เคยสงสัยไหมว่าในบรรดาแคมเปญการตลาดออนไลน์ทั้งหมดที่คุณทำไป ไม่ว่าจะเป็นการยิงแอดบน Facebook, การทำ Email Marketing หรือการจ้าง KOL ช่องทางไหนที่สร้าง Traffic และเปลี่ยนเป็นลูกค้าได้ดีที่สุด? หากคุณยังตอบคำถามนี้ไม่ได้ หรือได้แต่คาดเดา การทำ UTM คือสิ่งที่จะเข้ามาช่วยหาคำตอบให้คุณได้ โดย UTM คือเครื่องมือทรงพลังที่นักการตลาด Digital Marketing ทุกคนต้องรู้จัก สิ่งนี้เปรียบเหมือน “ป้ายชื่อ” ที่เราสามารถติดไปกับ URL เพื่อติดตามและวัดผลลัพธ์ของแต่ละแคมเปญ ช่วยให้เราตัดสินใจใช้งบประมาณการตลาดได้อย่างคุ้มค่าและแม่นยำยิ่งขึ้น บทความนี้ NerdOptimize จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า UTM คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร และมีวิธีสร้าง UTM Link อย่างไรบ้างแบบจับมือทำ Table of Contents - [UTM คืออะไร ?](#utm--) - [UTM มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ?](#utm---hd-69e4150f06b95) [utm_source](#utmsource) - [utm_medium](#utmmedium) - [utm_campaign](#utmcampaign) - [utm_term](#utmterm) - [utm_content](#utmcontent) - [อยากสร้างลิงก์ UTM ต้องทำอย่างไร ? สอนวิธีแบบจับมือทำ](#-utm---) - [สอนวิธีดู Traffic จากการทำ UTM ด้วยเครื่องมือฟรี แบบง่าย ๆ ](#-traffic--utm---) - [ข้อดีของการทำ UTM มีอะไรบ้าง?](#-utm-) [วัดผล ROI และ ROAS ได้อย่างแม่นยำ](#-roi--roas-) - [เปรียบเทียบประสิทธิภาพของแต่ละช่องทาง](#hd-69e4150f06bff) - [ช่วยในการวัดผลการทำ A/B Testing สำหรับการทำ CRO ](#-ab-testing--cro) - [ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมลูกค้ามากขึ้น ](#hd-69e4150f06c21) - [ทำให้ทุกคลิกวัดผลได้และมีความหมายด้วยการเริ่มทำ UTM Tracking](#-utm-tracking) ## UTM คืออะไร ? UTM ย่อมาจาก Urchin Tracking Module คือ ชุดของ Parameter หรือโค้ดสั้น ๆ ที่เรานำไปต่อท้าย URL ปกติของเรา เพื่อส่งข้อมูลให้กับเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Google Analytics ให้รู้ว่าผู้ใช้งานที่คลิกลิงก์นี้เข้ามายังเว็บไซต์ของเรา มาจากแหล่งที่มา (Source), ช่องทาง (Medium) และแคมเปญ (Campaign) ใด พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า UTM คืออะไร? สิ่งนี้ก็เหมือนกับการที่เราติด GPS หรือป้ายชื่อเฉพาะให้กับลิงก์แต่ละอันที่เรานำไปโปรโมตในช่องทางต่างๆ เช่น ลิงก์สำหรับโพสต์บน [Social Media](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-social-media/), ลิงก์สำหรับแบนเนอร์ในเว็บไซต์ หรือลิงก์ในการทำ Email Marketing เมื่อมีคนคลิกเข้ามา เราก็จะรู้ได้ทันทีว่า “คนนี้มาจากลิงก์ Facebook นะ” ทำให้การวัดผล UTM Tracking เป็นไปได้อย่างแม่นยำ ขอบคุณรูปภาพภาพจาก : KORTX ## UTM มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ? โดยทั่วไปแล้ว UTM Parameters ที่สำคัญและจำเป็นต้องใช้ จะมีอยู่ 5 ส่วนหลัก ๆ ซึ่งแต่ละส่วนจะทำหน้าที่บอกข้อมูลที่แตกต่างกันไป ดังนี้ ### utm_source utm_source คือ ส่วนที่ระบุ “แหล่งที่มา” ของ Traffic ว่ามาจากแพลตฟอร์ม Social Media Marketing หรือเว็บไซต์ใด เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดและต้องใส่เสมอ ตัวอย่างเช่น Google, Facebook, Tiktok หรือแม้แต่ E-Commerce Platform เช่น Shopee, Lazada, TikTokShop ก็ใช้ได้เช่นกัน ### utm_medium utm_medium คือ ส่วนที่ระบุ “ช่องทางหรือประเภท” ของการตลาดที่เราใช้ เป็นเหมือนการจัดกลุ่มประเภทของแหล่งที่มาอีกที ตัวอย่างเช่น cpc (Cost-Per-Click), social (สำหรับ Social Media ทั่วไป), Email (สำหรับ [Email Marketing], Banner (ภาพแบนเนอร์จากเว็บไซต์), Organic (สำหรับการเสิร์ชผ่าน Google) หรือ [KOL](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-key-opinion-leader/) (แคมเปญที่ใช้ KOL ทำการตลาด) ### utm_campaign utm_campaign