Home - SEO - Google Algorithm คืออะไร มีหน้าที่ทำอะไร แนะนำให้อ่านบทความนี้

Google Algorithm คืออะไร มีหน้าที่ทำอะไร แนะนำให้อ่านบทความนี้

Google Algorithm คืออะไร
การที่เว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่งจะทำอันดับได้ดีบน Search Engine อย่าง Google นั้น ขึ้นอยู่กับการทำ SEO ให้ถูกใจ Google ซึ่งสิ่งที่ Google จะใช้เกณฑ์การประเมินว่าเว็บไซต์ไหนเหมาะสมที่จะอยู่ในอันดับ [google ranking](https://nerdoptimize.com/seo/google-ranking-factors/) ที่ดีจากการตรวจสอบผ่าน “Google Algorithm” 

…ว่าแต่ Google Algorithm คืออะไร เราจะสามารถทำอย่างไรให้สามารถชนะเจ้า Google Algorithm นี้จนขึ้นสู่อันดับที่ต้องการได้บ้าง วันนี้ NerdOptimize ที่ผ่านประสบการณ์[รับทำ SEO ](https://nerdoptimize.com/seo/)ปรับตัวกับ Algorithm มาโดยตลอด มีสรุปเกี่ยวกับความหมาย หน้าที่ ไปจนถึงพาไปดูว่า Google Algorithm ในปี 2022 นี้ได้ทำการอัปเดตและเปลี่ยนแปลงอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อที่จะได้ปรับแต่ง (Optimize) เว็บไซต์ให้มี Performance ที่มีคุณภาพและตรงใจ Google ได้มากที่สุดนั่นเอง

เลือกอ่านตามหัวข้อ
- [Google Algorithm คืออะไร](#h-google-algorithm-ค-ออะไร)
- [Google Search Algorithm ทำงานอย่างไร](#google-search-algorithm-)
- [Google Algorithm ที่สำคัญมีตัวไหนบ้าง ](#google-algorithm-)
- [แล้วทำไมเราจึงควรติดตามการอัปเดตของ Google Algorithm?](#-google-algorithm)
- [สรุป Timeline การอัปเดต Google Algorithm ปี 2022](#-timeline--google-algorithm--2022)

## Google Algorithm คืออะไร

![Google Algorithm คือ](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2022/11/Google-Algorithm-คือ.png)

Google Algorithm คือ หลักการที่ Google ใช้ในการประเมินว่าเว็บไซต์ไหนที่มีเนื้อหาคุณภาพตรงกับ Search Intent ของผู้ใช้งาน โดยจะทำการค้นหาเว็บไซต์เหล่านั้น แล้วนำมาจัดอันดับ และแสดงผลลัพธ์การค้นหาที่ดีที่สุดและเร็วที่สุดให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งการที่จะทำให้ผลการค้นหาตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดีก็จำเป็นที่จะต้องทำการอัปเดตระบบให้ดีขึ้น ซึ่ง Google มักมีการอัปเดตอัลกอริธึมเกือบทุกวัน และในบางครั้งที่ทำการอัปเดตใหม่อาจส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ต่างๆ ที่ทำให้อันดับที่แสดงบน [serp คือ](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-serp/) ส่วนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นหรือลดลง โดย Google จะมีประกาศแจ้งล่วงหน้าผ่านทาง [Google Search Central](https://developers.google.com/search) ให้ทราบ และนี่คือสิ่งที่คนทำเว็บไซต์และคนทำ[บทความ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/seo-writing/) จะต้องคอยติดตามและปรับปรุงเว็บไซต์ให้เท่าทันอยู่เสมอ

## Google Search Algorithm ทำงานอย่างไร

Google Search Algorithm นั้นถูกคิดค้นเพื่อทำให้ผลการค้นหาตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการมากที่สุด ดังนั้น เพื่อที่จะมองหาคำบอกใบ้ที่ช่วยให้ Google เข้าใจสิ่งที่คนค้นหาได้มากขึ้น จะต้องทำการดึงเอกสารที่เกี่ยวข้องมาจาก “index” ที่ Google ทำการเก็บข้อมูลมาจากเว็บไซต์ต่างๆ และนำมาทำการวิเคราะห์รวมถึงจัดอันดับผลการค้นหา โดยใช้ปัจจัยมากกว่า [200 ปัจจัย](https://nerdoptimize.com/seo/google-ranking-factors/)ที่ Google กำหนดเอาไว้ใช้คัดกรองคุณภาพของเว็บไซต์ 

