Home - Marketing - Influencer Marketing คืออะไร? อธิบายครบ จบ ในบทความเดียว

Influencer Marketing คืออะไร? อธิบายครบ จบ ในบทความเดียว

ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ Tier influencer
ปัจจุบันการแข่งขันทางธุรกิจเป็นอะไรที่ดุเดือดและทวีความเข้มข้นอยู่ตลอด เนื่องจากสมัยนี้ไม่ว่าธุรกิจจะเล็กหรือใหญ่เพียงใดก็สามารถทำการตลาดได้โดยอาศัยอิทธิพลของสื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียต่าง ๆ เป็นช่องทางในการโปรโมทธุรกิจของตัวเองให้เป็นที่รู้จักได้

จึงเป็นเหตุผลให้แต่ละธุรกิจต้องเลือกหากลยุทธ์ในการเข้าถึงผู้บริโภค สร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ทำให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักให้ได้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับการยอมรับที่สุดในยุคนี้ก็คือกลยุทธ์ที่ชื่อว่า Influencer Marketing หรือการทำการตลาดโดยใช้ผู้มีชื่อเสียงในโลกออนไลน์ โน้มน้าวใจผู้บริโภค

โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีหลังที่กลยุทธ์นี้กลายเป็นกลยุทธ์ที่ถูกยอมรับจากธุรกิจส่วนใหญ่ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็กระดับ SME ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่ครอบครองแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ 

ในบทความนี้ Nerd Optimize จะขอพาคุณไปศึกษากลยุทธ์ Influencer Marketing แบบหมดเปลือก ทั้งความหมายและความสำคัญ Influencer Marketing ต่อการทำการตลาด, ข้อดีของการทำ Influencer Marketing ไปจนถึงเทคนิคในการใช้งานกลยุทธ์ Influencer Marketing ให้ประสบความสำเร็จได้จริง หากพร้อมแล้ว ไปติดตามกัน

## Influencer คืออะไร ?

![Influencer คืออะไร](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/06/Influencer-คืออะไร-e1623569807885.png)

Influencer (อินฟลูเอนเซอร์) คือ บุคคลที่มีชื่อเสียงและอิทธิพลบนสื่อออนไลน์ มีคนให้ความสนใจและมีผู้ติดตามผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, TikTok, Youtube, Twitter และอื่น ๆ คำว่า Influencer นั้นไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นดารา ศิลปิน เป็นบุคคลสาธารณะแต่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถเป็นบุคคลธรรมดา ๆ หรือเป็นเพจที่มีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย และมีความสามารถในการโน้มน้าวใจกลุ่มผู้ติดตามของพวกเขาก็ได้เช่นกัน

ซึ่ง Influencer แต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ทั้งนี้จะต้องอยู่ที่คาแรคเตอร์ (ตัวตน) ของ Influencer คนนั้นๆ รวมไปถึงสไตล์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ของ Influencer แต่ละคน ที่จะเป็นสิ่งที่แยกแยะว่า Influencer คนไหน เหมาะกับแบรนด์หรือสินค้าประเภทไหนนั่นเอง

## ประเภทของ Influencer มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?

![ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ Tier influencer](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/06/ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ-Tier-influencer-731x400.png)

_www.primal.co.th/social/hop-aboard-the-influencer-marketing-train/_

Influencer แบ่งออกเป็น 5 ประเภท โดยใช้เกณฑ์ในการแบ่งประเภทของ Influencer จากจำนวนผู้ติดตาม โดยแต่ละประเภทมีรายละเอียด ดังนี้

### 1. Nano Influencer

Nano Influencer คือ Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่หลัก 1,000 – 10,000 คน เป็น Influencer ที่มีจำนวนเยอะที่สุดในตลาด มีข้อดีในเรื่องของราคาที่ไม่สูงมาก มีความเชี่ยวชาญในเรื่องเฉพาะด้าน (Niche Market) มีความสัมพันธ์ระหว่างที่ใกล้ชิดกับผู้ติดตาม มีอิทธิพลในการโน้มน้าวใจผู้ติดตามได้ดี เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน

### 2. Micro Influencer

Micro Influencer คือ Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 10,000 – 50,000 คน เป็น Influencer ที่โดดเด่นในเรื่องของสร้างสรรค์คอนเทนต์ ที่จะมีความเป็นมืออาชีพขึ้นมาจากระดับ Nano Influencer ถือว่าเป็นกลุ่ม Influencer ที่เข้ากับสินค้าและแบรนด์ได้หลากหลายประเภททั้งตลาดเฉพาะกลุ่ม หรือแนวไลฟ์สไตล์ กิน เที่ยว เล่น ชอปปิ้ง ฯลฯ เรียกว่าเหมาะกับสินค้าหลากหลาย

### 3. Mid-Tier Influencer

Mid-Tier Influencer คือ Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 50,000 – 100,000 คน Influencer ประเภทนี้จะเป็นที่ต้องการของแบรนด์พอสมควร เพราะจะเริ่มเป็น Influencer ระดับมืออาชีพมีฐานผู้ติดตามเยอะกว่า 2 ประเภทก่อนหน้า (แต่ราคาก็สูงตามไปด้วย) มีการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ สร้าง Brand Awareness ได้ดีพอสมควร

### 4. Macro Influencer

Macro Influencer คือ Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 100,000 – 1,000,000 คน เป็น Influencer ที่มีฐานผู้ติดตามเยอะ ส่วนใหญ่มักจะเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม เช่น นักแสดง เนตไอดอล นักร้อง นักกีฬาชื่อดัง เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ต้องการสร้าง Brand Awareness ในระดับที่ใหญ่ขึ้นมาจาก Influencer กลุ่มอื่น แต่อาจมีข้อเสียในเรื่องของการสร้าง Engagement เพราะ Influencer ประเภทนี้จะมีความสัมพันธ์กับผู้ติดตามน้อย และเรทราคาในการจ้างที่สูง

### 5. Mega Influencer

Mega Influencer คือ Influencer ที่มีผู้ติดตามตั้งแต่ 1,000,000 คนขึ้นไป หรือเรียก Influencer ประเภทนี้อีกชื่อว่า Celebrity / Mass Publisher ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนในวงการบันเทิง เป็นกลุ่ม Influencer ที่มีอิทธิพลและผู้ติดตามสูงที่สุด ข้อดีของ Influencer จะเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสร้าง Brand Awareness แบบไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย ต้องการเข้าถึงกลุ่มคนจำนวนมาก ๆ ภายในการโพสต์เพียงครั้งเดียว แต่มีข้อเสียคือเรทราคาที่สูงกว่า Influencer ทุกประเภท (ต้องเป็นแบรนด์ที่มี Budget เยอะ)

### Influencer และ KOL มีความแตกต่างกันอย่างไร ?

KOL ย่อมาจาก Key Opinion Leader คือ ผู้ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อผู้บริโภค เป็นที่ยอมรับของสังคม สามารถโน้มน้าวใจผู้บริโภคได้ โดยอาจเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและพอมีผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดียบ้าง เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในเรื่องต่าง ๆ จัดว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนที่ใช้เป็นช่องทางในการทำการตลาดออนไลน์ได้ 

แม้โดยรวม KOL อาจดูมีความคล้ายคลึงกับ Influencer จนทำให้นักการตลาดหลายท่านสับสน แต่จริง ๆ แล้ว Influencer กับ KOL มีความแตกต่างกันอยู่ดังนี้

- KOL เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เป็นที่ยอมรับของกลุ่มคนในตลาดนั้น ๆ ขณะที่ Influencer มักเป็นผู้นำทางความคิดและไลฟ์สไตล์ในวงกว้าง

- ผู้ที่ติดตาม KOL ส่วนใหญ่จะมีความรู้สึกยกย่อง ได้รับการยอมรับจากผู้ติดตาม แต่ Influencer นั้น ผู้ติดตามจะชื่นชอบที่ รูปลักษณ์ภายนอก ไลฟ์สไตล์ และการนำเสนอคอนเทนต์มากกว่า

