถวางใจที่จะใช้บริการได้ ## ทำ SEO สำหรับมือใหม่ยากขนาดไหน? การทำ SEO นั้นยากหรือง่ายนั้นมีหลายปัจจัยเป็นตัวประกอบ ถ้าหากคุณวางแผนวิธีทำ SEO มาดี ทำเว็บไซต์มีคุณภาพ เรียนรู้เกณฑ์การตัดสินของ Google ว่ามีอะไรบ้างที่ใช้ในการพิจารณาให้คะแนนเว็บไซต์ อย่าง[เกณฑ์ E-A-T Factor](https://nerdoptimize.com/seo/eat-ranking-factor/) รวมถึงจำนวนของคู่แข่งในตลาดเองว่า มีจำนวนมากยากหรือง่ายที่จะเอาชนะ ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลให้การทำ SEO ในแต่ละธุรกิจมีความยาก-ง่ายแตกต่างกันนั่นเอง ## จ้างบริษัทรับทำ SEO ดีไหม? ซึ่งถ้าคุณคิดว่า การลงมือทำเองเป็นเรื่องยาก การจะจ้างบริษัท [รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่ต้องเลือกให้ดี โดยรู้ว่าบริษัทแบบไหนที่จะสามารถทำงานตามที่รับมอบหมายได้ตั้งแต่ต้นจนจบ โดยที่คุณไม่ถูกหลอก เช่น - ดูว่าบริษัทนั้นถนัดอะไร เหมาะกับประเภทธุรกิจที่คุณทำมาก-น้อยแค่ไหน และจะสามารถให้คำปรึกษาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญได้ดีหรือไม่ - มีผลงานและข้อมูลของบริษัททำ SEO ที่เชื่อถือได้ - หากเป็นผู้เชี่ยวชาญก็ต้องให้คำแนะนำ หรือให้คำตอบในสิ่งที่คุณไม่รู้ได้ - ตรวจสอบวิธีการทำงานได้ - มีรีพอร์ตให้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรจ้างบริษัทที่จะเน้นไปที่[การทำ SEO สายขาว](https://nerdoptimize.com/white-hat-seo-service/)ที่ช่วยทำให้เว็บไซต์ติดอันดับได้ในระยะยาวได้ดีกว่าการใช้เทคนิคสายเทาหรือดำที่ช่วยทำให้ติดอันดับไวแต่ไม่ยั่งยืน ## จะเริ่มต้นทำให้เว็บไซต์ติดหน้า Google ได้ยังไง? อ่านมาถึงตรงนี้คุณรู้แล้วว่า วิธีการทำ SEO นั้นทรงพลังและมีประโยชน์มากขนาดไหนสำหรับโลกของการทำการตลาดออนไลน์ แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นทำยังไงให้ติดหน้า Google ก่อนอื่นเลยเราอยากให้คุณเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจใน 3 ส่วนที่เป็นภาพใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO ดังนี้ - **มีการวางแผน SEO ที่ดี** โดยคุณควรที่จะรู้ว่า วิธีการทำ SEO ทั้งหมดนั้นมีขั้นตอนอะไรที่ต้องรู้บ้าง โดยอาจจะศึกษาจากบทความ เหล่านี้ เพื่อนำไปวางแผนการลงมือทำ SEO ให้ครอบคลุมได้ต่อไป - [สอน SEO ฟรี – ศูนย์กลางเรียน SEO WordPress ชนิดทำคอร์สได้เลย](https://nerdoptimize.com/seo/learn-seo/) - [Keyword Research คืออะไร สอนวิธีหาคีย์เวิร์ด วิเคราะห์เชิงลึก สำหรับผู้เริ่มต้นทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-research-strategy/) - [Sitemap คืออะไร ? ศึกษาความสำคัญของ Sitemap อีกหนึ่งองค์ประกอบของการทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/sitemap/) - [Link Building คืออะไร แตกต่างกับการทำ Backlink แบบปกติอย่างไร ?](https://nerdoptimize.com/seo/link-building/) - **มีเว็บไซต์ที่ดี** การทำ SEO เป็นสิ่งที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดหน้า Google ได้ แต่ถ้าหาก Google ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเว็บไซต์มีอยู่บนโลกใบนี้ก็คงจะเข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณเพื่อทำการจัดอันดับต่อไปไม่ได้ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการทำ SEO ที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ เลยก็คือ การทำ Sitemap หรือแผนผังเว็บไซต์ที่จะเข้ามาช่วยให้ Search Engine Bot ในการสำรวจเว็บไซต์แบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ในด้านของการสร้าง User Experience เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ Google เองก็ให้คะแนนเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น - การให้ความสำคัญกับเรื่อง [Core Web Vitals](https://nerdoptimize.com/seo/core-web-vitals/) ซึ่งเป็นการให้คะแนน