สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำ SEO (Search Engine Optimization) หรือการทำโฆษณาอย่าง Google Ads เรียกได้ว่าเป็นเข็มทิศนำทางเลยก็ว่าได้ คือ [การทำ Keyword Research ](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-research-strategy/)เพราะถ้าคุณเลือกทำ keyword ผิด ไม่มีคุณภาพ ทำแล้วไม่ได้เกิดผลดีต่อธุรกิจหรือเว็บไซต์เลย ก็ย่อมไม่สร้างยอดขายหรือ Conversion ให้กับคุณได้ตามที่คุณต้องการ แล้วแบบนี้เราจะทำการตลาดออนไลน์ในช่องทาง Search Engine ไปทำไม จริงไหมล่ะครับ? ดังนั้น การเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ผมแนะนำให้คุณเริ่มต้นการทำ SEO หรือ Paid Search ด้วยเครื่องมือฟรีที่สามารถเข้าไปทดลองใช้เองได้ง่ายๆ อย่าง “Google keyword planner” ซึ่งก็ไม่ได้มีดีแค่ใช้ค้นหาคีย์เวิร์ดเท่านั้น แต่ยังนำมาใช้ในการทำไอเดียในการทำคอนเทนต์ได้อีกด้วย จะเริ่มต้นใช้ยังไง มีอะไรที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับเครื่องมือนี้บ้าง ไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ เลือกอ่านตามหัวข้อ - [Google keyword planner คืออะไร](#section1) - [วิธีการสมัคร Google keyword planner](#section2) - [วิธีการใช้งาน Google keyword planner](#section3) - [เทคนิคการใช้ Google keyword planner](#section4) - [สรุป](#section5) ## Google keyword planner คืออะไร Google keyword planner คือ เครื่องมือจาก Google และเป็นเครื่องมือฟรีที่เหมาะสำหรับคนที่เริ่มต้นทำ SEO หรือ Google Ads รวมถึงบริษัท[รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) ก็ยังมีการใช้งาน Google keyword planner อยู่ โดยจะใช้เพื่อวางแผนการทำ Keyword Research หาว่าคำค้นหาไหนคนนิยมใช้ และนำมาวิเคราะห์ต่อว่าควรใช้คำไหนในการนำมาเขียนคอนเทนต์บนเว็บไซต์ หรือจะซื้อ Keyword ไหน เพื่อทำการโปรโมตเป็นโฆษณาบนหน้า Google บ้าง ### ข้อดีของ Google keyword planner - เป็นเครื่องมือจาก Google โดยตรงที่สามารถใช้ฟรีได้ โดยไม่ต้องผูกบัตรเครดิต - เป็นตัวช่วย [technical seo ](https://nerdoptimize.com/seo/technical-seo/)ในการค้นหา Keyword หรือไอเดียใหม่จาก Keyword ตั้งต้นที่คุณมีได้ ทำให้คุณได้ Long-tail Keyword มาใช้ในการทำเว็บไซต์หรือเขียนบทความได้อย่างแม่นยำ - ทำให้ทราบปริมาณการค้นหา (Search Vloume) ในระยะเวลา 1 เดือน - รู้ข้อมูลในอดีตของ Keyword แต่ละตัว โดยการ ดูข้อมูลของเทรนด์ใน Keyword นั้นๆ ย้อนหลังได้ถึง 24 เดือน ซึ่งมีประโยชน์มากในด้านของการทำ Google Ads - สามารถ Forecast ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาที่กำลังจะทำได้ ### ข้อจำกัดของ Google keyword planner Google keyword planner เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้ฟรีก็จริงครับ แต่ถ้าหากคุณทำการลงโฆษณา Google Ads ด้วยหน้าตาของข้อมูลจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย นั่นคือ มีค่า Search Volume ที่เป็นตัวเลขแบบชัดเจน แต่ถ้าใช้ Google Keyword Planner แบบเวอร์ชันฟรีจะโชว์ข้อมูลแบบ 1 – 100 แทนที่จะเป็นตัวเลขเต็มจำนวนครับ หน้าตาของผลลัพธ์แบบ Free Version หน้าตาของผลลัพธ์แบบที่จ่ายเงินทำโฆษณากับ Google Ads นอกจากนี้บัญชีเปิดใหม่ไม่สามารถดูกราฟ และ Breakdown ข้อมูลได้ด้วยนะครับ ถ้าอยากใช้งานฟีเจอร์เหล่านี้เพิ่มก็อาจจะต้องทำการยิงโฆษณา Google ร่วมด้วย ก็จะช่วยทำให้ค่าต่างๆ ดูแม่นยำมากยิ่งขึ้น ## วิธีการสมัคร Google keyword planner - คุณสามารถเริ่มต้นการใช้งาน Google Keyword Planner โดยเข้าไปที่ [https://ads.google.com/home/tools/keyword-planner/](https://ads.google.com/home/tools/keyword-planner/) - หลังจากนั้นกดที่ปุ่ม “ลงชื่อเข้าใช้” หรือ “ไปที่เครื่องมือวางแผนคีย์เวิร์ด” - ในกรณีที่ยังไม่มี Google Ads Account ให้ไปที่ New Google Ads Account - จะมีหน้ายืนยันเกี่ยวกับข้อมูลของธุรกิจของคุณขึ้นมา หลังจากนั้นให้กด Submit ได้เลย - จะขึ้นหน้าเพจแบบนี้ ให้คุณกด Explore Keyword Planner และจะเข้าสู่การเริ่มต้นใช้งาน Google keyword planner ได้เลย! [scroll_to title=”วิธีการใช้งาน Google keyword planner” link=”section3″] ## วิธีการใช้งาน Google keyword planner หลังจากที่ทำการสมัครเรียบร้อยแล้วจะเข้าสู่หน้าฟีเจอร์หลักของ Google Keyword Planner ซึ่งจะมีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ คือ - Discover new keywords จะเป็นการค้นหาคีย์เวิร์ดในไอเดียใหม่ๆ ที่จะช่วยทำให้คุณเข้าถึงกลุ่มคนที่สนใจในสินค้าหรือบริการของคุณได้มากขึ้น - Get search volume and forecasts จะเป็นผลของ Search Volume หรือจำนวนการค้นหาในแต่ละเดือน โดยคุณสามารถ Forecast หรือคาดการณ์ประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาได้ ทำให้คุณสามารถประเมินได้ว่า Keyword ตัวไหนควรนำมาใช้บ้าง ### วิธีการใช้งาน Discover new keywords คุณสามารถเลือกใช้งาน Discover new keywords ได้ทั้งในแบบ Start with keywords และ Start with a website - **ฟีเจอร์ Start with keywords** มาเริ่มกันที่การค้นหาไอเดียคีย์เวิร์ดแบบ Start with keywords โดยฟีเจอร์นี้คุณสามารถพิมพ์ Keyword ที่ต้องการ หรือลิงก์ URL ที่เกี่ยวข้องลงไป เลือกภาษาและเลือก Location ได้ หลังจากนั้นให้กดปุ่ม ‘Get Result’ ได้เลย หลังจากนั้นก็จะปรากฏ Result ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาที่เราใส่ลงไปขึ้นมาให้ โดยตัวอย่างที่เรานำมาให้ชมกันจะเป็นหน้าตาในรูปแบบ Free Version นะครับ ซึ่งส่วนต่างๆ บนหน้าจอมีความหมายดังนี้ **กรอบสีเหลืองด้านบน** - ช่องที่ระบุถึงคำค้นหาที่เรากรอกไว้ในตอนแรก - การระบุ Location, ภาษา, ช่องทางการค้นหา (เลือกได้ว่าเป็นผลลัพธ์จาก Google หรือ Google amd search partners) และสามารถเลือกวันที่ได้ด้วย - Broaden