- KOL อาจไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียวมากมาย แต่ต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลอย่างมากกับผู้ติดตามที่พวกเขามี แต่ Influencer จะวัดกันที่จำนวนผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียเป็นสำคัญ

## Influencer Marketing คืออะไร?

Influencer Marketing คือรูปแบบการตลาดอย่างหนึ่งที่อาศัยบุคคลที่มีผู้ติดตามหรือมีชื่อเสียง (Influencer) เป็นช่องทางในการนำเสนอสินค้า, แบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ผ่านการทำคอนเทนต์ที่เผยแพร่ในสื่อออนไลน์ของตัวเอง เพื่อโน้มน้าวใจกลุ่มเป้าหมายให้กลายเป็นลูกค้าของธุรกิจ หรือสร้าง Brand Awareness ให้กับธุรกิจตัวเอง

โดย Influencer Marketing ถือเป็นอีกหนึ่ง Marketing Strategy* ที่สำคัญอย่างมากในยุคปัจจุบัน เพราะกลยุทธ์นี้จะอาศัยการใช้ Influencer ที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง มีอิทธิพลในการโน้มน้าวใจผู้อื่น เป็นตัวกลางแนะนำ บอกต่อ ถึงคุณค่าของสินค้าและบริการของคุณ

ซึ่งตรงกันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่มักเชื่อสิ่งที่ดูเป็น “เรื่องจริง” มากกว่าการทำโฆษณา ผู้บริโภคได้เห็นแล้วว่าสินค้าตัวนั้น ๆ ได้รับการยอมรับจากเหล่าคนที่ตนติดตาม แสดงว่าสินค้า(หรือบริการ) ตัวนั้น ๆ มีคุณภาพ ควรค่าแก่การใช้งานจริง ส่วนการทำโฆษณาก็เป็นเพียงแค่เทคนิคที่แบรนด์เอามาล่อผู้บริโภคเพื่อต้องการสร้างยอดขาย

_Marketing Strategy คือ กลยุทธ์การตลาด ที่อาศัยขั้นตอนในการวางแผนปฏิบัติงานเพื่อทำให้ธุรกิจไปถึงเป้าหมายที่ต้องการ ถือเป็นวิธีการวางแผนที่ทุกธุรกิจ “ควรต้องทำ” เพื่อการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ_

ดังนั้นการที่มี Influencer ที่มาทำการโฆษณา ลงคอนเทนต์เกี่ยวกับแบรนด์คุณก็จะช่วยเพิ่มความรู้สึกที่ดูเป็นเรื่องจริง ให้กับผู้บริโภคมากขึ้น จนทำให้ผู้บริโภคยอมรับในสินค้าหรือแบรนด์ของคุณในที่สุด

ซึ่งเรื่องนี้อ้างอิงได้จากผลสำรวจของ [MediaKix](https://mediakix.com/) ในปี 2020 พบว่านักการตลาดทั่วโลกกว่า 80% ยอมรับในประสิทธิภาพของกลยุทธ์ Influencer Marketing ว่า “ได้ผลดีเยี่ยม” กับการทำการตลาดออนไลน์ในปัจจุบัน ซึ่ง Influencer Marketing เองก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคยอดฮิตของการทำ[การตลาดออนไลน์ (Online Marketing)](https://nerdoptimize.com/marketing/online-marketing/) เช่นกัน

![สถิติผลตอบลัพธ์ของการทำการตลาดผ่าน influencer](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/06/สถิติผลตอบลัพธ์ของการทำการตลาดผ่าน-influencer-633x400.png)