UX สำหรับเว็บไซต์ โดยมีองค์ประกอบ 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ Largest Contentful Paint (LCP) First Input Delay (FID) และ Cumulative Layout Shift (CLS) - การให้ความสำคัญในเรื่อง Mobile First โดยเว็บไซต์จะต้องสามารถแสดงผลได้ดีบนอุปกรณ์ Mobile หรือที่เรียกว่า “Mobile Responsive” - **มีการทำคอนเทนต์ที่ดี** เพราะคอนเทนต์เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่จะทำให้ Google มองว่า เว็บไซต์ของคุณมีคุณภาพหรือไม่ เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คนกำลังค้นหาหรือเปล่า ซึ่งในเบื้องต้น ถ้าอยากจะทำคอนเทนต์ให้ติดหน้า Google แบบระยะยาวด้วยวิธีการทำ SEO แนะนำให้ลองทำ[ Evergreen Content ](https://nerdoptimize.com/seo/evergreen-content/)ซึ่งเป็นประเภทบทความบนเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาสดใหม่สำหรับผู้อ่านอยู่เสมอ เข้ามาอ่านทีไรก็ยังทันสมัย ยกตัวอย่างการทำคอนเทนต์ประเภทนี้ เช่น [การทำ Pillar Page](https://nerdoptimize.com/seo/pillar-page/), การทำคอนเทนต์ fundamental, การทำคอนเทนต์รีวิว เป็นต้น ## Chapter 2 : เจาะลึกวิธีทำ SEO แบบ Step by Step คราวนี้เรามาลงลึกถึงรายละเอียดของวิธีทำ SEO ให้มากยิ่งขึ้น โดยผมจะขอแบ่งออกเป็น 5 หัวข้อด้วยกัน โดยมีรายละเอียดในแต่ละหัวข้อ ดังนี้ครับ - การทำ Keyword Research การทำ Keyword Research หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ เลยคือ การวางแผนและหา Keyword ที่เหมาะสมให้กับเว็บไซต์ ยิ่งถ้าหากคุณรู้ว่าธุรกิจของคุณนั้นควรใช้ Keyword อะไร กลุ่มว่าที่ลูกค้านั้นเขาใช้คำไหนในการค้นหาสิ่งที่เขาต้องการ ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการติดหน้า Google ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการทำ Keyword Research จะยังเป็นตัวช่วยในการกำหนดแผนการทำ SEO ในเรื่องต่างๆ อีกหลายเรื่องด้วย เช่น การปรับแต่ง On-Page, การทำ SEO Content, การวางโครงสร้างเว็บไซต์ (site structure), การโปรโมตคอนเทนต์, การทำ Link Building, การเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์, การเพิ่มโอกาสการเติบโตของธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งคุณสามารถอ่านรายละเอียดของการทำ Keyword Research แบบละเอียดซึ่งผมเคยเขียนสอนไว้ให้แล้วได้เลยที่[ Keyword Research คืออะไร สอนวิธีหาคีย์เวิร์ด วิเคราะห์เชิงลึก สำหรับผู้เริ่มต้นทำ SEO [ 2022 ]](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-research-strategy/) ส่วนวิธีการเริ่มต้นวางแผนทำ Keyword Research นั้นไม่ยากเลยครับ คุณไม่ต้องไปเดาว่า คนจะค้นหาคำว่าอะไรเอง แต่คุณสามารถใช้[โปรแกรมหา Keyword ](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-tool/)ในการเข้ามาช่วยตามหา Keyword ที่กลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้ามีการค้นหามากที่สุด ซึ่งก็มีทั้งรูปแบบฟรีและเสียเงินให้ลองเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น… - Google Keyword Planner - Google Trends - Ubersuggest - Keywordtool.io - Ahrefs - Moz - SEMrush - KWFinder โดยแต่ละเครื่องมือนั้นจะช่วยคุณค้นหาและวางแผนการทำ SEO Keyword ได้ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะแสดงข้อมูลที่คุณต้องรู้ เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ต่อ แต่ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่า ข้อมูลไหนคืออะไร ยกตัวอย่างเช่น - Search Volume คือปริมาณที่ผู้ใช้ค้นหาคีย์เวิร์ดในแต่ละเดือน - Cost Per Click คือ ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับคีย์เวิร์ดเพื่อให้แสดงผลในหน้า SERP (search engine result pages) - Keyword Difficulty คือค่าที่แสดงความยากง่ายของคีย์เวิร์ดแบบ Organic Keyword - Search Result แสดงเว็บไซต์ที่ติดอันดับของคีย์เวิร์ดคำนั้น - การวาง Website Structure การวาง Website Structure เป็นการออกแบบโครงสร้างของเว็บไซต์ให้ดีต่อการทำ SEO เพื่อให้ Bot (โปรแกรมเก็บข้อมูล) สามารถเข้ามาสำรวจเว็บไซต์เพื่อเก็บข้อมูลได้อย่างสะดวก ซึ่งช่วยทำให้ Search Engine เข้าใจเว็บไซต์ของคุณได้ง่ายว่า เกี่ยวกับอะไรและแต่ละ Page เชื่อมโยงถึงกันอย่างไร ทำให้มีแนวโน้มได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น นอกจากนี้โครงสร้างของเว็บไซต์นั้นควรที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน โดยจะต้องหาข้อมูลที่ต้องการง่าย จัดกลุ่มเนื้อหาอย่างเป็นระเบียบ จากการจัด Category หรือหมวดหมู่ของเนื้อหาเดียวกันเข้าไว้ด้วยกัน และเนื้อหาเหล่านั้นจะต้องสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานด้วย เช่น คุณรู้ว่าผู้ใช้งานมีปัญหาในเรื่องอะไร การจัดกลุ่มหรือนำเสนอข้อมูลก็ควรบอกเขาได้ว่า สินค้าหรือบริการของเราแก้ไขปัญหาให้เขาได้อย่างไร จากภาพจะเป็นตัวอย่างของ Site Structure ของเว็บไซต์ด้านการทำการตลาดออนไลน์ โดยมีการวาง Website Structure ให้ง่ายเริ่มต้นจากหน้าแรกของเว็บไซต์ (Homepage) ซึ่งจะเชื่อมโยงตรงไปยังเว็บเพจสำคัญ นั่นคือหน้า Category ที่จัดหมวดหมู่เนื้อหาออกเป็น 3 อย่าง ได้แก่ Services About และ Blog เพื่อนำเสนอเนื้อหาทั้งหมดของเว็บไซต์ และทำการเชื่อมโยงเว็บเพจต่างๆ ด้วยการทำ Internal Link ถึงกันอย่างเป็นระบบ - การทำ On-Page SEO On-Page SEO (หรือ On-Site SEO) จะเป็นการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ในหน้าที่ต้องการทำอันดับ SEO ให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพดีขึ้นทั้งจากฝั่งผู้ใช้งาน พวกเขาจะค้นหาหน้าเว็บไซต์ของคุณเจอได้ไวขึ้น ทั้งจากการตั้งชื่อ SEO Title, การทำ Description, การเขียน URL ที่อ่านออก ฯลฯ ซึ่งช่วยทำให้ผู้ใช้งานรู้ได้ว่า เว็บไซต์ของเรามีคำตอบที่เขาต้องการอยู่จริงๆ หรือเปล่าจากการอ่านชื่อ และคำอธิบายจากผลลัพธ์การเสิร์ชที่พบ นอกจากนี้ยังช่วยบอก Bot ว่าหน้าแต่ละหน้าบนเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง มีความเกี่ยวข้อง (Relevance) กับเว็บไซต์ และมีคุณภาพ (Quality) มาก- น้อยแค่ไหน หรือเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน (User Friendly) หรือไม่ ทำให้มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำ SEO ได้ง่ายมากขึ้น ส่วนวิธีการทำ SEO On-Page พื้นฐานก็ง่ายมากครับ จะมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้ - เลือกใช้ Keyword ให้เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือธุรกิจที่คุณกำลังทำอยู่ - ปรับปรุงหรือสร้างคอนเทนต์บนหน้าเว็บไซต์ให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น… การใส่ Title tags และ Meta Description ให้ตรงกับ Keyword - การปรับแต่ง URL ให้เป็นมิตร และควรใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับหน้านั้นๆ - การทำ Heading <H1, H2, H3> เพื่อบ่งบอกความสำคัญของคำหรือประโยค ซึ่งจะส่งผลให้เนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณแสดงผลบน Featured Snippets ได้ - การทำ Image Title และ Image Alt Text ให้รูปภาพในหน้าเว็บไซต์ - การทำ Internal Link ไปยังหน้าที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ Google เข้าใจความเกี่ยวข้องของเพจต่างๆ บนเว็บไซต์มากขึ้น - เพิ่ม LSI Keyword ซึ่งเป็น Keyword แวดล้อมที่เกี่ยวข้องหรือพ้องความหมายในคอนเทนต์ให้มากขึ้น - การทำ Off-Page SEO การทำ Off-page หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในแง่ของการทำ Link Building และ Backlink ซึ่งเป็นวิธีการทำ SEO โดยอาศัยปัจจัยภายนอก