Your Search จะเป็น keyword Suggestion ที่ทาง Google Keyword ได้แนะนำมาว่าควรที่จะนำมาค้นหาเพิ่มเติมด้วย - จะเป็น Filter เพิ่มเติม เผื่ออยากจะ Exclude คำบางคำที่ไม่ต้องการออกได้ รวมถึงยังปรากฏผลลัพธ์จากการค้นหาจะมีไอเดียแนะนำมาให้ ซึ่งจากตัวอย่างมีอยู่ 461 คำ **กรอบสีแดงด้านล่าง** - Keyword (by relevant) แสดงไอเดียหรือแนวคิด Keyword ที่เกี่ยวข้อง - Avg. Monthly Searches จำนวนการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน - Competition การแข่งขันของ Keyword นั้นมีมากน้อยแค่ไหน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ High (มีการแข่งขันสูง) Medium (การแข่งขันปานกลาง) และ Low (การแข่งขันต่ำ) - Ad Impression Share อัตราส่วนแบ่งการแสดงโฆษณาของคุณและคู่แข่ง - Top of Page Bid (Low Range) ราคา Bid เฉลี่ย ในตำแหน่งบนๆ ของ Search Engine ซึ่งเป็นช่วงประมาณราคาต่ำสุด - Top of Page Bid (High Range) ราคา Bid เฉลี่ย ในตำแหน่งบนๆ ของ Search Engine ซึ่งเป็นช่วงประมาณราคาสูงสุด - ** ฟีเจอร์ Start with a website ** จะเป็นฟีเจอร์ค้นหาไอเดียคีย์เวิร์ดจากเว็บไซต์ของคุณเองหรือของคู่แข่งก็ได้ เพียงแค่นำ URL มาใส่ อย่าลืมเลือกภาษา และ Location ให้ถูกต้องด้วยนะครับ หลังจากนั้นกด Get Result ก็จะได้ข้อมูลหน้าตาเหมือนการค้นหาแบบ Start with keywords กลับมา ### วิธีการใช้งาน Get search volume and forecasts มาต่อกันที่การใช้งานในฝั่ง Get search volume and forecasts กันบ้าง ส่วนนี้จะใช้สำหรับการทำโฆษณาบน Google Ads โดยเฉพาะนะครับ ซึ่งถ้าคุณใส่คำค้นหาลงไปหรืออัปโหลดไฟล์คีย์เวิร์ดลงไปผลลัพธ์ที่แสดงขึ้นมาจะบอกว่า จากชุดคำค้นหาเหล่านี้จะสามารถสร้างได้กี่คลิก หรือต้องใช้จำนวนเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามมันก็คือการประมาณการ อาจจะต้องใช้จ่ายมากกว่า หรือน้อยกว่านั้นก็ได้ครับ ### การใช้งาน Forecast สำหรับใครที่ใช้ Google keyword planner เพื่อหาคีย์เวิร์ดสำหรับการทำ SEO ฟีเจอร์นี้อาจจะข้ามไปก็ได้นะครับ เพราะนี่คือฟีเจอร์ที่ใช้สำหรับการคาดการณ์ประสิทธิภาพแคมเปญโฆษณาในช่วงเวลาที่คุณกำหนด โดยอ้างอิงจาก Keyword Idea ที่คุณใส่เข้าไปนั่นเองครับ โดยจะสรุปค่าต่างๆ ออกมาให้ เพื่อให้คุณประเมินงบการทำโฆษณาได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งค่าต่างๆ ที่ว่าจะมีดังนี้ - Clicks จำนวนคลิกที่มีคนกดโฆษณาทั้งหมด - Imressions จำนวนการแสดงผลของโฆษณา ถ้ามีการโหลดโฆษณาขึ้นมา 1 ครั้ง โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเห็นโฆษณาจะนับเป็น 1 Impression ทันที Cost ค่าใช้จ่ายในการทำแคมเปญโฆษณา - CTR (Click Through Rate) อัตราการคลิกเทียบกับการแสดงโฆษณา ถ้าค่า CTR สูง จะแสดงว่าโฆษณาของคุณมีคุณภาพ โดยค่านี้สามารถหาได้โดยสูตร (Clicks/Impressions)*100 - Avg. CPC (Average Cost Per Click) ราคาเฉลี่ยต่อการเกิดคลิกโฆษณา 1 ครั้ง ## เทคนิคการใช้ Google keyword planner เรียนรู้วิธีการสมัครและการใช้งานในเบื้องต้นกันไปแล้ว เรามาดูเทคนิคการใช้ Google keyword planner ให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการใช้ดู Search Volume ในคีย์เวิร์ดที่เราต้องการเพียงอย่างเดียวกันเลยดีกว่าครับ - ### ใช้ค้นหาไอเดียในการทำคอนเทนต์ เราสามารถใช้ Google keyword planner ในการหาไอเดียสำหรับทำคอนเทนต์ได้ ด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้ - วิธีการค้าหาไอเดียคอนเทนต์จาก Google keyword planner จะต้องทำการเสิร์ชคีย์เวิร์ดมากกว่า 1 ครั้ง และควรค้นหา Keyword ที่มีความคล้ายกัน หรืออยู่ในประเภทเดียวกันในการค้นหาด้วย - นอกจากการหาเป็น Seed Keyword ธรรมดา สามารถลองเปลี่ยนเป็นการพิมพ์คำถามลงไป โดยใช้เมนู Filter > เลือกฟีเจอร์ Keyword text >เลือก contains > พิมพ์ประโยคที่เป็นคำถาม ก็จะช่วยทำให้ได้ไอเดียคอนเทนต์ในเชิงคำถามกลับมา เช่น [SEO คือ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/)อะไร, หา Keyword SEO ยังไง เป็นต้น - ### หา Keyword จากการดูคู่แข่ง หากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นค้นหา Keyword ไหนมาใช้ แนะนำให้ใช้เทคนิคส่องคู่แข่ง เพื่อดูว่า พวกเขาใช้ [Keyword](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-keyword/) อะไรบ้าง โดยให้เข้าไปที่ Discover new keywords หลังจากนั้นกรอก Keyword ที่ต้องการ พร้อมระบุเว็บไซต์ของคู่แข่งลงไป แค่นี้คุณก็จะได้ไอเดียของ Keyword จากเว็บไซต์ของคู่แข่งกลับมาแล้ว - ### เจาะกลุ่มเป้าหมายจาก Location สำหรับใครที่ทำ[ Local SEO](https://nerdoptimize.com/seo/local-seo/) ฟีเจอร์นี้เหมาะมากๆ เลยครับ เพราะการทำ Local Business ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งอาจมีการใช้ keyword ที่แตกต่างจากการเสิร์ชปกติของคนทั้งประเทศ ดังนั้นคุณสามารถใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อหาคำ keyword ที่ใช้ในพื้นที่ตั้งที่คุณต้องการได้อีกทั้งยังดูได้อีกมีจำนวน Reach เท่าไหร่บ้างในบริเวณนั้นๆ ซึ่งเป็นผลดีต่อการทำธุรกิจในท้องที่เป็นอย่างมากอีกด้วย ## สรุป ถือได้ว่าเป็น [SEO tools ](https://nerdoptimize.com/seo/seo-tools/)เครื่องมือสารพัดประโยชน์เลยก็ว่าได้ครับสำหรับ Google keyword planner เหมาะสำหรับมือใหม่ที่จะเริ่มต้นทำ SEO หรือเริ่มยิง Google Ads เป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่เครื่องมือที่ใช้ค้นหา Keyword อย่างเดียว แต่ยังใช้สำหรับหาไอเดียทำคอนเทนต์ ส่องคู่แข่ง หรือแม้กระทั่งใช้ทำ Local SEO ก็ได้เช่นกัน ยังไงก็ลองหยิบไปใช้ดูนะครับ รับรองว่าช่วยให้การทำ SEO ของคุณง่ายมากขึ้นอย่างแน่นอน - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fgoogle-keyword-planner%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fgoogle-keyword-planner%2F)