_www.mediakix.com_

## ข้อดีของการทำ Influencer Marketing มีอะไรบ้าง ?

แน่นอนว่าการใช้งาน Influencer Marketing มีข้อดีที่ส่งผลต่อธุรกิจทั้งในเรื่องของการสร้างยอดขาย สร้าง Brand Awareness (การรับรู้แบรนด์) ให้แก่ธุรกิจ แต่กลยุทธ์ Influencer Marketing ยังมีข้อดีต่อธุรกิจหรือแบรนด์ที่คุณคาดไม่ถึงอยู่ ดังนี้

### 1. ช่วยสร้าง Testimonial ให้กับสินค้าหรือธุรกิจ

Testimonial คือ การรับรองคุณภาพและคุณค่าของสินค้าหรือบริการที่เกิดขึ้นโดยลูกค้า, ผู้บริโภค ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบคอนเทนต์เป็นตัวหนังสือ, รูปภาพ, วิดีโอก็ตาม เปรียบเหมือนการยืนยันคุณภาพสินค้าและบริการเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อให้กับผู้ที่ไม่เคยลองใช้มาก่อน 

ซึ่งการทำ Influencer Marketing นั้นผู้บริโภคจะเชื่อถือมากกว่าการทำโฆษณาแบบปกติ เพราะพวกเขาเห็นแล้วว่ามีผู้ใช้งานจริง ๆ มาแนะนำหรือบอกต่อคุณค่าของสินค้าให้กับตนเอง ดังนั้นแบรนด์ก็ควรใช้โอกาสตรงนี้ในการให้ Influencer ที่เป็นผู้ที่มีอิทธิพลกับผู้ติดตามอยู่แล้ว มาสร้างคอนเทนต์แนว Testimonials เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ให้พวกเขาเห็นถึงคุณค่าที่แท้จริงของสินค้าและการบริการของคุณ

![ตัวอย่างการให้ influencer ทำ Testimonial](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/06/ตัวอย่างการให้-influencer-ทำ-Testimonial-615x400.png)

_www.trustmary.com/blog/4-best-examples-of-testimonials-in-advertising_

### 2. ช่วยเพิ่ม Brand Engagement มากขึ้น

Brand Engagement คือกระบวนการในการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มลูกค้ากับแบรนด์ ที่มากกว่าแค่การสร้างยอดขายและสร้างการรับรู้ แต่ต้องทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกมั่นใจในตัวแบรนด์ จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและแบรนด์เพื่อนำไปสู่การสร้าง Brand Loyalty (ความภักดีต่อแบรนด์) ในอนาคตต่อไป

โดยเรื่องของ Brand Engagement นั้นถือว่ามีความเกี่ยวข้องกับการทำ Influencer Marketing เต็ม ๆ เพราะการที่จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในตัวแบรนด์ได้นั้น คุณต้องทำให้ผู้บริโภคเห็นการใช้งานของสินค้าหรือบริการมากกว่าแค่ในโฆษณาตามสื่อต่าง ๆ แต่ในกรณีนี้คุณใช้ Influencer เป็นตัวโน้มน้าวความรู้สึก

และเมื่อผู้บริโภคเห็นแล้วว่า บุคคลที่พวกเขาชื่นชอบและติดตาม เขาใช้สินค้า/บริการตัวนี้และมีผลลัพธ์ที่ดี ตัวของผู้บริโภคเองก็เกิดความรู้สึกมั่นใจในตัวสินค้า/บริการนั้น ๆ จนนำไปสู่การสร้าง Conversion ให้กับธุรกิจของคุณในที่สุด

![ให้ influencer ที่ดังโปรโมทสินค้าช่วยเพิ่ม brand engagement](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/06/ให้-influencer-ที่ดังโปรโมทสินค้าช่วยเพิ่ม-brand-engagement-543x400.png)

### 3. เป็นกลยุทธ์ชั้นยอดที่ช่วยเพิ่ม Social Engagement ให้กับธุรกิจ

Social Engagement คือการที่ลูกค้าสร้างปฏิสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์ให้กับแบรนด์ของคุณ เป็นเหมือนวิธีการเชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างฝั่งลูกค้าและแบรนด์ในระยะยาว ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยการสร้างประสบการณ์อะไรบางอย่างที่ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกดีต่อแบรนด์ นำไปสู่ความเชื่อใจในแบรนด์และยอมกลายมาเป็นลูกค้าในที่สุด