ซึ่งกฎเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และ Algorithm เหล่านี้จะต้องทำพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม เพื่อให้สามารถจัดอันดับข้อมูลได้ตรงตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ให้มีประสิทธิภาพได้มากขึ้นด้วย

## Google Algorithm ที่สำคัญมีตัวไหนบ้าง 

Google Algorithm ที่สำคัญซึ่ง Google ใช้ในการพัฒนา ปรับปรุง ป้องกันระบบ กำหนดกฎเกณฑ์ เพื่อให้ผลลัพธ์การค้นหาตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้งาน Google ต้องการ รวมถึงทำให้เว็บไซต์ต่างๆ พยายามทำเว็บไซต์และเนื้อหาต่างๆ ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดย Algorithm หลักๆ ที่ควรจะรู้จักของ Google ก็คือ

- **Panda**

เปิดตัวครั้งแรก : 24 กุมภาพันธ์ 2011

หน้าที่ : คัดกรองคุณภาพของเว็บไซต์โดยให้ความสำคัญกับเนื้อหา เป็น Google Algorithm ที่เน้นการตรวจสอบและจัดอันดับเว็บไซต์ โดยจะทำการลดอันดับของเว็บไซต์ที่มีคุณภาพต่ำ (low-quality), เนื้อหาที่ซ้ำซ้อนกัน, เนื้อหาที่เป็น Auto Generate, เนื้อหาสแปม (spammy), เนื้อหาน้อย (thin content) ออกจากผลการค้นหา หรือให้อันดับที่ไม่สูงมาก 

หากไม่ต้องการถูกลงโทษโดย Panda ควรทำให้เนื้อหาบนเว็บไซต์มีคุณภาพ มีประโยชน์ต่อผู้อ่าน เพื่อทำให้เกิดการเข้าชมสูง และมีอัตราการตีกลับต่ำ ซึ่งจะทำให้ได้คะแนนจัดอันดับด้านเนื้อหาที่มากขึ้น

- **Penguin**

เปิดตัวครั้งแรก : 24 เมษายน 2012

หน้าที่ : ตรวจสอบและค้นหา Backlink จากเว็บไซต์ภายนอกที่เชื่อมโยงเข้ามายังเว็บไซต์ โดยจะคิดคะแนนจากลิงก์ที่ทำการลิงก์มาว่ามีคุณภาพหรือไม่ มีความเกี่ยวข้องหรือไม่ หรือเป็นลิงก์ที่จงใจใช้เป็นKeywords ใน Anchor Text หรือ [internal links](https://nerdoptimize.com/seo/internal-links/) มากเกินไปหรือเปล่า หากเจอ Backlink ที่ไม่เป็นธรรมชาติก็จะถือว่าเป็นการสแปม และจะถูกลงโทษหรือลดอันดับลง ดังนั้น การได้มาซึ่ง [Backlink คือ](https://nerdoptimize.com/seo/what-are-backlinks/) สิ่งที่สำคัญสำหรับการทำ SEO เช่นเดียวกัน

- **Hummingbird**

เปิดตัวครั้งแรก : 22 สิงหาคม 2013

หน้าที่ : เป็น Algorithm ที่ช่วยทำให้ Google เข้าใจเจตนาของผู้ใช้ (Search Intent) มากยิ่งขึ้น โดย Hummingbird จะช่วยตีความคำค้นหา เช่น คำค้นหาแบบยาวๆ , คำค้นค้นหาเชิงประโยค ได้ดีมากขึ้น โดยไม่ได้โฟกัสแค่คำใดคำหนึ่งในประโยคนั้นๆ เช่น คนค้นหาคำว่า “เลี้ยงแมว Pantip” แทนที่จะนำเสนอผลลัพธ์การค้นที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “เลี้ยงแมว” หรือ “Pantip” แต่ Hummingbird จะหาผลลัพธ์ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงแมว ซึ่งเป็นกระทู้ใน pantip มาแสดงผลแทน 

นอกจากนี้ Hummingbird  ยังสามารถรวบรวมสถิติการค้นหาใหม่ในรูปแบบเสียงที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ใครที่ทำคอนเทนต์เป็นข้อมูลแบบเสียงเพิ่มเข้ามาในเว็บไซต์ เช่น Podcast, วิดีโอ ก็เป็นการเพิ่มโอกาสในการค้นหา SEO ได้ด้วยเช่นกัน

