fbpx

Google Data Studio คืออะไร ? บทความนี้จะมาอธิบายทุกแง่มุมว่ามีข้อดีอะไรบ้าง

ในยุคที่การทำธุรกิจสู้กันด้วย Data การทำรายงาน (Report) สำคัญขนาดไหน และ ‘Google Data Studio’ คืออะไร ? วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องมือที่ทั้ง ‘ฟรีและดี’ ให้รู้จักกัน

ก่อนจะทำความรู้จักกับเครื่องมือที่ชื่อว่า Google Data Studio เราอยากให้คุณนึกภาพลิ้นชักที่เต็มไปด้วยเอกสารและตัวเลขกระจัดกระจายเสียก่อน

กว่าจะดึงตัวเลขเหล่านั้นมาทำ Report เสนอลูกค้าและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของธุรกิจก็เลือดตาแทบกระเด็น นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไม ? ตัวเลขจากข้อมูลต่างที่มาและรายละเอียดยิบย่อยดังกล่าว จำเป็นต้องถูกจัดระเบียบและแปลงเป็นกราฟที่นำเสนอแล้วเข้าใจง่าย สร้างความน่าสนใจในที่ประชุม เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

Google Data Studio คืออะไร

คลายข้อสงสัย Google Data Studio คืออะไร ?

Google Data Studio คือเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลดิบทั้งหมดที่คุณมีจากหลายแหล่งที่มา (เหมือนกับดึงไฟล์จากเอกสารหลายลิ้นชักมากองตรงหน้า) จากนั้นจึงจัดแสดงผลตัวเลขที่คุณเลือกให้เป็นข้อมูลชุดเดียว ผ่านการแปลงจากตัวเลขเป็นแผนภูมิรูปแบบต่างๆ มีการดีไซน์หน้า Presentation ให้สวยงาม อ่านง่าย สบายตา ปิดท้ายด้วยการแชร์ Report นี้ไปยังเพื่อนร่วมทีมและลูกค้าได้


2 องค์ประกอบหลักใน Google Data Studio

ก่อนอื่นเลยต้องมี Google Account หรือ Gmail เสียก่อน จากนั้นจึงล็อคอินเข้าใช้งานผ่าน datastudio.google.com และเข้าสู่การใช้งานแบบง่ายๆ ขอเพียงเข้าใจสองฟันเฟืองสำคัญของเครื่องมือ ดังนี้

Google Data Studio สามารถ Connect ได้หลายแหล่ง
Data Sources

1.Data Sources

คือ คลังเก็บข้อมูลที่ถูกดึงมาจากแพลตฟอร์มต่างๆ ทั้งนี้ Google พัฒนาระบบให้สามารถดึงมาได้เกือบทุกแพลตฟอร์มแล้ว ฉะนั้น Data Sources จึงเปรียบกับกระดานโล่งๆ ที่มี Post-it หลากสีซึ่งเป็นตัวแทนจากข้อมูลหลากที่มา มาแปะบนกระดานเต็มไปหมด เมื่อต้องการใช้งาน อยากนำข้อมูลไหนไปวิเคราะห์ต่อ ก็แค่มาที่กระดานนี้และดึง Post-it ไปใช้งาน

โดย Google Data Studio จะใช้เครื่องมือชื่อว่า Connectors เป็นตัวดึงข้อมูลแบบ Real Time ไม่ว่าจะเป็น Google Analytics*, Google Ads, หรือตัวเลขจาก Facebook Ads ฯลฯ รวมๆ แล้วระบบสามารถดึงข้อมูลดิบได้มากกว่า 800 แหล่งที่มา รองรับการใช้งานของนักการตลอดแบบครอบคลุมแทบทุกแพลตฟอร์ม

อ่านเพิ่มเติม : Google Analytics คืออะไร? จะมาช่วยธุรกิจออนไลน์ของคุณได้อย่างไร?