ซึ่งหลายคนอาจไม่รู้ว่ากลยุทธ์ Influencer Marketing ถือเป็นกลยุทธ์ชั้นยอดในการช่วยเพิ่ม Social Engagement ให้กับธุรกิจของคุณ นักการตลาดหลายคนมักจะลืมนึกไปว่าในการว่าจ้าง Influencer นั้นจะมีแต่รูปแบบ (Format) เดิม ๆ Influencer ถ่ายรูปกับสินค้า เขียนแคปชันเชิญชวนผู้ติดตาม แล้วก็จบ (ซึ่งก็จริงในส่วนหนึ่ง) แต่สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเพิ่ม Social Engagement คุณสามารถใช้ประโยชน์จาก Influencer ที่มีฐานผู้ติดตามมาสร้าง Social Engagement ให้แบรนด์ของคุณได้ 

ตัวอย่างที่เราจะเห็นกันได้บ่อยขึ้นในปัจจุบันคือ แบรนด์ต่าง ๆ เริ่มมีการนำเอา Influencer มาปรากฏตัวบนสื่อโซเชียลของตัวเอง อาจจะเป็นในรูปแบบ Live Video หรือแค่มาถ่ายรูปปรากฏหน้าซะหน่อย แค่นี้เหล่าผู้ติดตามก็จะตามสร้าง Engagement ให้กับแบรนด์ของคุณทันที (Like, Comment, Share ไปจนถึงแนะนำบอกต่อในอนาคต) ทำให้ฝั่งแบรนด์ก็ได้รับ Engagement Rate เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องใช้เวลานานเลย

![ตัวอย่างการใช้ influencer หลายคนช่วยเพิ่ม Social Engagement](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/06/ตัวอย่างการใช้-influencer-หลายคนช่วยเพิ่ม-Social-Engagement-711x400.png)

## กลยุทธ์การทำ Influencer Marketing ให้ประสบความสำเร็จ

ในการทำ Influencer Marketing ให้ประสบความสำเร็จนั้นนักการตลาดมือใหม่หลายคนมักคิดว่าต้องให้ความสำคัญที่ Budget ในการโฆษณาอย่างเดียว ยิ่งมี Budget เยอะยิ่งดี ซึ่งก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะการทำ Influencer Marketing ให้ประสบความสำเร็จนั้น นักการตลาดมืออาชีพส่วนใหญ่จะรู้ดีว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของ **การเลือก Influencer ให้เหมาะสมกับสินค้าหรือแบรนด์ของเรา**

โดยเฉพาะกับแบรนด์ที่ไม่ใช่แบรนด์ใหญ่ ไม่ได้มี Budget มากมาย แต่ต้องการใช้งานกลยุทธ์ Influencer Marketing ให้ประสบความสำเร็จ เราแนะนำว่าให้คุณพิจารณาเลือก Influencer จาก 2 ปัจจัยดังนี้

### Opinion Leader

Opinion Leader คือผู้นำทางความคิด Influencer กลุ่มนี้จะเปรียบเป็นเหมือนศาสดาของผู้ติดตาม ไม่ว่า Influencer คนนี้จะใช้อะไร จะแนะนำอะไร ผู้ติดตามทั้งหลายก็จะเชื่อถือและบางคนอาจถึงขั้นไปซื้อสินค้าตาม (ซึ่งเราต้องการแบบนี้!) โดย Opinion Leader ไม่จำเป็นต้องมีผู้ติดตามเยอะมากมาย ขอแค่ผู้ติดตามของพวกเขา เป็นคนที่ชื่นชอบในตัว Influencer คนนั้นจริง ๆ ก็พอ