- **RankBrain**

เปิดตัวครั้งแรก : 26 ตุลาคม 2015

หน้าที่ : ช่วยในการคัดกรองผลการค้นหาความหมายของคำ หรือกลุ่มคำให้ได้เว็บไซต์ที่ตรงตามที่ต้องการมากที่สุด โดยใช้ระบบ Machine Learning เพื่อวัดผลลัพธ์ว่าเว็บไซต์ไหนดีหรือไม่ดีอย่างไร และ RankBrain สามารถเรียนรู้ และพัฒนาประสิทธิภาพในการคัดกรองนี้ได้ตลอดเวลา ดังนั้น ผู้ที่ทำเว็บไซต์จึงต้องคำนึงถึงประสบการณ์ผู้ใช้งานและการทำคอนเทนต์เพื่อเสิร์ฟให้ตรงกับสิ่งที่ผู้คนมองหาให้ได้มากที่สุด

## แล้วทำไมเราจึงควรติดตามการอัปเดตของ Google Algorithm?

สาเหตุที่คนทำเว็บไซต์ ทำ SEO หรือทำการตลาดควรที่จะติดตามการอัปเดต Google Algorithm หรือที่เรียกว่า “Core Update” อย่างสม่ำเสมอนั่นก็เพราะการที่ Google ทำการอัปเดตอะไรบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่ออันดับของเว็บไซต์โดยอาจจะทำให้อันดับเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้ 
ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงปี 2021 ที่ Google มีการประกาศใช้ [Core Web Vitals](https://nerdoptimize.com/seo/core-web-vitals/) ซึ่งเป็นมาตรฐานในการวิเคราะห์และวัดผลเว็บไซต์ที่เน้นเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience : UX) มากขึ้น ทำให้คนทำเว็บไซต์ต้องทำการปรับตัวตาม ไม่เช่นนั้นอาจทำให้อันดับบน Google ตกลงได้ หรืออย่างในช่วงที่ Google อัปเดตปัจจัย YMYL (Your Money or Your Life) ก็ส่งผลกระทบในด้านลบต่อหลายเว็บไซต์ที่ Google มองว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของความสุข สุขภาพ ความปลอดภัย หรือฐานะการเงินในเรื่องของอันดับด้วยเช่นกัน

![อัปเดตของ Google Algorithm](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2022/11/อัปเดตของ-Google-Algorithm.png)

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงควรที่จะติดตามข่าวสารการอัปเดตของ Google Algorithm อยู่ตลอดเวลา เพราะ Google นั้นเปรียบเสมือนกับผู้คุมกฎระเบียบ และพวกเราคนทำ SEO ก็มีหน้าที่ในการเล่นไปตามกฎอย่างถูกต้องโดยใช้วิธีการ[ทำ SEO สายขาว](https://nerdoptimize.com/white-hat-seo-service/)ในการทำอันดับ เพื่อป้องกันการถูกลงโทษ และทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพ พร้อมมอบรางวัลเป็นอันดับที่ดีให้เป็นผลตอบแทน

## สรุป Timeline การอัปเดต Google Algorithm ปี 2022

เมื่อเห็นถึงนิยามและความสำคัญของ Google Algorithm กันแล้ว มาทบทวนกันดีกว่าว่า ในปี 2022 Google อัปเดต Algorithm อะไรที่ส่งผลต่อผู้ใช้และเจ้าของเว็บไซต์อย่างไรบ้าง โดยแบ่งตามระยะเวลาการอัปเดตต่างๆ ดังนี้

### กุมภาพันธ์

Google ทำการอัปเดต Page Experience สำหรับการใช้งานบน Desktop ผ่าน Twitter ของ Google Search Central

![Google Search Central](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2022/11/Google-Search-Central-970x1024.png)

ที่มาภาพ: [Twitter](https://twitter.com/googlesearchc/status/1496168446790352906?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1496168446790352906%7Ctwgr%5E%7Ctwcon%5Es1_&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.searchenginejournal.com%2Fgoogle-page-experience-update-for-desktop-starts-rolling-out%2F439191%2F)

โดยการปรับใช้ Page Experience Signals หรือ สัญญาณที่บ่งบอกว่าเว็บไซต์ใช้งานได้ดีมาใช้เป็นเกณฑ์การวัด [Core Web vitals](https://nerdoptimize.com/seo/core-web-vitals/) โดยแบ่งเป็น 3 ปัจจัย ได้แก่ 

