การ[ทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/) ในยุคนี้ มีการแข่งขันกันสูงอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราทำ SEO แบบสุ่ม ๆ หรือไม่มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน นั่นเท่ากับโอกาสพาอันดับของเว็บไซต์ก็สำเร็จก็ยากขึ้น แต่กลับกันธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการทำ SEO จะมีการใช้ข้อมูลและการวิเคราะห์การทำ SEO อย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็นตอน สาเหตุนี้เองที่ทำให้ SEO KPIs หรือค่าต่าง ๆ สำหรับการวัดผลการทำ SEO กลายปัจจัยสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถวัดผล ปรับแต่ง และพัฒนา SEO ของเว็บไซต์ได้อย่างแม่นยำขึ้น เรามาทำความรู้จักกับตัวชี้วัด SEO KPIs เหล่านี้กัน เพื่อช่วยให้การทำ SEO ของธุรกิจคุณให้ทรงพลังขึ้นไปอีกขั้น Table of Contents - [SEO KPIs คืออะไร](#h-seo-kpis-ค-ออะไร) - [SEO KPIs สำคัญแค่ไหนกับนักทำ SEO](#h-seo-kpis-สำค-ญแค-ไหนก-บน-กทำ-seo) - [SEO KPIs มีอะไรบ้าง](#h-seo-kpis-ม-อะไรบ-าง) [1. Organic Traffic](#h-1-organic-traffic) - [2. Keyword Rankings](#h-2-keyword-rankings) - [3. Click-Through Rate (CTR)](#h-3-click-through-rate-ctr) - [4. Bounce Rate](#h-4-bounce-rate) - [5. Pages per Session](#h-5-pages-per-session) - [6. Average Session Duration](#h-6-average-session-duration) - [7. Backlinks](#h-7-backlinks) - [8. Page Load Time](#h-8-page-load-time) - [9. Domain Authority (DA)](#h-9-domain-authority-da) - [10. Pages Indexed](#h-10-pages-indexed) - [11. Technical SEO Issues](#h-11-technical-seo-issues) - [สรุป](#h-สร-ป) ## SEO KPIs คืออะไร SEO KPIs (SEO Key Performance Indicators) คือตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่ใช้ในการวัดผลความสำเร็จของการทำ SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่สำคัญที่ช่วยให้นักทำ SEO สามารถติดตาม วิเคราะห์ และปรับปรุงกลยุทธ์ [SEO](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-seo/) ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัดเหล่านี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิผลของเว็บไซต์ในการดึงดูดการเข้าชม การจัดอันดับบน Google (หรือ Search Engine อื่น ๆ) และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ คุณสามารถดูและติดตาม SEO KPIs ได้ผ่าน [SEO Tools](https://nerdoptimize.com/seo/seo-tools/) ต่าง ๆ เช่น [Google Analytics](https://nerdoptimize.com/analytics/how-google-analytics-works/), [Google Search Console](https://nerdoptimize.com/seo/google-search-console/), [Ahrefs](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-ahrefs/), SEMrush และอื่น ๆ โดยการใช้งาน SEO Tools เพื่อติดตามและเช็ก SEO KPIs นั้นจะเข้ามาช่วยให้คุณเข้าใจและเห็นภาพได้ว่าเว็บไซต์ของคุณกำลังมี Performance อย่างไรในด้าน SEO เพื่อให้คุณนำมาปรับปรุงการทำ SEO ## SEO KPIs สำคัญแค่ไหนกับนักทำ SEO SEO KPIs มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักทำ SEO หรือ [SEO