ตัวอย่าง report ของ google data studio
ตัวอย่าง Report ของ Data Studio

2.Report หรือ Dashboard

ขั้นตอนต่อมาคือ ดึงข้อมูลจาก Data Sources มาทำ Report อธิบายง่ายๆ เลยคือ ดึง Post-it ข้อมูลที่มีในคลังมาใช้งานโดยแปรสภาพเป็นกราฟแสดงผล

หลักการคือ ตั้งค่าข้อมูลให้ตรงกับโจทย์ที่คุณต้องการ คิดแบบง่ายๆ เลยว่า “อยากเห็นข้อมูลอะไร?” (Dimensions) และอยากโชว์ตัวเลขอะไรบ้าง ? (Metrics) ทั้งยังมีฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ให้คำนวณตัวเลขที่ซับซ้อนออกมาเป็นสถิติที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

หลังจากประมวลข้อมูลที่ต้องการแล้ว ก็ถึงขั้นตอนเลือกรูปแบบกราฟเพื่อแสดงข้อมูล อย่าลืมคำนึงถึงความเหมาะสมตามหลักการ Data Visualization ด้วยว่า ข้อมูลรูปแบบนี้ควรใช้กราฟแบบไหน จึงจะได้ Report ที่นำไปใช้งานต่อง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ส่วนใครที่ไม่มีไอเดียตกแต่งหน้า Dashboard ให้อ่านง่าย สวยงาม Google Data Studio ยังมีตัวอย่างงานดีไซน์รูปแบบต่างๆ ที่ออกแบบสำเร็จแล้วให้ดึงไปใช้งานทั้งเทมเพลต ผ่านหัวข้อ Marketing Templates

ตัวอย่าง Template ที่ Google Data Studio มีให้
ตัวอย่าง Template ที่ Google Data Studio มีให้

สามารถเข้าไปเลือกใช้งานได้ที่ https://datastudio.google.com/gallery?category=marketing

และทาง NerdOptimize เราก็มี Template แจกฟรีที่ Custom แล้วเพื่อง่ายต่อการใช้ในการทำตลาดในประเทศไทย

แจกฟรี Template datastudio
  • GA – Shopping Behavior : เหมาะกับ Website E-com
  • Page – Content – Engagement : เอาไว้ดู Performance ของ โพสใน Facebook เพศไหน Target ไหน Engage กับโพสแบบไหนมากที่สุด
  • Google Shopping – GA ตัวนี้เป็นข้อมูลของ Google ที่แอดลองดึงมาวิเคราะห์ใส่ Data Studio ดูครับ เอาไปปรับใช้ได้

สามารถรับฟรีได้ที่ https://m.me/nerdoptimize?ref=freetemplate


ทำไม Google Data Studio จึงตอบโจทย์นักการตลาด

  • เพราะ Google Data Studio นำข้อมูลทั้งหมดไปใช้งานอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด : ไม่ว่าจะมาจากแหล่งข้อมูลใดก็ตาม ระบบจะขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเพื่อนำมาคำนวณและจัดแสดงข้อมูลอย่างง่ายดาย
  • เพราะ Google Data Studio คิดแทนคุณแบบเสร็จสรรพ : ระบบจะแปลงข้อมูลให้เป็นกราฟรูปแบบต่างๆ ที่จำเป็นในการสร้าง Report ทั้งยังมี Dashboard ที่อ่านง่ายสบายตา สามารถแปลงข้อมูลตัวเลขเป็นกราฟได้ทันทีอย่างไม่ต้องมานั่งดราฟทีละจุด
  • เพราะ Google Data Studio นำเสนอตามโจทย์ที่ต้องการ : คุณสามารถสร้างแผนภูมิและกราฟที่มีประสิทธิภาพ โดยปรับแต่งทุกอย่างตั้งแต่เฉดสี เพิ่มรูปร่าง แทรกรูปภาพ ทั้งยังแบ่งปัน Dashboard ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิกเท่านั้น
  • เพราะ Google Data Studio รู้ว่าผู้ใช้งานต้องทำงานเป็นทีม : ดังนั้นจึงสามารถเชิญเพื่อนเข้ามาแก้ไข เพิ่มความคิดเห็นใน Report ทำงานบน Dashboard เดียวกันแบบเรียลไทม์ และที่สำคัญยังกำหนดว่าใครสามารถเข้าถึงชิ้นงานได้ ผ่านการให้สิทธิ์เข้าถึง ปิดท้ายความเจ๋งคือบันทึกการทำงานทั้งหมดแบบอัติโนมัติ ไม่ต้องกลัวว่างานจะหายอีกต่อไป