- Largest Contentful Paint (LCP) : เป็นคะแนนที่ได้จากการใช้เวลาดาวน์โหลดเข้าหน้าเว็บไซต์ โดยมาตรฐานที่ Google มองว่าดี คือ ควรใช้เวลาโหลดไม่เกิน 2.5 วินาที เมื่อหน้าเพจกำลังโหลดคอนเทนต์ที่ใหญ่ที่สุดในหน้าเพจนั้น

- First Input Delay (FID) : เป็นคะแนนที่ได้จากการวัดผลความหน่วง ระยะความเร็วในการตอบสนองของเว็บไซต์ โดยค่า FID ควรได้น้อยกว่า 100 มิลลิวินาที

- Cumulative Layout Shift (CLS) :  เป็นคะแนนที่ได้จากการความเสถียรของหน้าจอที่จะต้องไม่โหลดช้าหรือกระตุก ซึ่งค่า CLS ที่ดีควรน้อยกว่า 0.1

### มีนาคม

ในช่วงเดือนมีนาคม Google ได้ประกาศว่า มีการปรับปรุงการจัดอันดับรีวิวผลิตภัณฑ์ เพื่อรักษาประสบการณ์การใช้งานหน้าค้นหาที่ดีและให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้จะได้รับคอนเทนต์รีวิวที่มีคุณภาพ จากการที่ Google ให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาบทวิจารณ์ที่มีคุณภาพและดูน่าเชื่อถือจึงทำให้มีผลต่อการจัดอันดับมากขึ้น

![Google update](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2022/11/Google-update.png)

ที่มาภาพ: [developers.google.com](https://developers.google.com/search/blog/2022/03/product-review-ranking-one-year-on)

### พฤษภาคม

Google เปิดตัว Core Updates ครั้งใหญ่ที่มักจะกระทบต่ออันดับของเว็บไซต์ที่เห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ก็เพื่อปรับปรุง Search โดยรวม และเพื่อให้ก้าวตามทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเว็บไซต์ต่างๆ มากขึ้น โดยการปล่อยตัวอัปเดตอัลกอริทึมอย่าง “Broad Core Algorithm” ซึ่งทำหน้าที่กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่จะคัดกรอง เว็บไซต์ เพื่อนำมาจัดอันดับและนำไปแสดงผลลัพธ์บนหน้า SERPs โดยในรอบนี้จะเป็นการอัปเดตระบบของกูเกิลโดยรวม ไม่ได้กำหนดเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง หากต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการอัปเดตในครั้งนี้ให้ทำเนื้อหาคอนเทนต์ให้ตรงตามหลัก[ E-A-T Factor ](https://nerdoptimize.com/seo/eat-ranking-factor/)จะช่วยได้ แต่ถ้าเว็บไซต์อันดับตกไปแล้ว แต่ไม่ได้ทำผิดกฎอะไร ระบบของ Google จะนำเนื้อหานั้นไปประเมินใหม่โดยเทียบกับเนื้อหาบนเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีการเผยแพร่นับตั้งแต่การอัปเดตครั้งล่าสุด

### กรกฎาคม

เป็นช่วงที่ Google ทำการอัปเดตเกี่ยวกับรีวิวผลิตภัณฑ์เฉพาะภาษาอังกฤษในเดือนกรกฎาคม 2022 เพื่อเป็นการจัดอันดับที่สูงขึ้นสำหรับรีวิวผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงโดยดูจากความน่าเชื่อถือ เช่น เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้สนใจที่มีความรู้ในหัวข้อนั้นๆ มีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและงานวิจัยต้นฉบับ และมีการแนะนำให้ใส่ภาพประกอบ วิดีโอรีวิวที่แสดงถึงประสบการณ์การใช้จริง รวมถึงมีช่องทางการซื้อสินค้าที่หลากหลายก็จะช่วยทำให้อันดับ [PageRank](https://nerdoptimize.com/seo/page-rank/) ดีขึ้น