ยกตัวอย่างสถานการณ์เช่น หากธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจ รีสอร์ตติดชายทะเล เปิดใหม่ ซึ่งคุณอาจยังไม่มี Budget ไปจ้าง Influencer ระดับสูง (ระดับดารา เนตไอดอล) ให้คุณเปลี่ยนมาลองหา Influencer ที่มีความเป็น Opinion Leader อยู่เช่น นักเดินทาง นักท่องเที่ยว ที่เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนชอบเที่ยว มีฐานแฟนคลับที่ติดตามและชื่นชอบบ้าง (อาจจะตั้งจำนวนขึ้นมาว่าต้องมีผู้ติดตามมากกว่ากี่คน) จะคุ้มค่าและเห็นผลได้ดีกว่าการทุ่มงบไปจ้าง Influencer ระดับสูง ๆ นั่นเอง

### Special List

Special List คือ Influencer ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญในตลาดนั้น ๆ การจ้าง Influencer ประเภทนี้สามารถสร้างความได้เปรียบให้กับธุรกิจคุณได้ โดยอาศัยชื่อเสียง ความชำนาญในสายงานนั้น ๆ ของ Influencer แต่ละคนในการโน้มน้าวใจของผู้ติดตามให้คล้อยตามด้วยภาพลักษณ์ที่มีความน่าเชื่อถือ จนนำไปสู่การสร้าง Conversion ให้ธุรกิจในท้ายที่สุด

![ควรเลือก influencer ที่มีความเป็น Special List ด้านนั้นๆมาโปรโมท](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/06/ควรเลือก-influencer-ที่มีความเป็น-Special-List-ด้านนั้นๆมาโปรโมท-640x400.png)

https://blog.hotmart.com/en/become-digital-influencer

## หลักการเลือก Influencer มีอะไรบ้าง?

ปัจจุบันการเลือก Influencer คุณสามารถติดต่อผ่านบริษัท Agency ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ขั้นตอนการติดต่อรวดเร็วและเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น เพราะบริษัทเหล่านี้สามารถหา Influencer ที่มีคาแรคเตอร์ตรงกับสินค้าหรือสเปคที่คุณต้องการได้เลย (วิธีนี้เป็นขั้นตอนที่เร็วและง่ายที่สุด)

แต่ถ้าเกิดคุณไม่อยากจ้าง Influencer Agency แบบที่กล่าวไปแล้ว คุณสามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการหา Influencer ที่เหมาะสมกับแบรนด์ของคุณได้ (ชนิดที่คุณไม่ต้องเข้าไปส่องเอง) เช่น [Tellscore](https://th.tellscore.com/) ที่เป็นแพลตฟอร์มที่รวมฐานข้อมูล Influencer เอาไว้ในที่เดียว เพียงแค่คุณเลือก Category ของแบรนด์ ระบบก็จะนำชื่อ Influencer ในด้านนั้น ๆ มาให้คุณพิจารณาได้เลย

![tellscore เครื่องมือการหา influencer](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/06/tellscore-เครื่องมือการหา-influencer-756x400.png)

_ตัวอย่างเครื่องมือ Tellscore_

หรือจะเป็นเครื่องมือฟรี ๆ ก็มีครับ เช่น [Starngage](https://starngage.com/app/global/influencer/ranking/thailand) ที่เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวม Influencer ทั่วประเทศ มาไว้ให้คุณเช็กข้อมูล เพียงแค่คุณใส่ Topic ของสินค้าหรือแบรนด์คุณไป ระบบก็จะแสดง Influencer ที่มี Topic เดียวกันกับที่คุณต้องการมาให้ (แต่ส่วนใหญ่จะเป็น Influencer ระดับ Mid-Tier ขึ้นไป)

![ตัวอย่างการหา influencer โดยใช้ tellscore](https://nerdoptimize.com/wp-content/uploads/2021/06/ตัวอย่าง-tellscore-800x377.png)

