โฆษณา Facebook แบบเน้นยอดขายและลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
ดักลูกค้าทุก Funnel

เราทำการตลาด คุณทำธุรกิจ เราหาลูกค้ามาให้ คุณปิดการขาย “May the Nerd be with you”

ปรึกษาฟรี ก่อนตัดสินใจ

ไว้ใจได้ การันตีความเชี่ยวชาญโดยใบ Cert. จาก Facebook

จะรู้ได้ไงว่าธุรกิจเราควรทำการตลาดใน Facebook

ทุกธุรกิจสร้างรายได้มาจากการมีลูกค้าทั้งนั้นครับ ลูกค้าเราอยู่ที่ไหนเราก็ควรไปแสดงตัวที่นั่น

ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Google, Youtube หรือ Tiktok ดังนั้นถ้าคุณวิเคราะห์แล้วว่าลูกค้าส่วนใหญ่ของคุณเล่น Facebook เป็นหลัก

คุณก็ควรเริ่มทำการตลาดใน Facebook เพื่อสร้างยอดขายและฐานลูกค้าให้กับธุรกิจของคุณได้แล้วครับ

ธุรกิจแบบไหนที่ควรใช้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยทำการตลาดใน Facebook

ถ้าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่คุณกำลังมองหา

  • อยากให้คนรู้จักสินค้าและบริการเรามากกว่านี้ผ่าน Facebook
  • อยากเอาเวลาไปทำธุรกิจและติดต่อลูกค้า อยากให้ผู้เชี่ยวชาญมาดูแลการตลาดใน Facebook ให้
  • ทำเองแล้วแต่ไม่เกิดผลลัพธ์เลย ทำหรือไม่ทำยอดขายก็เท่าเดิม
  • ต้องการคำแนะนำโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญ
  • ต้องการ การ Optimize แบบจัดเต็มไม่ว่าจะเป็น Click, Message และ Conversion เพื่อเพิ่มยอดขาย
  • อยากทำตลาดบน Facebook แบบ Full Funnel ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ที่ทำเองแล้วไม่เห็นผลเพราะไม่ได้ทำการตลาดแบบ Full Funnel ครับ เช่น ใช้ภาพและเนื้อหาแบบเดียวกันกับทุก Audience ไม่ได้มีการแบ่งเป็น Broad audience, Lookalike audience และ custom audience 
Learn more

ปรึกษาเราฟรี ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าลงทุนโฆษณา facebook หรือให้ผู้เชี่ยวชาญมาทำให้มันคุ้มค่าหรือเปล่า

Strategy

80% ของธุรกิจที่โฆษณาใน Facebook พบว่าโฆษณาแบบไม่มีกลยุทธ์

จากที่ผมได้ไปสอบถามเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก-กลางประมาณ 50 กว่าเจ้าและธุรกิจระดับมหาชน 2-3 รายพบว่า โฆษณา facebook โดยไม่มีกลยุทธ์เลย ทั้งแบบทำเอง จ้าง freelance หรือใช้งานเอเยนซี่

พบว่าไม่มีการวางกลยุทธ์ใดๆ แค่ใช้งาน Ads Manager เก่งเลือกกลุ่มเป้าหมายที่คิดว่าตรงกับธุรกิจและก็โฆษณาโดยใช้ภาพและเนื้อหาเหมือนกัน และก็หวังว่ายอดขายหรือ conversion จะมา พอไม่มาก็จะวนกลับไปปรับนู่นนี่นั่นใน Ads Manager

ซึ่งเอาจริงๆถ้าคุณวาง Funnel ดีๆตาม Buyer Stage Funnel หรือรู้ว่าจุดไหนควรต้องปรับอะไรต่อให้คุณโฆษณาแบบไม่ใส่ interest อะไรเลยยอดขายก็มาครับ (ผมลองมาแล้วกับธุรกิจที่ขายสินค้าแบบ Mass)

