หลายคนที่เพิ่งเข้าวงการทำเว็บไซต์อาจจะสงสัยว่า วิธีทําให้ Google หาเพจเราเจอนั้นคืออะไร นอกจากการทำให้เว็บไซต์ดูดี ดูสวยแล้วมีอะไรที่ต้องทำบ้าง เว็บไซต์จึงจะติดอันดับบนหน้า Google คำตอบคือ “การทำ SEO” ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเรามีคุณภาพและนำขึ้นสู่หน้าแรกของผลการค้นหา ในบทความนี้ เราจึงจะพาคุณไปเรียนรู้ว่าต้องทำอย่างไร Google ถึงจะหาเว็บไซต์ของเราเจอ พร้อมกับพารู้จักกับ 5 เทคนิคง่ายๆ ในการทำ SEO สำหรับมือใหม่ ที่ช่วยให้พัฒนาอันดับจนติดหน้าแรก Google ได้ทันที ฉบับ[บริษัทเอเจนซี่รับทำ SEO โดยเฉพาะ](https://nerdoptimize.com/seo/seo-agency-thailand/) อย่ารอช้า มาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ! Table of Contents - [เริ่มทำ SEO ทำไมถึงต้องให้ Google หาเว็บเราเจอให้ได้ก่อน ? ](#-seo--google--) - [Google ใช้เครื่องมืออะไร ในการตรวจสอบเว็บไซต์ ? ](#google---) - [เข้าใจหลักการทำงานของ SEO ทั้ง 3 ขั้นตอน Crawling, Index, Ranking](#-seo--3--crawling-index-ranking) [Crawling](#crawling) - [Index](#index) - [Ranking](#ranking) - [แชร์ 5 เทคนิควิธีทำให้ Google หาเว็บเราเจอได้ง่ายขึ้น ](#-5--google-) [Keyword Research หาคำค้นหาที่ใช่ที่สุด](#keyword-research-) - [เริ่มทำ XML Sitemap ](#-xml-sitemap) - [รีเควส Indexing ผ่านการใช้ Google Search Console ](#-indexing--google-search-console) - [ออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับทุกอุปกรณ์ (Responsive Design) ](#-responsive-design) - [เริ่มทำ Backlink ให้เว็บไซต์](#-backlink-) - [สรุปวิธีทําให้ google หาเว็บเราเจอได้ดีที่สุด](#-google-) ## เริ่มทำ SEO ทำไมถึงต้องให้ Google หาเว็บเราเจอให้ได้ก่อน ? เมื่อพูดถึงการทำ [SEO](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/) จุดมุ่งหมายของการทำคือ การเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ของเราได้ Traffic จากการทำให้ Google มองเห็นบนหน้าผลการค้นหา และยังได้ประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น - [Search Engine คือ ](https://nerdoptimize.com/seo/how-do-search-engines-work/)พื้นที่การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ เพราะ Algorithm ของ Google ที่ใช้ในการประเมินทั้งด้านคุณภาพของเนื้อหาและประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์ หากเว็บไซต์ของเราสามารถขึ้นอันดับบนหน้า Google ได้ แสดงว่าผ่านเกณฑ์ที่ Google วางเอาไว้ - การทำ SEO จะช่วยทำให้ Google เข้าใจและทำการจัดทำดัชนี (Indexing) อย่างรวดเร็วมากขึ้น เว็บไซต์ก็จะเริ่มปรากฏในผลการค้นหาและมีโอกาสดึงดูดคนเข้ามายังเว็บไซต์โดยไม่ต้องพึ่งการทำโฆษณา - ช่วยสร้างโอกาสในการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่ง เพราะการขึ้นอันดับต้นๆ ของ Google จะทำให้เพิ่มโอกาสในการที่กลุ่มเป้าหมายหาเว็บของคุณเจอและคลิกเข้ามายังเว็บไซต์มากกว่าคู่แข่ง เนื่องจากคนที่ส่วนใหญ่มักจะเลือกคลิกเข้าเว็บไซต์ในอันดับต้นๆ ก่อน  ## Google ใช้เครื่องมืออะไร ในการตรวจสอบเว็บไซต์ ? Google ใช้สิ่งที่เรียกว่า