### Nerd แนะนำ

หากใครที่ต้องการรู้ว่าควรที่จะเขียนรีวิวผลิตภัณฑ์อย่างไร สามารถอ่านคู่มือที่ Google ระบุกฎเกณฑ์เอาไว้ได้เลยที่ [การเขียนรีวิวคุณภาพสูงสำหรับผลิตภัณฑ์](https://developers.google.com/search/docs/specialty/ecommerce/write-high-quality-product-reviews) และสำหรับใครที่ได้รับผลกระทบจากการอัปเดตรีวิวผลิตภัณฑ์อาจไม่กลับมาอยู่ในอันดับเดิม จนกว่าจะมีการเผยแพร่การอัปเดตรีวิวผลิตภัณฑ์ครั้งถัดไป แต่อย่างไรก็ตามการทำรีวิวผลิตภัณฑ์เป็นแค่หนึ่งในปัจจัยในการจัดอันดับเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นทุกเมื่อหาก Google ทำการอัปเดต  Algorithm ใหม่ๆ

### สิงหาคม

อัปเดตครั้งนี้จะเน้นไปที่การตรวจสอบเนื้อหาที่เป็นประโยชน์บนเว็บไซต์ เพื่อตามหาคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสำหรับผู้ใช้งาน ซึ่งช่วยเน้นย้ำให้เห็นว่า Google ให้ความสำคัญกับเรื่องของการสร้างคอนเทนต์ที่ดี นอกจากนี้ Google ยังได้ระบุถึงลักษณะของคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ เช่น จะต้องเขียนให้เข้าใจ เขียนในสิ่งที่คนอ่านต้องการ (ลองอ่านคู่มือนี้ได้ครับ >> [การสร้างเนื้อหาที่มีประโยชน์ น่าเชื่อถือ และคำนึงถึงผู้ใช้เป็นหลัก](https://developers.google.com/search/docs/fundamentals/creating-helpful-content)) 

ส่วนใครที่ทำการลบเนื้อหาที่ไม่มีประโยชน์ออกไปแล้วอาจจะสงสัยว่า แล้วเมื่อไหร่อันดับจะดีขึ้น เรื่องนี้อาจจะใช้เวลาหลายเดือน (แต่ตอนนี้บ้านเรายังไม่ต้องกังวลนะครับ เพราะยังทำในเวอร์ชันภาษาอังกฤษอยู่ แต่ในอนาคต Google มีแผนจะขยายไปยังภาษาอื่นๆ ด้วยเช่นกัน)

### กันยายน

เดือนนี้มีการรายงาน HTTPS ใหม่ใน Search Console โดย Google กําลังทยอยเปิดตัวรายงาน HTTPS ใน Search Console ภายใน 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาที่ทําให้หน้าเว็บไม่แสดงผ่าน HTTPS และช่วยปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้

### สรุป

การอัปเดต Google Algorithm หรือที่เรียกว่า Core Update เป็นเรื่องสำคัญที่คนทำ SEO ควรให้ความสำคัญและติดตามอย่างสม่ำเสมออาจส่งผลให้อันดับผลการค้นหาเปลี่ยนแปลงไปได้ทั้งในแง่ดีขึ้นหรือแย่ลง การรู้ว่า Google มีทิศทางของการจัดอันดับอย่างไร ก็เป็นการช่วยเดาทางได้ว่าควรที่จะปรับปรุงเว็บไซต์อย่างไรให้ Google ชื่นชอบ รวมถึงการติดตาม[ข้อมูลเช็คอันดับ](https://nerdoptimize.com/seo/check-website-position/)เว็บที่เปลี่ยนแปลงก็เป็นสิ่งที่ควรทำ เพื่อวางแผนปรับตัวให้เว็บไซต์มีเนื้อหาและโครงสร้างตรงกับ Google Algorithm

ซึ่งในปี 2022 นี้ก็มีการอัปเดตGoogle Algorithm หลายครั้งเช่นกัน ดังนั้น ก็อย่าลืมนำข้อสรุปของการอัปเดตในปีนี้ที่ผมนำเสนอไว้ในบทความไปลองปรับปรุงเว็บไซต์ดู แล้วได้ผลแบบไหนบ้าง อย่าลืมกลับมาแชร์ให้เพื่อนๆ ที่ติดตาม NerdOptimize ได้รู้ไปพร้อมๆ กันด้วยนะครับ 

**อ้างอิง**

[https://www.google.com/search/howsearchworks/how-search-works/](https://www.google.com/search/howsearchworks/how-search-works/)

[https://developers.google.com/search/updates/ranking](https://developers.google.com/search/updates/ranking)

[www.searchenginejournal.com](https://www.searchenginejournal.com/google-algorithm-history/#:~:text=Google's%20algorithms%20are%20a%20complex,engine%20results%20pages%20(SERPs)).