_ตัวอย่างการหา influencer โดยใช้ Tellscore_

สุดท้ายหลักในการเลือกที่อยากฝากไว้อีกข้อ (หลายแบรนด์มักจะมาพลาดตรงนี้) ก็คือ หลังจากที่คุณเลือก Influencer ได้แล้ว ให้คุณตรวจสอบประวัติ หรือ Digital Footprint ของ Influencer คนนั้นก่อนเสมอ เช็กให้ละเอียดว่าเขาเคยมีดราม่าอะไรในโซเชียลไหม มีการแสดงความคิดเห็นทางด้านการเมืองอะไรที่เป็นผลเสียหรือเปล่า

เพราะถ้ามีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นก็จะส่งกระทบต่อแบรนด์อย่างหนักทันที ชนิดที่ว่าจากปัง กลายเป็นพังในพริบตา ดังนั้นสำหรับธุรกิจที่ต้องการจ้าง Influencer ควรต้องให้ความเรื่องนี้ด้วยครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ ทุกคนพอเข้าใจกลยุทธ์การทำ Influencer Marketing มากขึ้นนะครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่ากลยุทธ์นี้จะไม่หยุดเติบโตแต่เพียงเท่านี้แน่นอน บางทีอาจเป็นหัวใจสำคัญของการทำการตลาดในอนาคตเลยก็เป็นได้ 

หากคุณกำลังต้องการอยากปรึกษา ใครสักคน ในเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ
เพื่อน ๆ สามารถติดต่อ Team Nerd Optimize มาได้เลย เราพร้อมให้คำตอบเพื่อน ๆ ทุกคนครับ !

- [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fmarketing%2Finfluencer-marketing%2F)
- [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fmarketing%2Finfluencer-marketing%2F)

ค้นหา บทความอื่นๆ

Search

About NerdOptimize

AI Search & SEO Agency Awards

เราคือ AI Search & SEO Agency ที่ได้รับการการันตีกลยุทธ์จากรางวัลระดับโลกอย่าง Global Search Award และ APAC Search Award

60+ Employees

Global award Guaruntee

Global Search Awards 2025 : Winner Best Use of Search – Real Estate & Property: Large

APAC Search Awards 2026 : Finalist Best Use of Search – Real Estate & Property

ผู้เขียน

Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn
Picture of ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร
ไอซ์ - ศิริพงษ์ กลิ่นขจร

ผู้บริหารและนักการตลาดสาย SEO ที่เชี่ยวชาญเรื่อง Marketing Strategy สนใจเกี่ยวกับ Search Engine & AI Algorithms เป็นพิเศษ และเชื่อเสมอว่าทุกอย่างสามารถพิสูจน์ได้ด้วย Data

LinkedIn

แชร์บทความนี้:

บทความที่คุณ อาจสนใจ

Google Core Update คืออะไร

Google Core Update คืออะไร ทำไมถึงทำอันดับร่วงได้ มาทำความรู้จักกัน!

Google Core Update คืออะไรกันแน่ หากไม่รู้จักการอัพเดทสำคัญนี้ของ Google อาจทำให้การทำ SEO ของเว็บมีปัญหา มาเรียนรู้เพื่อป้องกันอันดับร่วงกันดีกว่า

อ่านบทความ ➝
การตลาดออนไลน์ Paid Owned Earned

การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คืออะไร? อัปเดตล่าสุด 2026

การตลาดออนไลน์ คืออะไร บทความนี้อธิบายทุกมุมของการทำการตลาดออนไลน์ Paid Owned Earn Channel คืออะไร ถ้าอยากเริ่มทำการตลาดออนไลน์ต้องทำยังไง

อ่านบทความ ➝
AI Tools

15 AI Tools มาแรงในปี 2026 ใช้งานง่าย ช่วยงานไว ได้งานเร็ว!

AI Tools น่าใช้ประจำปี 2025 สำหรับสายเขียน สายวิเคราะห์ และสายภาพ-วิดีโอจะมีตัวไหนน่าใช้บ้างมาดูกัน! NerdOptimize รวม AI น่าใช้ พร้อมรายละเอียดครบ อ่านเลย

อ่านบทความ ➝
Scroll to Top