Google data studio มีความเหมาะสมสำหรับการนำไปใช้กับงานประเภทใด

Google data studio จะเหมาะสมกับงานทุกประเภทที่ต้องรวบรวมข้อมูล และแสดงเป็นกราฟแท่ง แผนภูมิ กราฟเส้นและอื่น ๆ และแชร์ Dashboard หรือ Report เพื่อให้ทุกทีมเห็นข้อมูลตรงกันว่าผลลัพธ์ KPI หรือ Performance การทำงานหรือยอดขายแต่ละแผนกของเรา ณ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ไปถึงไหนแล้ว ต่ำกว่า KPI หรือเปล่า ถ้ายอดขายต่ำกว่า KPI ที่ตั้งไว้ก็ลงลึกไปดูเลยว่ายอดขายตกที่สาขาไหน


ข้อดี ของ Google Data Studio

  • ฟรีไม่เสียค่ายใช้จ่าย
  • แชร์ Dashboard ให้ลูกค้าและทีมอื่นได้ง่ายเหมือนกับแชร์ Google Sheets เลย
  • แชร์ให้คนในทีมมาช่วยแก้ไขหรือสร้าง Dashboard ได้
  • ถ้าเป็น Product ของ Google ด้วยกันจะดึงข้อมูลมาได้แบบ Realtime และฟรี

ข้อเสีย ของ Google Data Studio

  • ถ้าไม่ใช่ Data จาก Google จะไม่ฟรี เช่น อยากได้ Data จาก Facebook Ads ต้องเสียเงินซื้อ Supermetric เพิ่ม
  • Combine หรือ Merge ข้อมูลเข้าด้วยกันทำได้ยากเมื่อเทียบกับ Power Bi ที่เชื่อม Data หลาย source หลาย sheets เข้าด้วยกันได้ง่ายกว่า
  • ถ้าจะรวมข้อมูลด้วยกันจากหลาย Channel อาจต้องเขียนสูตรเพิ่มใน Google Sheets หรือทำใน Bigquery ซึ่งมีความซับซ้อนไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้น
query formular

เชื่อว่าทุกคนคงอยากดู Performance จากหลาย Channel ในที่เดียวแบบรูปด้านล่าง

dashboard all channel
แต่ถ้าจะให้เตรียม Data ให้ออกมาในรูปแบบที่เอาไปทำ dashboard แบบนี้ได้มันคงจะไม่ใช่เรื่องพื้นฐานละ งั้นเดี๋ยวผมจะเอาเรื่องการเตรียม data แบบรวมกันทุก channel เขียนในบทความถัดไปนะครับ

วิธีการใช้งาน Google Data Studio

ในหัวข้อนี้ผมจะสอนวิธีใช้แบบ step by step ของการใช้งานตั้งแต่สร้าง Account ไปจนถึง สร้าง Dashboard ใน Google Data Studio เหมือนกับจับมือทำไปเลยนะครับ

1.สร้าง Account

อันดับแรกต้องมี gmail ก่อนจากนั้นไปที่ datastudio.google.com และคลิก USE IT FOR FREE

และต่อกับ gmail ให้เรียบร้อย

2.User Interface ใน Data Studio

เมื่อเข้ามาใน Data Studio แล้วจะเห็นตัว Reports , Data Source และ Explorer ซึ่งหลักๆเราจะใช้แค่ 2 ตัวแรกเท่านั้น

data studio interface

ในกรณีที่เราสร้าง Report ไว้เยอะมากเราสามารถ Search หา Dashboard ได้ตามรูปเลยครับ

Data Studio User Interface

เมื่อเราสร้าง Report มาแล้วมันจะมาแสดงในหน้าแรกเลย เราสามารถ Share ให้คนอื่น, Rename เปลี่ยนชื่อ Report หรือกด Remove เมื่อต้องการลบ

data studio interface 1

ส่วนใน tab Data sources มันก็คือแหล่งข้อมูลที่เราจะเอาไปทำ Report หรือ Dashboard นั่นเอง

data source

ในกรณีที่เราขี้เกียจสร้าง Dashboard เอง ให้เรากดไปที่ tab Reports > Template Gallery เพื่อใช้ Template ที่ทาง Google เตรียมไว้ได้เลยครับ