Google Bot ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือนกับรถสำรวจ โดยจะเข้าไปค้นดูเว็บไซต์ต่างๆ ผ่าน Sitemap ซึ่งเป็นเหมือนกับแผนที่ของเว็บไซต์ โดยคุณสามารถส่ง Sitemap ให้กับ Google wfhด้วยเครื่องมือที่ชื่อว่า Google Search Console ซึ่งกระบวนการนี้ถือเป็นหนึ่งใน [Technical SEO](https://nerdoptimize.com/seo/technical-seo/) ที่ต้องทำ แล้วหลังจากนั้น Google Bot จะทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น - **Crawling หรือการสำรวจโครงสร้างเว็บไซต์ **เช่น เนื้อหาบนเว็บไซต์ ลิงก์ต่างๆ ไฟล์ ฯลฯ เพื่อทำความเข้าใจว่าเว็บไซต์นี้เกี่ยวกับอะไร - **Indexing หรือการจัดทำดัชนี **ในฐานข้อมูลของ Google - **Ranking หรือการจัดอันดับ **เป็นการประเมินข้อมูลต่างๆ จาก [Google Algorithm](https://nerdoptimize.com/seo/google-algorithm/) เพื่อจัดอันดับเว็บไซต์ที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่สุดขึ้นผลการค้นหาอันดับแรกๆ ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ตามไปอ่านกันได้ในหัวข้อถัดไปเลยครับ ## เข้าใจหลักการทำงานของ SEO ทั้ง 3 ขั้นตอน Crawling, Index, Ranking มาดูกันดีกว่าว่า Google Bot นั้นมีลักษณะการทำงานอย่างไร เพื่อให้เข้าใจถึงวิธีการและสามารถนำเทคนิคต่างๆ มาปรับใช้เพื่อให้ Google หาเว็บเราเจอและจัดเก็บข้อมูลของเว็บไซต์ได้ดีขึ้น  ### Crawling การ Crawling เป็นกระบวนการสำคัญที่ Google Bot จะทำเพื่อเข้าไปค้นหาเว็บและสำรวจเว็บเหล่านั้นในส่วนต่างๆ เพื่อนำไปประเมินว่าเว็บไซต์นั้นควรได้รับการจัดทำดัชนี หรือ Index หรือไม่ ซึ่ง Google Bot จะเริ่มต้นการสำรวจจากลิงก์ที่อยู่ในฐานข้อมูลของ Google ซึ่งอาจมาจากหน้าเว็บที่เคย Index ไว้ก่อนหน้านี้, ลิงก์ที่ส่งผ่าน Google Search Console, การได้ Backlink มาจากเว็บไซต์อื่น หลังจากนั้น Bot จะทำการสแกนเนื้อหาในหน้าเว็บนั้นเพื่อค้นหา Internal Link และ External Link โดยจะสำรวจและเก็บข้อมูลหน้าเว็บใหม่ๆ ต่อไปเรื่อยๆ ### Index หลังจากที่ Google Bot ได้ทำการ Crawling และเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์ของคุณแล้ว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่กระบวนการ Index ซึ่งถือเป็นขั้นตอนในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล เพื่อให้เว็บไซต์สามารถแสดงผลในหน้าการค้นหา ([SERPs](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-serp/)) เวลาที่มีคนค้นหาเว็บไซต์ใน Keyword ที่เกี่ยวข้อง โดย Bot จะจัดเก็บข้อมูลที่ผ่านการ Crawling ลงในฐานข้อมูลของ Google ตามหมวดหมู่เพื่อให้ค้นหาได้ง่าย ยกตัวอย่างหมวดหมู่ของการ Index เช่น - หัวข้อ (Topic) - คำค้นหา (Keywords) - วันที่เผยแพร่ (Publish Date) - ลิงก์เชื่อมโยง (Internal และ External Links) ### Ranking หลังจากที่ Google รู้จักเว็บไซต์ผ่านการ Crawling และ Index มาแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการ Ranking หรือจัดอันดับเว็บไซต์ให้ขึ้นบนหน้าผลการค้นหาของ Google ซึ่งวิธีทําให้ Google หาเว็บเราเจอและจัดขึ้นไปในหน้าแรกของการค้นหาก็จะประเมินจาก 7 เรื่องสำคัญ ดังนี้ - วิเคราะห์ Keyword