คือ ส่วนที่ระบุ “ชื่อแคมเปญ” หรือโปรโมชันที่เรากำลังทำอยู่ เพื่อให้เรารู้ว่า Traffic นี้มาจากแคมเปญการตลาดชุดไหน ตัวอย่างเช่น summer-sale-2024, new-product-launch, 12-12-promotion ### utm_term utm_term คือ ส่วนที่ใช้ระบุ “Keyword” สำหรับแคมเปญโฆษณาแบบ PPC (Pay-Per-Click) โดยเฉพาะ มักใช้กับ Google Ads เพื่อดูว่า Keyword คำไหนที่ทำให้เกิดคลิก ตัวอย่างเช่น รับทำการตลาดออนไลน์, รองเท้าวิ่งผู้ชาย ### utm_content utm_content คือ ส่วนที่ใช้ระบุ “เนื้อหาหรือชิ้นงานโฆษณา” ที่แตกต่างกันภายใต้แคมเปญเดียวกัน เพื่อใช้เปรียบเทียบ (A/B Testing) ว่าโฆษณาชิ้นไหน รูปภาพไหน หรือปุ่ม CTA (Call-to-Action) อันไหนทำงานได้ดีกว่ากัน ตัวอย่างเช่น blue-button, video-ad-version-A, header-link ซึ่งเป็นวิธีการติด UTM ที่บริษัท[รับทำ CRO](https://nerdoptimize.com/cro/) ส่วนใหญ่มักจะใช้เพื่อวัดผลการ Testing กันมากที่สุด ## อยากสร้างลิงก์ UTM ต้องทำอย่างไร ? สอนวิธีแบบจับมือทำ การสร้าง UTM นั้นเรียกว่าเป็นวิธีที่ง่ายมาก ๆ และทำได้ฟรี แบบไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องมานั่งพิมพ์ Parameter เองทั้งหมด เพราะมีเครื่องมือฟรีที่ช่วยให้งานนี้ง่ายขึ้นมาก นั่นคือ Campaign URL Builder ของ Google เอง โดยมีขั้นตอนการวิธีติด UTM ดังนี้ - เข้าไปที่เครื่องมือ [Campaign URL Builder](https://ga-dev-tools.google/campaign-url-builder/) - นำ URL ปลายทางของหน้าเว็บที่เราต้องการให้คนเข้ามาใส่ในช่อง website URL - กรอกข้อมูลในช่อง Parameters ที่สำคัญ ได้แก่ utm_source, utm_medium, และ utm_campaign ตามที่ได้วางแผนไว้ - กรอก utm_term และ utm_content หากต้องการวัดผลที่ละเอียดขึ้น (ไม่บังคับ) - โดยตัวโปรแกรมของ Campaign URL Builder จะทำการสร้าง URL ที่มี UTM ต่อท้ายให้โดยอัตโนมัติในช่องด้านล่าง เราสามารถคัดลอกลิงก์นั้นไปใช้งานเพื่อวัดผลการทำการตลาดของคุณได้ทันที  ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการโปรโมตแคมเปญลดราคากลางปีบนแพลตฟอร์ม Social Media Marketing อย่าง Facebook ก็อาจจะตั้งค่า UTM ได้ดังนี้ - website URL: https://nerdoptimize.com/blog/special-offer - utm_source: facebook - utm_medium: social - utm_campaign: mid-year-sale-2024 ซึ่งลิงก์ที่คุณจะได้ก็จะมีหน้าตาของ UTM Parameters แบบนี้ : [https://nerdoptimize.com/blog/special-offer?utm_source=facebook&utm_medium=social&utm_campaign=mid-year-sale-2024](https://nerdoptimize.com/blog/special-offer?utm_source=facebook&utm_medium=social&utm_campaign=mid-year-sale-2024) ## สอนวิธีดู Traffic จากการทำ UTM ด้วยเครื่องมือฟรี แบบง่าย ๆ หลังจากที่เรานำลิงก์ UTM Tag ไปใช้แล้ว คำถามต่อมาคือ แล้วเราจะดูผลลัพธ์ของการทำ UTM Tracking ได้จากที่ไหน? คำตอบคือ Google Analytics (GA4) นั่นเอง โดยคุณสามารถดูข้อมูลที่ UTM ส่งมาได้โดยเข้าไปที่ Reports > Acquisition > Traffic acquisition ซึ่งเมื่อกดเข้ามาในหน้ารายงานนี้ Google Analytics จะแสดงตารางข้อมูล Traffic โดยเราสามารถเลือกดู Dimension เป็น Session source / medium (แหล่งที่มา/สื่อ) หรือ Session campaign (แคมเปญ) ได้ ซึ่งชื่อต่างๆ ที่แสดงในรายงานนี้ ก็คือชื่อที่เราได้ตั้งไว้ใน UTM Parameters นั่นเอง สิ่งนี้ช่วยให้การทำ [Digital Marketing](https://nerdoptimize.com/marketing/digital-marketing/) ของคุณมีข้อมูลในการตัดสินใจที่ดีขึ้น ## ข้อดีของการทำ UTM มีอะไรบ้าง? การที่คุณลองสร้าง UTM ให้กับทุกแคมเปญการตลาดของคุณนั้นมีประโยชน์มากมาย ที่จะเข้ามาช่วยให้การวัดผลการทำการตลาดของคุณเห็นตัวเลขที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งนี่คือข้อดีหลักของการทำ UTM ที่เราอยากหยิบยกมาให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจ ### วัดผล ROI และ ROAS ได้อย่างแม่นยำ การติด UTM Parameter กับการทำแคมเปญการตลาดของคุณนั้น จะสามารถให้คุณวัดผลค่า ROI (Return on Investment) และ [ROAS](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-raos/) (Return on Advertising Spend) ได้อย่างแม่นยำ เพราะคุณจะรู้ว่าเงินที่จ่ายไปในแต่ละช่องทาง (เช่น Facebook Ads, Google Ads) สร้าง [Engagement](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-engagement/), Traffic หรือ Conversion กลับมาได้เท่าไหร่ ทำให้สามารถจัดการงบประมาณในการทำโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ### เปรียบเทียบประสิทธิภาพของแต่ละช่องทาง การติด UTM นั้นจะสามารถช่วยให้เห็นภาพชัดเจนว่าระหว่าง Social Media Marketing กับ Email Marketing หรือช่องทางอื่น ๆ ว่าช่องทางไหนมี Performance ได้ดีกว่ากันสำหรับแคมเปญแต่ละประเภท ซึ่งจะช่วยให้คุณใช้งบประมาณไปกับช่องทางที่ลูกค้ากดคลิก หรือ Action มากที่สุด ไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูกหรือคาดเดาเอง ### ช่วยในการวัดผลการทำ A/B Testing สำหรับการทำ CRO ด้วยการติดตั้ง utm_content หรือ utm_test เราสามารถทดสอบได้ว่ารูปภาพ, ข้อความ (Copywriting), หรือปุ่ม [Call To Action](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-call-to-action/) (CTA) แบบไหนที่คนคลิกมากกว่ากัน เพื่อนำไปปรับปรุงชิ้นงานโฆษณาในอนาคตได้ เป็นส่วนสำคัญมาก ๆ ที่ใครที่กำลังเริ่มทำ CRO ต้องให้ความสำคัญกับเรื่อง UTM เพราะจะช่วยทำให้คุณรู้ได้เลยว่าสมมติฐานการทดลองแบบไหน ที่ Users มาสร้าง Action ได้มากที่สุด ขอบคุณรูปภาพภาพจาก : Varify.io ### ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมลูกค้ามากขึ้น เพราะข้อมูลจากการติดตั้ง UTM Tag จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณมาจากแพลตฟอร์มไหนเป็นหลัก ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางกลยุทธ์ตามหลัก [PDCA](https://nerdoptimize.com/marketing/what-is-pdca/) ที่เป็นเรื่องของการวางแผนการทำการตลาดและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ## ทำให้ทุกคลิกวัดผลได้และมีความหมายด้วยการเริ่มทำ UTM Tracking สรุปแล้ว UTM คือ เครื่องมือสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการทำ Digital Marketing ยุคใหม่ เพราะการที่คุณเริ่มทำ UTM นั้นจะช่วยเปลี่ยนการทำการตลาดแบบเดิมที่ต้องอาศัยการ “เดาสุ่ม” ให้กลายเป็นการทำการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย “ข้อมูล” (Data-Driven) ทำให้คุณสามารถวัดผล วิเคราะห์ และปรับปรุงแคมเปญต่าง ๆ ได้อย่างมีทิศทางและแม่นยำ แต่อย่างไรก็ตามการทำ UTM Tracking เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ในการทำการตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ หากคุณต้องการพาร์ทเนอร์ที่เชี่ยวชาญเพื่อช่วยวางกลยุทธ์การทำ SEO และผลักดันธุรกิจของคุณให้เติบโตอย่างยั่งยืนบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หรือการวางแผนกลยุทธ์ SEO ที่พร้อมให้แบรนด์ของคุณเติบโตในยุค AI Marketing NerdOptimize[ บริษัทรับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/seo-agency-thailand/) ยินดีให้คำปรึกษาและบริการ เพราะเราคือผู้เชี่ยวชาญด้านการ[รับทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) และรับทำ CRO (Conversion Rate Optimization) เพื่อเปลี่ยนให้ทุก Traffic ที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ เปลี่ยนเป็นลูกค้าให้ได้มากที่สุด ติดต่อเราเพื่อพูดคุยได้เลยวันนี้ [ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรีคลิกเลย](https://nerdoptimize.com/contact-us/) - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fmarketing%2Fwhat-is-utm%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fmarketing%2Fwhat-is-utm%2F)