กลยุทธ์มันต้องวางตั้งแต่ก่อนจะโฆษณา

ซึ่งคำว่าการวางกลยุทธ์มันต้องวางตั้งแต่ก่อนจะโฆษณาแล้วครับ ซึ่งกลยุทธ์หลักๆที่ต้องทำก่อนโฆษณาเลยคือ User Journey ,Keyword Research, Media Touchpoint Map ที่สอดคล้องกับ Media Touchpoint Map และการวาง Campaign Structure ใน Facebook แบบ Full Funnel

ถ้าคุณทำสิ่งเหล่านี้ก่อนที่จะเริ่มโฆษณาออนไลน์มันจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตในโลกออนไลน์ได้มากกว่าคู่แข่งของคุณที่ยังไม่ได้ทำแน่นอนครับ 

หรือพอคุณวางกลยุทธ์ข้างต้นตามที่ผมกล่าวมาแล้วคุณอาจจะพบว่าธุรกิจคุณ ควรทุ่มงบโฆษณากับ Facebook แค่ 20% ก็พอ คือใช้ Retarget อย่างเดียว

ยกตัวอย่างเคส ธุรกิจขายลิฟท์ในบ้าน

ถ้าคุณได้ทำ User Journey คุณจะพบเลยว่าลูกค้าที่ใช้บริการนี้จริงๆเริ่มจากการ search ใน google เป็นหลัก ตามด้วย youtube ไว้ดูรีวิว ไม่มีใครสนใจธุรกิจนี้ผ่าน facebook เลยครับ เพราะมันไม่ใช่เสื้อผ้า หรืออุปกรณ์ทั่วไปที่เห็นโฆษณาผ่าน facebook และทัก Inbox ไปซื้อ

ดังนั้นกลยุทธ์ในการโฆษณาก็คือซื้อ Keyword คำว่า “ลิฟท์บ้าน” ใน Google Ads ให้คนเข้าเว็บไซต์ไปดูรายละเอียด ทำคลิปรีวิวลง youtube จากนั้น Retarget ใน Facebook และ Google จากคนที่เข้าเว็บไซต์

ถ้าธุรกิจคุณยังเป็น 80% ที่ยังไม่ได้วางกลยุทธ์อะไรเลย และอยากเริ่มวางกลยุทธ์และโฆษณาออนไลน์แบบจริงจังให้ Add Line มาปรึกษาเราได้ฟรี

ขั้นตอนการทำงานของเรา ถ้าให้เราทำการตลาดให้ จะได้อะไรบ้าง

เราจะทำ User Journey วิเคราะห์การเดินทางของ User ว่ากว่าจะมาเป็นลูกค้าเราเค้าต้องผ่านหรือเจอเราด้วยวิธีไหนบนโลกออนไลน์บ้างและการที่ User จะเจอเราตั้งแต่ขั้น Awareness ไปจนถึง Purchase เราต้องแสดงตัวใน Channel ไหนบ้าง พร้อม KPI ที่ใช้วัดผลในแต่ละ Stage

customer journey

Awareness : สร้างการรับรู้ให้เป็นที่รู้จัก

โฆษณา Facebook โดยใช้ Vdo เพื่อสร้างการรับรู้ว่าสินค้าเราใช้งานยังไงช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

KPI : เน้นจำนวนให้คนเห็น คนดู Vdo เยอะๆ

Research : User หาข้อมูลเพิ่มเพื่อตัดสินใจ

เมื่อ User เกิดการรับรู้แล้ว อาจจะอยากหาข้อมูลเปรียบเทียบกับสินค้าตัวอื่นๆต่อว่า ดียังไง ราคาเท่าไหร่

ด้วยการ Search ใน Google หรือ Youtube ก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งในส่วนนี้เราก็ต้องทำ Google ads และ Youtube ดัก User ไว้ด้วย ไม่ให้ User ไปเจอเจ้าอื่น