ที่ใช้ว่าคนค้นหาเพื่อหาอะไร โดยดูจากประเภทของเนื้อหาว่าเป็น Q&A, บทความ, วิดีโอ ดู Search Intent ของคนที่ทำการค้นหา และดูว่าคำที่ใช้นั้นสัมพันธ์กับเนื้อหาที่ Index ไว้ในระบบหรือไม่ - Google จะเรียกข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ได้จากการ Indexing ด้วย Algorithm หรือสูตรการคำนวณที่ซับซ้อน ซึ่งประกอบด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น ความเกี่ยวข้อง (Relevance) โดยดูว่า Keyword กับเนื้อหาบนหน้านั้นสอดคล้องกันหรือไม่ - คุณภาพ (Quality) โดยดูความน่าเชื่อถือและประโยชน์ของข้อมูล - ความนิยม (Popularity) โดยดูจาก Backlinks และ Social Signals ว่ามีการกล่าวถึงหน้าเว็บไซต์นั้นๆ หรือไม่ - ประเมินว่าหน้านั้นๆ ทำ On-Page SEO ได้ดีพอหรือไม่ - ประเมินว่าหน้านั้นๆ มีการทำ Off-Page SEO ที่มีคุณภาพหรือไม่ - ประเมินว่า User Experience ในการใช้เว็บไซต์ดีหรือไม่ โดยดูจากหลายปัจจัย เช่น Responsive Design, Core Web Vitals เป็นต้น - มีการทำ Local SEO หรือไม่ - วิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้ เช่น ดูว่า CTR เป็นอย่างไร เป็นต้น ซึ่งการจัดอันดับนี้ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการจัดอันดับไปบ้างไม่มากก็น้อยในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับ Google Core Update หรือก็คือ การประเมินภาพรวมของคอนเทนต์ทั้งหมดที่มีในระบบของทุกเว็บไซต์ ซึ่งจะเป็นเหมือนการจัดอันดับคอนเทนต์ใหม่ในทุกปี ## แชร์ 5 เทคนิควิธีทำให้ Google หาเว็บเราเจอได้ง่ายขึ้น อ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะอยากรู้กันแล้วว่า วิธีทำให้ Google หาเว็บเราเจอได้ง่ายขึ้นนั้นมีอะไรบ้าง วันนี้ Nerd หยิบเทคนิคดีๆ ที่ใช้บ่อยๆ มาฝากถึง 5 วิธีด้วยกัน ซึ่งจะต้องทำอะไรบ้างนั้น ตามไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ ### Keyword Research หาคำค้นหาที่ใช่ที่สุด การทำ [Keyword Research คือ](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-research-strategy/) การวางแผน [Keyword](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-keyword/) ที่เป็นคำที่คนใช้ในการค้นหาข้อมูล สินค้า หรือบริการบน Search Engine อย่าง Google โดยการทำ Keyword Research ที่ดีจะช่วยทำให้ Google จัดอันดับหน้าเว็บไซต์ขึ้นไปอยู่ในหน้าแรกๆ ของผลการค้นหา ซึ่งวิธีการวางแผน Keyword ที่มีคุณภาพนั้นก็มีอยู่หลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็น… - ความเกี่ยวข้อง (Relevance) คือ Keyword ที่เลือกมาทำ SEO จะต้องเกี่ยวข้องกับธุรกิจ สินค้า หรือบริการที่ทำอยู่ เช่น ถ้าทำบริการทัวร์ ก็ควรจะทำ Keyword ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เป็นต้น - ประเภทของ Keyword เพราะ Keyword นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท เช่น Head Terms, Body Keywords, Long tail Keywords ฯลฯ ถ้าเป็นช่วงเริ่มต้นทำเว็บไซต์ใหม่ก็ควรจะเลือกใช้เป็น Long tail Keywords ที่มีปริมาณการค้นหาอยู่บ้างแต่คู่แข่งไม่สูง - ปริมาณการค้นหา (Search Volume) คือ เลือก Keyword ที่มีปริมาณการค้นหาที่เหมาะสม โดยอาจจะเลือกที่มี