Specialist](https://nerdoptimize.com/seo/seo-specialist/) ทุกคน เนื่องจากการวัดผลและติดตาม SEO KPIs อย่างสม่ำเสมอ สามารถเข้ามาช่วยในการตัดสินใจและปรับปรุงกลยุทธ์ของการทำ SEO ให้ธุรกิจของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการมี SEO KPIs ที่ชัดเจนนั้น มีประโยชน์ต่อนักทำ SEO ดังนี้ - สามารถวัดผลความสำเร็จของแคมเปญและกลยุทธ์ SEO ของธุรกิจคุณได้อย่างชัดเจน - ทราบจุดบกพร่องของการทำ SEO ที่ต้องปรับปรุงในเว็บไซต์ได้ - สามารถจัดลำดับความสำคัญของ Action Plan ในการทำงาน SEO ได้ - สร้างรายงานความคืบหน้า (Report) ให้กับธุรกิจหรือลูกค้าให้ทราบความเคลื่อนไหวของการทำ SEO ของคุณได้ - นำเอาตัวเลขที่ได้มาใช้ในการปรับกลยุทธ์การทำ SEO ตามข้อมูลตัวเลขของ SEO KPIs ที่ได้ ซึ่งการที่คุณทำ SEO โดยไม่มีการวัดผลลัพธ์หรือ SEO KPIs นั้นอาจทำให้นักทำ SEO ไม่สามารถวัดผลลัพธ์การทำ SEO ของตนเองได้อย่างแม่นยำ และอาจทำให้เสียเวลาและทรัพยากรไปกับกลยุทธ์ SEO ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ## SEO KPIs มีอะไรบ้าง สำหรับใครที่สงสัยว่า SEO KPIs ที่คุณควรต้องโฟกัสในการทำ SEO นั้นมีอะไรบ้าง หัวข้อนี้จะพาคุณมาดู SEO KPIs ที่สำคัญและสามารถใช้ในการวัดผลการเติบโตให้กับ ### 1. Organic Traffic Organic Traffic หมายถึงจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่มาจากการค้นหาผ่าน [Search Engines](https://nerdoptimize.com/seo/how-do-search-engines-work/) เช่น Google, Bing โดยไม่ได้กดเข้าเว็บไซต์มาจากการจ่ายเงินค่าโฆษณา ซึ่งแสดงถึงความสามารถของเว็บไซต์ในการดึงดูดผู้เข้าชมผ่านการจัดอันดับของ Search Engine การเพิ่ม Organic Traffic เป็นหนึ่งใน SEO KPIs ที่สำคัญที่สุดของการทำ SEO เนื่องจากเป็นการวัดผลลัพธ์การเข้าถึงเว็บไซต์จากผู้ใช้งานแบบธรรมชาติ ### 2. Keyword Rankings [Keyword](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-keyword/) Rankings คือการวัดผลลัพธ์ที่แสดงถึงตำแหน่งของเว็บไซต์ในหน้าแสดงผลการค้นหา (SERP) ซึ่งการที่เว็บไซต์ของคุณมีอันดับที่ดีใน Keyword ที่สำคัญนั้นสามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้เข้าชมและเพิ่มการมองเห็นของเว็บไซต์ในกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ ซึ่งคุณสามารถเข้าไปเช็ก Keyword Ranking ได้ผ่าน [Keyword Research](https://nerdoptimize.com/seo/keyword-research-strategy/) Tools ต่าง ๆ ### 3. Click-Through Rate (CTR) [Click-Through Rate (CTR)](https://nerdoptimize.com/marketing/how-to-increase-ctr/) คืออัตราส่วนที่วัดจำนวนผู้ใช้ที่คลิกเข้าไปในเว็บไซต์จากหน้าแสดงผลการค้นหา (SERP) เปรียบเทียบกับจำนวนผู้ใช้ที่เห็นลิงก์นั้น ๆ โดย CTR ที่สูงแสดงให้เห็นว่า Title Tags และ [Meta Description](https://nerdoptimize.com/seo/meta-description/) ที่ปรากฏใน [SERP](https://nerdoptimize.com/seo/what-is-serp/) มีความน่าสนใจและกระตุ้นให้ผู้ใช้คลิกเข้ามา ส่วนนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่คุณควรต้องมีเทคนิคในการเขียน Title Tags และ Meta Description ที่มีความน่าดึงดูด ### 4. Bounce Rate Bounce Rate คืออัตราส่วนของผู้เข้าชมที่ออกจากเว็บไซต์ทันทีหลังจากเข้าชมเพียงหน้าเดียว