ส่วนใหญ่คนที่โฆษณา Facebook อย่างเดียวจะไม่ได้ทำตรงนี้ พอ User ไป Search ว่าสินค้า A กับ B อันไหนดีกว่ากัน หรือ Search ว่ารีวิวสินค้า A ก็อาจจะไปเจอคู่แข่งเราที่ทำไว้ เท่ากับว่าเราไปสร้างการรับรู้ให้คู่แข่งเราฟรีๆเลยนะครับ 555

KPI : Click เข้าเว็บ, อ่านบทความ , ให้ Contact ติดต่อกลับ

Decision

ให้ User เจอเราซ้ำๆในทุก Channel โดยการทำ Retargeting ทั้ง Facebook และ Google โดยโฆษณาที่ใช้จะเป็น Promotion, รีวิว เพื่อเป็นตัวเร่งให้ User ตัดสินใจในการซื้อเร็วขึ้น เพราะบางทีมา Research อาจจะออกไปและไม่เจอเรา

KPI : Click เข้าเว็บ, อ่านบทความ , ให้ Contact ติดต่อกลับ

Pre – Purchase : ขั้นตอนก่อนซื้อสินค้าหรือบริการ

เป็นขั้นตอนก่อนที่จะโอนเงินหรือแอดมินกำลังปิดการขาย เช่น Add to Cart, ทักเข้ามาใน Line หรือ Inbox สอบถามราคา ขอรายละเอียดการโอนเงิน

KPI : Add to Cart, Add Line, ทัก Inbox

Purchase : ซื้อสินค้าหรือบริการ เป็นขั้นตอนที่ปิดการขายได้เเล้ว

KPI : รายรับ,กำไร, จำนวนคนที่ซื้อ

Retention : ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ

KPI : จำนวนลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ

ผมพูดเลยว่าถ้าธุรกิจคุณทำครบทุก Funnel ของ Customer Journey ยังไงการที่จะเติบโตในโลกออนไลน์อย่างยั่งยืน 5-10 ปีมันทำได้ แต่ช่วง 6 เดือน – 1 ปีแรกคุณต้องทำงานอย่างหนักร่วมกับเราครับ

โดยในขั้น Awareness ไปจนถึง Decision จะใช้การโฆษณาออนไลน์เป็นหลักทั้ง Facebook และ Google ส่วน Stage และ Funnel ที่เหลือจะเป็นเรื่องของประสบการณ์ในเว็บไซต์และสินค้า เช่น การจ่ายเงิน การใช้สินค้าและดีก็เลยบอกต่อให้คนอื่นๆใช้ด้วย และการกลับมาซื้อซ้ำ การบริการหลังการขาย ถ้าต้องการเติบโตแบบระยะยาวเราก็ต้องโฟกัสและวางแผนกันทุก Funnel เลยครับซึ่งเป็นส่วนที่ Nerd จะทำให้คุณครับไม่ใช้แค่ยิง Ads Facebook และจบไปไม่ทำไรต่อ.

Media Touchpoint Map

ทำเพื่อกางออกมาว่าเราจะใช้ช่องทางไหนในการโฆษณาบ้างและแต่ละช่องทางจะพา User  ไปที่ไหน เพื่อให้เกิดการสั่งซื้อ

Content Mapping ตาม Funnel

วาง Content ก่อนโฆษณาว่าควรจะปล่อย Content แบบไหนในแต่ละ Funnel เช่น Vdo แนะนำสินค้าในขั้น Awareness หรือบทความรีวิวสินค้าในเว็บไซต์ในขั้น Research

วาง Campaign Structure และ Target แบบ Full Funnel

Upload Image...

เริ่มโฆษณา ดำเนินการตาม User Journey และ Touchpoint Map ที่วางไว้

รับทำการตลาดออนไลน์ดักตบทุก Funnel เน้นยอดขายและการเติบโตแบบยั่งยืน

เราทำการตลาด คุณทำธุรกิจ

รับการปรึกษาฟรี