Data Studio Template Gallery

3.เริ่มสร้าง Report

ให้กดไปที่ tab Report และกดไปที่เครื่องหมาย + Blank Report เมื่อกดแล้วเราจะได้หน้าเปล่าๆมา 1 หน้า และด้านล่างมันจะให้เรา connect data เพื่อที่จะเลือกข้อมูลมาทำ Report

add data to report

โดย Data ที่ทุกคนน่าจะมีคงเป็น Google Sheets แต่ถ้าใครไม่มีเลยสามารถใช้ Demo Data จาก Google Analytics แทนได้ในที่นี้ผมแนะนำให้ใช้ Demo Data จาก Google ก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวจะสอนวิธีไปเอา Demo Data ในหัวข้อที่ 4

ถ้ามี Demo Data แล้วให้คลิกไปที่ Google Analytics และเลือกไปที่ Demo Account > Google Merchandise Store > Master View.

demo data google analytics

จากนั้นกด Add > ADD TO REPORT

4.วิธีเอา Demo Data ของ Google Analytics

ถ้าใครที่มี GA ของตัวเองอยู่แล้วข้ามไปได้เลยนะครับ ส่วนใครยังไม่มีให้ทำตามนี้ คลิกที่ลิงก์นี้ https://bit.ly/3vvIU0u เลื่อนลงมาด้านล่างกด ACCESS DEMO ACCOUNT

ACCESS DEMO ACCOUNT

เมื่อกดแล้วมันจะพาเราไปที่หน้า google analytics ให้เรากด agree ให้เรียบร้อย จากนั้นกลับไปทำตามขั้นตอนข้อ 3 ต่อได้เลยครับ ถ้ายังไม่เจอให้กด refresh 1 ที

5.ทำความรู้จัก Interface ในการสร้าง Report

เมื่อกดสร้าง Report และต่อ Data จาก GA เรียบร้อยแล้ว เราจะได้หน้าเปล่าๆพร้อม data จาก GA มา 1 หน้า สามารถเปลี่ยนชื่อ report ได้โดยคลิกที่ชื่อตามรูป

first report

โดยใน report นี้เราสามารถปรับสีได้ด้วย โดยให้เราคลิกไปที่พื้นที่โล่งๆที่ไม่ใช่ table ตามรูป

datastudio dashboard

หลังจากคลิกแล้วด้านขวาจะมี Theme และ Layout ให้เลือก ในส่วน Theme ให้เลือกสีที่ชอบได้เลย และในส่วนของ Layout คือจะเป็นปรับขนาดความกว้าง สูงของ report ตรงนี้ปล่อยไปก่อนก็ได้

theme and layout

เมื่อเลือกสีแล้ว ให้ลองไปคลิกที่ Table และสังเกตมุมขวาจะมี Data และ Style ให้เลือกในตอนนี้ให้ดูที่ Data ก่อนและลองเปลี่ยน Dimension กับ Metric ซึ่ง Dimension ก็คือข้อมูลที่ไม่ใช่ตัวเลข เช่น วันที่, url, อายุ , channel ส่วน Metric ก็คือที่เป็นตัวเลข ให้ลองปรับ Dimension กับ Metric ตามรูปดูก็ได้ครับ หรือจะลองเลือกเองก็ได้ เช่นอยากรู้ว่าแต่ละ channel ได้ session เท่าไหร่ก็ให้เลือก Dimension เป็น Acquistion Channel และเลือก Metric เป็น Session

data studio metric and dimension

เมื่อลองใส่ Metric และ Dimension แล้วให้ลองสังเกตที่ Table มันก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย

จากนั้นให้สังเกตมุมขวาบน จะมีปุ่มให้กด Share ได้เหมือนกับ google sheet เลยจะแชร์เป็นลิงก์หรือแชร์เป็น email ก็ได้ ตอนนี้เราอยู่ใน Edit mode มันเลยแสดงขึ้นมาเป็น View ถ้าคลิกที่ View ก็จะเป็นการดู report ตามปกติ ถ้าจะแก้ไข report ก็ให้กด Edit

share and edit

เมื่อกด View เราก็จะเห็น report ตามรูป ถ้าต้องการแก้ไขก็กด Edit

data studioview mode

6.สร้างกราฟ

การสร้างกราฟใน data studio นั้นง่ายมากๆ แค่ลากและวางเท่านั้นเอง ตอนนี้เราจะมีแค่ Table อย่างเดียวซึ่งอาจจะมองเป็น Trend ได้ยากให้เราไปที่ add a chart ด้านบนตามรูป ละลองเพิ่ม chat อื่นๆเข้าไปบ้าง

add chart data studio

ในที่นี่ให้ลองเพิ่ม chart ตามผมได้เลยครับคือ Scrorecard, Time Series Chart,  Bar Chart,  Geo map, และ  Pie Chart. ค่อยๆลากทีละอันและวางลงไป ส่วน dimension กับ metric ก็เปลี่ยนได้ตามใจชอบเลยครับ ทำ chart ตามรูปด้านล่างเลยนะครับ

Data Studio Dashboard

เพียงเท่านี้ก็ได้มา 1 Dashboard แล้ว ขั้นตอนต่อไปเตรียมแชร์ให้คนอื่นเข้ามาดู dashboard หรือช่วยปรับแต่งได้เลยครับ

7.แชร์ Dashboard

ขั้นตอนนี้ใช้หลักการเดียวกันแบบเวลาที่เราแชร์ google sheet ให้คนอื่นๆเลยครับ ง่ายๆแค่ไปที่ปุ่ม Share มุมขวาบนใน Dashboard เมื่อกดและจะได้ตามรูปด้านล่าง

share data studio

ให้เราใส่ Email ที่เราต้องการแชร์ไปให้และเลือกด้านล่างว่าจะให้อยู่ในระดับใด แค่ดูเฉยๆหรือ Edit ได้ด้วย แต่ถ้าไม่ต้องการใส่เป็น Email แต่อยากส่งเป็นลิงก์ไปให้เลยให้คลิกที่ Manage access

data studio Manage access

จากนั้นเลือกว่าจะให้สิทธิ์แบบไหน copy link ละส่งให้ได้เลยครับ ส่วนใครที่อยากได้แค่เป็นไฟล์ PDF ใน Dashboard นี้ก็มีให้โหลดนะครับ คลิกตามรูปได้เลย

download report data studio

กด Download report ก็จะได้เป็นไฟล์ออกมาครับ


หลังจากอ่านครบทุกขั้นตอนผมเชื่อว่าน่าจะพอทำ Data Studio เป็นในเบื้องต้นกันแล้วนะครับ ในบทความต่อๆไปจะมาลงลึกเรื่อง Data และวิธีสร้าง Dashboard ตามหลักการที่ทางผมใช้เป็นประจำแบบในรูปด้านล่างให้นะครับ.

dashboard nerdoptimize

สุดท้าย! บทเรียน Google Data Studio ที่มือใหม่ห้ามพลาด

นอกจากนี้ Google เขาใจดีมีบทเรียนออนไลน์แบบภาษาอังกฤษให้ลงเรียนฟรีผ่านทาง Google Analytics Academy ซึ่งหลังจากเข้าเรียนคุณสามารถได้ Certificate การันตีจาก Google ส่วนตัวเราลงเรียนจนจบ และได้ Certificate หน้าตาแบบนี้ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่าง google data studio certification

อันนี้ของแอดมินเอง ช่วยให้คุณสามารถเอาไปยื่นเป็นพอร์ทสมัครงานหรือใช้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้ หรือจะเข้าไปดูที่ link ก็ได้นะครับ https://analytics.google.com/analytics/academy/certificate/H2_sfCjeSjii5FXoY4yeJQ

สุดท้ายเราหวังว่า Google Data Studio และบทความนี้จะช่วยให้เหล่านักการตลาดประหยัดเวลาทำ Report และเพิ่มเวลาให้คุณคิดต่อยอดสร้างแคมเปญการตลาดใหม่ๆ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้เติบโตต่อไปนะครับ 🙂