โดยไม่ได้กดเข้าไปยัง Page หน้าอื่น ๆ ของเว็บไซต์ ซึ่งการมีค่า Bounce Rate ที่สูงอาจบ่งบอกถึงปัญหาด้านประสบการณ์ของผู้ใช้ (User Experience) หรืออาจแปลว่าเนื้อหาของคอนเทนต์ในเว็บไซต์ยังไม่น่าสนใจมากพอที่จะทำให้ Users ต้องการที่จะกดเข้าเยี่ยมชม Page อื่น ๆ ของเว็บไซต์ โดยอัตราของ Bounce Rate ที่ดีนั้นควรต้องอยู่ไม่เกิน 40% หากมากเกินกว่านี้ แนะนำว่าให้รีบปรับปรุงเว็บไซต์โดยด่วน ### 5. Pages per Session Pages per Session หมายถึงจำนวนหน้าที่ผู้ใช้เข้าชมเฉลี่ยต่อหนึ่ง Session (การเยี่ยมชม) โดยค่า Pages per Session ที่สูงมักบ่งบอกถึงความน่าสนใจของ [PageRank](https://nerdoptimize.com/seo/page-rank/) และเนื้อหาและการออกแบบเว็บไซต์ที่ทำให้ผู้ใช้สนใจสำรวจเพิ่มเติม โดยคุณสามารถเช็กค่า Pages per Session ได้บน Google Analytics หรือ Google Search Console ### 6. Average Session Duration Average Session Duration คือระยะเวลาเฉลี่ยที่ Users ใช้ในการเยี่ยมชมเว็บไซต์ในแต่ละครั้ง (Sessions) ที่สามารถเช็กได้ใน Google Analytics ยิ่งระยะเวลานานยิ่งแสดงถึงความน่าสนใจและประสิทธิภาพของคอนเทนต์บนเว็บไซต์ที่สามารถดึงดูดให้ Users ใช้เวลาในการอ่านคอนเทนต์รวมถึงการทำกิจกรรมอื่น ๆ บนเว็บไซต์ต่อได้ โดย Average Session Duration ถือเป็นอีกหนึ่ง SEO KPIs ที่สำคัญของผู้ที่รับผิดชอบ[การเขียน บทความ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/seo-writing/) บนเว็บไซต์ เพราะจะทำให้คุณรู้ได้ว่าคอนเทนต์ที่คุณเขียนนั้นสามารถดึงดูดให้ Users อ่านบทความได้นานแค่ไหน ### 7. Backlinks [Backlinks](https://nerdoptimize.com/seo/what-are-backlinks/) หมายถึงจำนวนลิงก์ที่มาจากเว็บไซต์อื่น ๆ และส่งลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ของคุณ โดย Backlinks เป็น SEO KPIs ที่สำคัญที่ Google ใช้ในการประเมินความน่าเชื่อถือและความนิยมของเว็บไซต์ โดยการมี Backlinks คุณภาพสูงส่งกลับมายังเว็บไซต์ของคุณ สามารถช่วยเพิ่มอันดับของเว็บไซต์ใน SERP ได้ ### 8. Page Load Time Page Load Time คือเวลาที่ใช้ในการโหลดหน้าเว็บเพจให้เสร็จสมบูรณ์ โดยความเร็วในการโหลดหน้ามีผลต่อประสบการณ์ของผู้ใช้และการจัดอันดับของ Google ด้วย ซึ่งการมี Page Load Time ที่ต่ำนั้นนอกจากจะทำให้ Users พอใจและไม่ละทิ้งเว็บไซต์ก่อนที่จะเนื้อหาถูกแสดงแล้วยังมีผลต่อการที่ Google Bot จะพิจารณาเว็บไซต์ให้สามารถทำอันดับในหน้า SERP ได้ดีขึ้นด้วย ### 9. Domain Authority (DA) [Domain Authority (DA)](https://nerdoptimize.com/seo/da-pa/) เป็นค่าคะแนนที่คิดค้นและพัฒนาโดย Moz เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งของโดเมน ซึ่งจะมีคะแนนให้ตั้งแต่ 1-100 ซึ่งถ้าเว็บไซต์ของคุณมีคะแนนสูงแสดงว่า โดเมนของเว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือและมีคุณภาพสูง ซึ่งหมายความว่าเว็บไซต์ของคุณถูกจัดว่าเป็น ‘เว็บไซต์ที่มีคุณภาพ’ โดยเกณฑ์ในการพิจารณาคะแนน DA ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น คุณภาพและจำนวนของ Backlinks ที่ส่งกลับมายังเว็บไซต์ และเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ### 10. Pages Indexed Pages Indexed คือจำนวนหน้าของเว็บไซต์ที่ Search Engine ได้ทำการรวบรวมและเก็บในฐานข้อมูลเพื่อการนำไปจัดอันดับและแสดงผลใน SERP (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Index) การมีจำนวนหน้าเว็บไซต์ที่ถูกจัดเก็บในดัชนีสูงช่วยเพิ่มโอกาสในการปรากฏในผลการค้นหาและดึงดูดผู้เข้าชมมากขึ้น ### 11. Technical SEO Issues [Technical SEO](https://nerdoptimize.com/seo/technical-seo/) Issues หมายถึงปัญหาด้านเทคนิคของเว็บไซต์ที่อาจมีผลกระทบต่อการจัดอันดับในเครื่องมือค้นหา เช่น ปัญหาด้านโครงสร้างของ URL, การวาง [Site Structure](https://nerdoptimize.com/seo/site-structure/) ที่ผิดต่อหลัก SEO, ปัญหาด้านความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ ซึ่งการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา Technical SEO Issues นั้นสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาและการแสดงผลใน SERP 12. Website Health Score Website Health Score หรือคะแนนสุขภาพเว็บไซต์ เป็น SEO KPIs ที่เป็นค่าเฉลี่ยการประเมินสถานะและประสิทธิภาพของเว็บไซต์ โดยใช้ตัวชี้วัดต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบและให้คะแนนว่าเว็บไซต์นั้นมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพในการทำงานเพียงใด ตัวชี้วัดที่ใช้ในการประเมินอาจประกอบด้วยหลายปัจจัย เช่น - ประสิทธิภาพการโหลดหน้าเว็บ (Page Load Performance) - ประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience) เช่น Responsive Design, - ความปลอดภัย (Security) เช่น เรื่องของการใช้ HTTPS - ความเป็นเอกลักษณ์และคุณภาพของเนื้อหา (Uniqueness and Quality of Content) โดยคุณสามารถเช็ก Website Health Score ได้จาก SEO Tools ต่าง ๆ ทั้ง Ahrefs, Ubersuggest, SEMrush, MOZ (เป็นส่วนหนึ่งของฟีเจอร์การทำ [SEO Audit](https://nerdoptimize.com/seo/seo-audit/)) เพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสุขภาพเว็บไซต์ของคุณ ซึ่งตัวเลข Website Health Score จะมีหลักเกณฑ์ในการประเมินที่แตกต่างกันออกไปตาม SEO Tools แต่ละตัวที่คุณเลือกใช้ (แต่ทั้งหมดสามารถใช้ประเมินสุขภาพของเว็บไซต์ได้อย่างมีถูกต้องและแม่นยำทั้งสิ้น) ## สรุป SEO KPIs เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นัก[ทำ SEO](https://nerdoptimize.com/seo/how-to-do-seo/) สามารถวัดผล วิเคราะห์ และปรับปรุงประสิทธิภาพ SEO ของเว็บไซต์ได้อย่างถูกต้องและเป็นส่วนช่วยให้การทำ SEO มีทิศทางที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นการติดตาม SEP KPIs อย่างสม่ำเสมอจะเข้ามาช่วยให้คุณเข้าใจว่ากลยุทธ์ใดที่ได้ผล และส่วนใดของเว็บไซต์ที่ต้องปรับปรุง จนสามารถต่อยอดนำไปสู่การปรับแต่ง SEO ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยส่งผลให้เว็บไซต์มีอันดับที่ดีขึ้น ดึงดูดการเข้าชมได้มากขึ้น ทำให้การทำธุรกิจออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของคุณประสบความสำเร็จ - [FacebookFacebook](https://www.facebook.com/share.php?u=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fseo-kpi%2F) - [LINELine](https://lineit.line.me/share/ui?url=https%3A%2F%2Fnerdoptimize.com%2Fseo%2Fseo-kpi%2F)