Search Volume ในหลัก 1,000 ขึ้นไป แต่มีคู่แข่งไม่มากมาทำก่อน - ระดับการแข่งขัน (Keyword Difficulty: KD) ควรเลือก Keyword ที่ KD ไม่สูงมาก ซึ่งสามารถดูคะแนน KD ได้จาก SEO Tools ต่างๆ เช่น Google Keyword Planner, Ahrefs เป็นต้น - ดูเจตนาในการค้นหา (Search Intent) ของกลุ่มเป้าหมาย คือ ดูว่าเขามีเหตุผลอะไรถึงได้ค้นหา Keyword นั้นๆ เช่น ค้นหาเพราะอยากรู้ข้อมูล (Informational Intent), ค้นหาเพราะต้องการซื้อ (Transactional Intent) เป็นต้น - แนวโน้มของ Trend ที่คนจะค้นหา Keyword นั้นๆ ว่ามีเป็นอย่างไร เช่น คนจะค้นหาว่า ซื้อกุหลาบจำนวนมากในช่วงใกล้ๆ กับวันวาเลนไทน์ หากต้องการทำ Keyword นี้ก็ควรที่จะทำคอนเทนต์เอาไว้บนเว็บไซต์ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือน เป็นต้น ### เริ่มทำ XML Sitemap  XML Sitemap คือไฟล์ที่ช่วยให้ Google เข้าใจโครงสร้างของเว็บไซต์ได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ถูก Crawling และ Indexing ได้ครบมากขึ้น ส่วนวิธีการทำจะมีดังต่อไปนี้ - **วางแผนโครงสร้างของเว็บไซต์** ก่อนเริ่มสร้าง XML Sitemap ควรมีโครงสร้างเว็บไซต์ที่ชัดเจน เพราะ Bot จะทำการสำรวจและเก็บข้อมูลว่าเว็บไซต์นี้มีจำนวนเนื้อหาทั้งหมดกี่หน้า มีกี่ URL บนเว็บไซต์และแต่ละเพจมีการอัปเดตล่าสุดเมื่อไหร่ หากวางโครงสร้างไว้ไม่ดี อาจทำให้ Bot ทำการ Crawling ได้ไม่ครบ ยกตัวอย่างการจัดประเภทของหน้าเพจต่างๆ ออกเป็นหมวดหมู่บนเว็บไซต์ เช่น – หน้าแรก (Homepage) – บทความ (Blog Posts) – หน้าสินค้า/บริการ (Product/Service Pages) – หน้าติดต่อเรา (Contact Page) - **ใช้เครื่องมือสร้าง XML Sitemap ** สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ด้าน Coding แนะนำให้ทำ XML Sitemap[ จาก XML-Sitemaps.com](https://www.xml-sitemaps.com/) ซึ่งใช้งานง่ายที่สุด เพียงกรอก URL ของเว็บไซต์ในช่อง > กด Start > รอ > ดาวน์โหลดไฟล์ .xml มาใช้งานได้ทันที หรือใครที่ใช้ WordPress ก็สามารถใช้ปลั๊กอินที่ชื่อว่า Yoast SEO ในการสร้าง XML Sitemap ก็ได้เช่นกัน ### รีเควส Indexing ผ่านการใช้ Google Search Console การรีเควสต์ Indexing คือการแจ้งให้ Google รู้ว่ามีหน้าเว็บใหม่หรือหน้าเว็บที่ได้รับการแก้ไขที่ต้องการให้ Google Bot เข้ามา Crawling และ Indexing เร็วขึ้น ซึ่งคุณสามารถ add url google ฟรี เพื่อเรียกให้ Google Bot เข้ามา Crawling และ Indexing ได้เพียงแค่ลงทะเบียนเว็บไซต์ กับ Google Search Console - เข้าไปที่[ Google Search Console](https://search.google.com/search-console/about) และล็อกอินด้วยบัญชี Google ที่ผูกกับเว็บไซต์ - เพิ่ม URL ของคุณ ลงใน Google search console ในช่อง Inspect any URL  - หลังจากกด Enter ระบบจะแสดงสถานะของ URL นั้นว่าได้รับการ Index หรือยัง ถ้ายังให้ทำการคลิกที่ Request Indexing  - หลังจากกด Request Indexing ไปแล้ว Google จะเริ่ม Crawling และ Indexing หน้าเว็บนั้นให้ และถ้าหน้านั้นได้รับการ Index แล้วสถานะหลังจากที่กลับเข้ามาเช็กอีกครั้งจะแสดงข้อมูลว่า URL is on Google  ### ออกแบบเว็บไซต์ให้รองรับทุกอุปกรณ์ (Responsive Design) อย่างที่บอกไปแล้วว่า Google