[https://www.searchenginejournal.com/google-may-core-update-impact/456886/](https://www.searchenginejournal.com/google-may-core-update-impact/456886/)

- [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fgoogle-algorithm%2F)
- [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fgoogle-algorithm%2F)

ค้นหา บทความอื่นๆ

Search

About NerdOptimize

AI Search & SEO Agency Awards

เราคือ AI Search & SEO Agency ที่ได้รับการการันตีกลยุทธ์จากรางวัลระดับโลกอย่าง Global Search Award และ APAC Search Award

60+ Employees

Global award Guaruntee

Global Search Awards 2025 : Winner Best Use of Search – Real Estate & Property: Large

APAC Search Awards 2026 : Finalist Best Use of Search – Real Estate & Property

ผู้เขียน

Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn

แชร์บทความนี้:

บทความที่คุณ อาจสนใจ

Semantic SEO คืออะไร?

Semantic SEO คืออะไร? รู้จักเทคนิคที่จะช่วยเพิ่มอันดับเว็บไซต์ให้สูงขึ้นในปี 2026

Semantic SEO กำลังเป็นกลยุทธ์ในการทำ SEO ของปี 2025 ที่การแข่งขันทางธุรกิจออนไลน์มีความเข้มข้นสูงขึ้น โดย Semantic SEO เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณทำอันดับบนหน้าแรกของ Search Engine อย่าง Google ได้ผ่านการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพโดยใช้ Keyword ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอย่างครบถ้วน ในบทความนี้เราเลยขอมาอธิบายถึงกลยุทธ์ Semantic SEO ว่ามีข้อดีอย่างไร มีเทคนิคการทำงานเป็นแบบใด และการทำ Semantic SEO จะช่วยเพิ่มอันดับเว็บไซต์ให้สูงขึ้นได้จริงแค่ไหน ทำไมบริษัทรับทำ SEO ในประเทศไทยหลายๆที่เริ่มหันมาให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก ไปติดตามกัน! Semantic SEO คืออะไร? Semantic SEO คือกลยุทธ์การทำ SEO ที่มีแนวทางมุ่งเน้นไปที่การปรับแต่งเว็บไซต์ให้สอดคล้องกับความเข้าใจของ Search Engine เกี่ยวกับเนื้อหาและบริบทของเว็บไซต์ ผ่านการสร้างคอนเทนต์คุณภาพที่ต้องมอบประโยชน์และคุณค่าให้กับผู้ใช้งานได้เข้าใจเนื้อหาได้จริง แทนที่จะใช้การสร้างคอนเทนต์ที่ใส่คีย์เวิร์ดแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เพื่อให้ Google Bot เข้าใจแต่เพียงอย่างเดียว โดยเบื้องต้นดูได้จาก Title Tag คือ และ Meta Description คือ โดยเป้าหมายหลักของ Semantic SEO คือ การทำให้ผู้ใช้งาน (รวมถึงตัว Google เอง) เข้าใจเนื้อหาบนเว็บไซต์ของคุณได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดีขึ้นในหน้าผลการค้นหา (SERPs) ทำไม Semantic SEO ถึงสำคัญ ?  สำหรับปี 2025 นั้นต้องบอกเลยว่า Semantic SEO กำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ห้ามมองข้ามของผู้ที่ต้องการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จในปี 2025 นี้โดยเหตุผลหลัก ๆ ที่ Semantic SEO สำคัญมีดังนี้ ซึ่งการทำ Semantic SEO นั้นจะสามารถช่วยให้เว็บไซต์ของคุณ มีอันดับที่ดีขึ้นในหน้าผลการค้นหา(SERPs) ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งแน่นอนว่าจะช่วยให้ธุรกิจของคุณได้รับ […]

อ่านบทความ ➝
วิธีทำ Redirect 301สำหรับสาย SEO

Redirect 301 คืออะไร? แจกขั้นตอนการทำแบบละเอียดเพื่อป้องกันอันดับร่วง

Redirect 301 คือ วิธีรักษาอันดับเว็บไซต์ที่สาย SEO ต้องทำความเข้าใจ แต่จะทำได้ยังไง ดูวิธีทำและตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้วิเคราะห์เว็บไซต์จากการ Redirect 301

อ่านบทความ ➝
Scroll to Top