จุดประสงค์ในการทำก็เพื่อมุ่งเน้นที่จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ จากการได้เป็นเว็บอ้างอิงปลายทางของเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องนั่นเอง ส่วนวิธีการทำนั้น ผมจะขอให้คุณไล่อ่านขั้นตอนและทำความรู้จักกับวิธีทำ SEO ด้วยกลยุทธ์การทำ Off-page โดยเริ่มต้นจากขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงสิ่งที่เป็น Tips เล็กน้อยที่ควรรู้ ดังนี้ - [Link Building คืออะไร แตกต่างกับการทำ Backlink แบบปกติอย่างไร ?](https://nerdoptimize.com/seo/link-building/) บทความนี้จะปูพื้นฐานให้กับคุณในเรื่องของการทำ Link Building ว่าคืออะไร จะเริ่มต้นทำอย่างไร - [Backlink คืออะไร บอกวิธีสร้างและหา Backlink สายขาว แบบคุณภาพ](https://nerdoptimize.com/seo/what-are-backlinks/) บทความนี้ผมได้รวบรวมทุกเทคนิคของการทำให้ได้มาซึ่ง Backlink คุณภาพจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง มาดูกันว่า Backlink ที่ดีนั้นหน้าตาเป็นอย่างไรและจะหาจากที่ไหนได้บ้างในบทความเดียว - [เรียนรู้วิธีการสร้าง Backlink ที่นักทำ SEO นิยมทำกันมากที่สุด](https://nerdoptimize.com/seo/how-to-build-backlinks/) ส่วนใครที่กำลังมองหาทางลัดในการสร้าง Backlink บทความนี้ผมจะมาบอกวิธีการสร้าง Backlink ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องสุ่มเดา เลือกทำแบบไหนถึงเหมาะกับ Algorithm ในยุคปัจจุบันบ้าง - การทำ Technical SEO อย่างที่ผมบอกไปในตอนต้นแล้วนะครับว่า Google มีหลักเกณฑ์การตรวจสอบและให้คะแนนเว็บไซต์อยู่ อย่างเช่นเกณฑ์ E-A-T Factor, Core Web Vitals ดังนั้น Technical SEO จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณจะต้องศึกษา เพราะนี่คือกระบวนการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ตรงกับปัจจัยที่ Google มองว่าสำคัญ ซึ่งผมได้เขียนเทคนิค Technical SEO ที่จำเป็นในด้านการทำเว็บไซต์เอาไว้ด้วยกันหลายเรื่องเลยครับ ซึ่งคุณสามารถนำเทคนิค เครื่องมือ และองค์ความรู้เหล่านี้ไปปรับปรุงเว็บไซต์ให้ดีขึ้นได้ ลองดูนะครับว่า มีเรื่องอะไรที่คุณยังไม่ได้ลงมือทำบ้าง ยังไงก็รีบไปแก้ไขให้ถูกต้องจะดีที่สุดนะครับ - [404 Not Found คืออะไร แก้ยังไง ดูวิธีการเช็กหน้า Error และความหมาย](https://nerdoptimize.com/seo/404-not-found/) - [กันอันดับร่วง! ด้วยการทำ Redirect 301 [สอนขั้นตอนการทำแบบละเอียดที่นี่]](https://nerdoptimize.com/seo/prevent-rank-drop-with-redirect-301/) - [HTTPS คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการทำ SEO ในปัจจุบัน](https://nerdoptimize.com/seo/https/) - [Domain ภาษาไทย มีผลต่อการทำ SEO มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร](https://nerdoptimize.com/seo/domain-thai-seo/) - [Yoast SEO คืออะไร ทำความรู้จักตัวช่วยในการทำ SEO แบบละเอียด](https://nerdoptimize.com/seo/yoast-seo/) - [เช็คอันดับเว็บไซต์ ทำอย่างไร? แนะนำเว็บและเครื่องมือเช็คอันดับเว็บไซต์ [อัปเดตล่าสุด]](https://nerdoptimize.com/seo/check-website-position/) ## สรุป วิธีทำ SEO นั้นมีขั้นตอนมากมายหลายอย่าง ทั้งหมดนี้คือเรื่องพื้นฐานที่ผมอยากจะให้ทุกคนได้ศึกษาและปูพื้นไว้ให้แน่น เพราะผมเชื่อว่า รากฐานที่ดีจะนำไปสู่การต่อยอดที่ดีเช่นกัน ดังนั้น ถ้าคุณสนใจจะลงมือทำ SEO ไม่ว่าจะทำด้วยตัวเองหรือจ้างบริษัท[รับทำ SEO](https://www.moveonmarketing.com/seo) สักเจ้า เรื่องเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณเข้าใจและดำเนินการทำ SEO ได้อย่างถูกต้อง ส่งผลให้ติดอันดับต้นๆ ของ Search Engine ได้อย่างแน่นอนเลยครับ - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fhow-to-do-seo%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fhow-to-do-seo%2F)