ให้ความสำคัญกับ User Experience ในการใช้งานเว็บไซต์ด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น วิธีทําให้ Google หาเว็บเราเจออีกหนึ่งอย่างก็คือ การทำให้เว็บไซต์สามารถเข้าใช้งานได้จากทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น Desktop Tablet หรือ Mobile โดยคุณสามารถทำการตรวจสอบได้ว่าเว็บไซต์ของคุณตอนนี้ทำ Responsive Design แล้วหรือไม่ ได้ที่ [https://search.google.com/test/mobile-friendly](https://search.google.com/test/mobile-friendly) > ใส่ URL เว็บไซต์ของคุณ > คลิก Test URL เพื่อดูว่าเว็บไซต์รองรับมือถือหรือไม่ได้เลย  ซึ่งถ้าคุณยังไม่ได้ทำให้เว็บไซต์ให้สามารถรองรับได้ทุกอุปกรณ์อาจจะต้องปรึกษาทีม Developer ในการปรับปรุง หรือถ้าคุณใช้ CMS ในการทำเว็บไซต์ เช่น WordPress ก็อาจจะต้องเลือกธีมที่รองรับ Responsive Design เช่น Astra หรือ OceanWP มาใช้งานแทน ### เริ่มทำ Backlink ให้เว็บไซต์  การทำ Backlink กลับมายังเว็บไซต์เป็นเทคนิคด้านการทำ Off-Page SEO โดยเป็นวิธีทําให้ Google หาเว็บเราเจอจากการที่เห็นว่ามีเว็บไซต์อื่นๆ ที่น่าเชื่อถือและมีเนื้อหาอยู่ในประเภทเดียวกันกับเว็บไซต์ของคุณทำการส่งลิงก์ที่อ้างอิงถึงกลับมา ส่งผลให้อันดับในหน้าผลการค้นหาสูงขึ้นได้ด้วย สำหรับวิธีเริ่มต้นทำ Backlink ให้เว็บไซต์นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่ในที่นี้จะแนะนำวิธีที่นิยมทำกันและเป็นวิธีแบบ SEO สายขาวที่เป็นการได้ Backlink มาแบบธรรมชาติ เช่น - สร้างเนื้อหาคุณภาพสูง เช่น บทความเชิงลึก อินโฟกราฟิก หรือวิดีโอ มีโอกาสสูงที่จะได้รับ Backlink จากเว็บไซต์อื่นจากการที่เว็บเหล่านั้นนำเนื้อหาไปอ้างอิง - เขียนบทความ Guest Post ให้กับเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ - ติดต่อและสร้างความสัมพันธ์กับเว็บไซต์ในวงการเดียวกัน แล้วแลกเปลี่ยนด้วยการทำ Backlink หากัน - โปรโมตคอนเทนต์ของคุณบน Social Media และกรุ๊ปต่างๆ ถึงแม้ว่าโซเชียลมีเดียจะไม่ใช่ Backlink แบบ DoFollow แต่ก็ช่วยเพิ่มการมองเห็นและโอกาสที่เว็บไซต์อื่นจะลิงก์กลับมาหาได้เหมือนกัน ## สรุปวิธีทําให้ google หาเว็บเราเจอได้ดีที่สุด สรุปแล้ววิธีทําให้ Google หาเว็บเราเจอได้ดีที่สุด คือ การทำให้เว็บไซต์มีคุณภาพไม่ว่าจะเป็นการทำ Om-Page SEO, Off-Page SEO หรือ Technical SEO ที่ควรจะปรับปรุงเว็บไซต์ให้ตรงตามเกณฑ์ที่ Google กำหนดในทุกๆ ด้าน แน่นอนว่า นี่อาจจะใช้เวลาและเป็นเรื่องที่ซับซ้อนสำหรับมือใหม่ ซึ่งถ้าคุณประเมินแล้วว่า ต้องการที่จะทำอันดับบน Google ให้ได้เร็วขึ้นและไม่ต้องการเสียเวลาในการลองผิดลองถูกเพื่อหาวิธีทําให้ Google หาเว็บเราเจอด้วยตัวเอง ก็สามารถใช้บริการบริษัท[รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกของ Google เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำและให้คำปรึกษาในการทำ SEO ได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้นนั่นเอง - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Feasy-step-to-make-google-find-your-website%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Feasy-step-to-make-google-find-your-website%2F)